รมช.พม.ยาหอมชาวมุสลิมออกพ.ร.บ.กองทุนซะกาต ภายในรัฐบาลชุดนี้ นักวิชาการชี้ความยากจนเป็นหนึ่งในชนวนเหตุความรุนแรงภาคใต้ หากจัดเก็บซะกาตเป็นระบบมีเงินช่วยคนจนกว่า 1 พันล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิตมุสลิมดีขึ้น ลดความขัดแย้งน.พ.พลเดช ปิ่นประทีป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(รมช.พม.) กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุม การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสังคมมุสลิมไทย และรับมอบร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการดำเนินกิจการกองทุนซะกาต จากคณะทำงานยกร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่ สังคมมุสลิมทั่วโลกมีการจ่ายซะกาตอยู่ในวิถีชีวิต เนื่องจากเป็นหลักปฏิบัติ 1 ใน 5 ประการที่ชาวมุสลิมจะต้องถือปฏิบัติ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มุ่งส่งเสริมให้การจ่ายซะกาตเป็นระเบียบ มีการบริหารจัดการที่ดีและมีความโปร่งใสมากขึ้น โดยตามร่างพ.ร.บ.จะให้มีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ที่อาจจะเป็นสำนักงานอยู่ในพม.หรือเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทุนซะกาตอย่างเป็นระบบ และเป็นโอกาสให้มุสลิมจากต่างชาติบริจาคเงินช่วยเหลือมุสลิมในไทยได้
กองทุนนี้จะมีส่วนเข้าไปช่วยเหลือปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการช่วยให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมุสลิมในพื้นที่ดีขึ้น เป็นการแสดงให้เป็นว่าสังคมใหญ่ห่วงใยคนในพื้นที่ และอยากเห็นการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยผมจะนำร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกและรมว.พม.เป็นประธานก่อนเสนอครม.ภายใน 2 สัปดาห์ และคาดว่าจะออกเป็นกฎหมายได้ใน 6 เดือน ภายในรัฐบาลชุดนี้น.พ.พลเดช กล่าว
รศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิม สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะคณะทำงานยกร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต กล่าวว่า ปัญหาความยากจนของชาวมุสลิมเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะคนไทยมุสลิมในประเทศไทย มีประมาณ 10 % ของประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 6 ล้านคน และมีปัญหาความยากจนมากกว่าคนไทยในพื้นที่อื่นๆ จากผลการวิจัย พบว่า จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งมีชาวไทยมุสลิมสูงถึง 85 % อยู่ใน 10 จังหวัดที่ยากจนที่สุดในประทศ รายได้ต่อหัวประชากรประมาณ 40,000 บาทต่อปี ขณะที่รายได้ต่อหัวประชากรทั้งประเทศเฉลี่ย 81,000 บาท
ผอ.ศูนย์มุสลิมฯ กล่าวอีกว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะทำให้เกิดสำนักงานส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ที่จะดูแลให้เกิดการจัดตั้งกองทุนซะกาตที่เป็นนิติบุคคลขึ้นทั่วประเทศทั้งในระดับจังหวัด ระดับชุมชนหรือระดับมัสยิด ทำให้ระบบจัดเก็บและแจกจ่ายซะกาตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา การจัดเก็บและการแจกจ่ายซะกาตยังขาดระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ระบบซะกาตจึงยังไม่สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ ความช่วยเหลือแก่คนยกาจน ขัดสน ผู้ด้อยโอกาส จึงยังไม่เกิดผลอย่างสมบูรณ์ เมื่อมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบจะทำให้การดำเนินการดีขึ้น
รศ.ดร.อิศรา กล่าวด้วยว่า บัญชีกองทุนจะแบ่งเป็น 4 บัญชี ได้แก่ 1.บัญชีเงินช่วยจากรัฐบาล 2.เงินซะกาต เป็นเงินที่ชาวมุสลิมมอบเพื่อช่วยเหลือมุสลิมด้วยกัน เชื่อว่าหากมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและเต็มศักยภาพจะมีเงินช่วยเหลือผ่านกองทุนนี้ประมาณ 1 พันล้านบาท แต่เบื้องต้นหวังจะมีเงินช่วยเหลือเพียง 100 ล้านบาท 3.เงินการกุศล เป็นเงินช่วยเหลือจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่มุสลิม และ4.เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ หากเป็นจากมุสลิมจะนำเข้าบัญชี 2 หากไม่ใช่ก็เข้าบัญชี 3
ความยากจนเป็นเหตุผลหนึ่งของปัญหาภาคใต้ ถ้ามีกองทุนซะกาตที่มีการบริหารจัดการที่ดีเกิดขึ้นตั้งแต่อดีต ปัญหาภาคใต้จะไม่รุนแรง เนื่องจากกองทุนซะกาต เป็นกลไกสำคัญที่จะสนับสนุนให้เกิดชุมชนไทยมุสลิมที่เข้มแข็ง เป็นการแก้ปัญหาสังคมที่ตรงจุด เพราะคนในชุมชนย่อมรู้ดีว่าในท้องถิ่นของตนในสมควรได้รับการช่วยเหลือรศ.ดร.อิศรา กล่าว
อนึ่ง เมื่อเร็วๆนี้ครม.มีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการสนับสนุนการออกพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต โดยมีจุฬาราชมนตรีเป็นประธาน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
