วุฒิพงศ์ ฉายแสงสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ เผยหลอดฟลูออเรสเซนต์ให้แสงน้อยกว่าหลอดไส้ ปนเปื้อนสารปรอทเสี่ยงมะเร็ง รมว.วท.เต้นส่งหนังสือถึง ทส.ออกกฎกระทรวงคุมเป็นขยะอันตราย ให้บริษัทผู้ผลิตรับกำจัดหลังใช้สกัดกระจายสู่ธรรมชาติ
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมผู้บริหารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ว่า สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้หลอดไฟฟ้าของประเทศไทย พบว่า ปัจจุบันคนไทยเปลี่ยนมาใช้หลอดเรืองแสง หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์เพื่อช่วยประหยัดพลังงานกันมากขึ้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่า หลอดดังกล่าวแม้จะประหยัดพลังงานได้จริง แต่ให้แสงสว่างน้อยกว่าหลอดไฟชนิดไส้ หรือหลอดแสงจันทร์ ที่สำคัญยังก่อมลพิษและก่อปัญหาสุขภาพ เนื่องจากมีสารปรอทจำนวนมากเป็นส่วนประกอบหลัก
วท.สำรวจพบว่า ประเทศไทยมีการใช้หลอดไฟมากกว่า 50 ล้านหลอดต่อปี ขณะที่มีกระบวนการกำจัดหลอดไฟอย่างถูกต้องประมาณ 50,000 หลอดต่อปี ส่วนอีกกว่าสิบล้านหลอดต้องถูกทิ้งไปในถังขยะทั่วไป ทำให้ปนเปื้อนในสภาพแวดล้อมและก่ออันตรายต่อสุขภาพ หากกำจัดไม่ถูกวิธีสารสารปรอทจะกระจาย ผู้ที่ได้รับสารชนิดนี้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งในที่สุด นายวุฒิพงศ์กล่าว และว่า ในต่างประเทศหลอดไฟเหล่านี้ จะถูกนำไปใช้ในหน่วยงานรัฐเท่านั้น เพื่อให้ควบคุมและกำจัดอย่างถูกวิธี แต่ประเทศไทยความรับผิดชอบต่อประชาชนค่อนข้างน้อย
นายวุฒิพงศ์กล่าวว่า วท.จะทำหนังสือแจ้งถึงผลกระทบดังกล่าวไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อให้ออกมาตรการกำจัดหลอดประหยัดพลังงานไม่ให้ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ จะออกเป็นกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เป็นขยะอันตราย รวมทั้งออกข้อกำหนดให้บริษัทผู้ผลิตรับผิดชอบในเรื่องการกำจัดหลอดไฟภายหลังการใช้ด้วย
ด้าน รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า เอ็มเทคได้ศึกษาวิจัยหลอดไฟประหยัดพลังงาน แต่ไม่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยใช้ส่วนประกอบหลักเรียกว่า ไดโอดเปล่งแสง (LED) ซึ่งเป็นวัสดุที่ผลิตจากสารเรืองแสง เช่น พอลิเมอร์ หรืออินทรีย์สารต่างๆ โดยนำมาผ่านกระบวนการทางเคมีในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่าง แต่กระบวนการค่อนข้างยุ่งยากและมีราคาแพง ทั้งนี้ ในอนาคตตหวังจะนำมาใช้แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
