คอลัมน์ โครงร่างตำนานคนโดย การ์ตอง
การเปิดสภา 3 วันสามคืนเพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบาย และฝ่ายค้านอภิปราย ผ่านไปอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างทำงานกันเต็มที่
แต่ดูเหมือนว่าหลังอภิปราย ประเด็นที่ตกค้างให้กระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันต่อ กลับไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลสักเท่าไร
ที่จุดไฟให้การเมืองร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ กลับเป็นเหตุการณ์ ที่มีการฆ่าผู้นำนักศึกษากลางท้องสนามหลวง และที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519
ประวัติศาสตร์การเมืองในช่วงนั้นมีบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างปฏิเสธได้ลำบากว่า นักการเมืองที่ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนให้ทำลายขบวนการศึกษาที่มีบทบาทสูงในการเมืองช่วงนั้น
ซึ่งมีส่วนอย่างมากที่หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นายสมัครได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เรื่องราวความหวังที่เกี่ยวกับบทบาทของนายสมัครในช่วงเป็นใหญ่ในแผ่นดินเป็นที่จดจำไม่รู้ลืมของใครต่อใครหลายคน
ดังนั้นเมื่อได้รับรู้ว่า พรรคพลังประชาชน ที่ตั้งขึ้นมาแทนพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบไปจะมีหัวหน้าพรรคชื่อนายสมัคร สุนทรเวช หลายคนถึงกับอึ้ง
คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือ กลุ่มนักการเมืองที่เป็นอดีตผู้นำนักศึกษาในช่วงนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร และมีบทบาทไม่น้อยในพรรคพลังประชาชน รู้สึกอย่างไร รับได้หรือ
ที่สุดแล้วชะตากรรมของพรรคที่ถูกรุมกระหน่ำรอบด้าน ทำให้นายสมัครขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยไม่มีเสียงต่อต้านภายในพรรค
จากนักการเมืองที่เคยมีภาพของผู้สนับสนุนเผด็จการทหารเต็มตัว เมื่อช่วงปี 2519
มาเป็นหัวหน้าพรรคที่หันปลายหอกเข้าหาเผด็จการทหารในปี 2550
เรื่องราวระหว่างนายสมัคร สุนทรเวช กับผู้นำนักศึกษาสมัย 14 ตุลา ดูจะกลมเกลียวกันได้ ด้วยวาระที่จะต้องต่อสู้ร่วมกันเฉพาะหน้า
สำหรับเรื่องราวของเหตุการณ์ 6 ตุลานั้น ไม่อยู่ในความรับรู้ของผู้คนส่วนใหญ่
เหตุการณ์ที่ผ่านเลยมายาวนานเช่นนั้น เลือนไปจากความทรงจำของผู้คนแล้ว
แต่เหมือนกฎแห่งกรรมไม่ยอมให้เรื่องราวที่เคยทำไว้จางหายไปโดยไม่ได้ชดใช้
ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูด แต่นายสมัครกลับให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า เหตุการณ์ 6 ตุลา มีคนตายคนเดียว
เหมือนจุดไม้ขีดแล้วโยนเข้าไปในกองฟาง ไฟค่อยๆ ลุกทีละน้อยจากการตอบโต้ของคนในเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ไม่ได้เข้ามายุ่งการเมือง ต้องออกมาตอบโต้เพราะรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจที่มีการบิดเบือนความเป็นจริง
สถานการณ์ลามเข้าสู่สภา และโหมกระพือต่อสู่รั้วมหาวิทยาลัย
เรื่องราว 6 ตุลา ถูกนำมารื้อฟื้นกันใหม่อย่างครึกโครม กลายเป็นประเด็นร้อนที่โหมเข้าใส่นายสมัคร อย่างที่หลายคนแม้อยากจะเปิดปาก หรือโดดลงมาช่วยเหลือ กลับอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเท่ากับบิดเบือนประวัติศาสตร์ที่ตัวมีส่วนถูกกระทำ เพื่อช่วยคนมีส่วนร่วมในการกระทำอย่างนายสมัคร
ทำได้อย่างดีที่สุดคือ พยายามหาทางลงจากสถานการณ์นี้ให้นายสมัคร
หนทางหนึ่งคือขอให้นายสมัครเอ่ยคำว่า ขอโทษ
เรียกร้องกันหลายครั้งกดดันกันหลายที
ทว่าคำว่า ขอโทษ นั้นเหมือนกับคำที่นักการเมืองพูดกันไม่เป็น
ดังนั้นจึงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิดว่า ขณะที่อดีตกำลังถล่มปัจจุบันของนายกรัฐมนตรี และมีคำว่า ขอโทษ เป็นระฆังยุติการต่อสู้
นายสมัครจะเรียนรู้ที่จะพูดคำว่า ขอโทษ จากใจจริงได้หรือไม่
หน้า 4
ข้อมูลจาก มติชน
