คมช.ลั่น รมต.กระทรวงกลาโหม ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง-ควรเป็นทหาร เพราะเข้าใจภารกิจ พร้อมประกาศยุติบทบาท เปลี่ยนรูปแบบเป็นการนัดหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพแทนเมื่อเวลา 07.30 น. 22 ม.ค.51 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมรับประทานอาหารเช้าและร่วมหารือกับสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ประกอบด้วย พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และรักษาการประธานคมช. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และสมาชิก คมช. พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม และเลขาธิการ คมช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช.
ขาดเพียง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่ติดราชการในการเดินทางไปเยือนประเทศตะวันออกกลางระหว่างวันที่ 21 - 29 ม.ค.51 และพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้ช่วยเลขาธิการคมช. จากนั้นเวลา 09.00 น. ได้มีการประชุม คมช. ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหมดวาระภายหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เกิดขึ้น
ต่อมาเวลา 11.30 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. พร้อมด้วย พ.ต.หญิงสิริยา เขื่องศิริกุล พ.ต.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษก คมช. ร่วมแถลงข่าวว่า ที่ประชุม คมช. วันนี้สมาชิก คมช.แต่ละคนมีการแสดงความคิดเห็นต่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ว่า ในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของทุกฝ่าย ทางกองทัพเองไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเรื่องของทางการเมือง และขณะเดียวกันการเมืองก็ไม่ควรเข้ามาแทรกแซงกองทัพเช่นกัน
ดังนั้น คมช.จึงมีแนวคิดที่ว่าผู้ดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ในรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ สมควรที่จะเป็นคนกลางไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ๆ และควรจะต้องเป็นทหาร เพราะทหารย่อมเข้าใจในทหาร ทั้งในเรื่องของบุคลากร และกิจการภายในกองทัพ นอกจากนี้ยังส่งผลให้บรรยากาศของการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายดีขึ้น
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุม คมช.ยังมีมติให้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนให้ทราบว่า นับแต่นี้เป็นต้นไป คมช.จะยุติการนัดประชุมหารืออย่างเป็นทางการในสถานะภาพของคมช.แต่จะเปลี่ยนรูปแบบในการหารือระหว่าง ผบ.เหล่าทัพ เพื่อประสานความร่วมมือในการทำงานตามบทบาทภาระหน้าที่ของแต่ละกองทัพแทน โดยในขั้นตอนเบื้องต้นจะดำเนินการในลักษณะของการพูดคุยในระหว่างอาหารมื้อเช้าที่กองบัญชาการกองทัพบก
ทั้งนี้ที่ผ่านมาคมช.ได้พยายามประคับประคองสถานการณ์บ้านเมืองและบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยอย่างดีที่สุดแล้ว เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศชาติ ฉะนั้นจากวันนี้คมช.คงจะยุติการหารืออย่างเป็นทางการ รวมถึงการทำงานหน้าที่ในตำแหน่งในครั้งสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดที่ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมควรเป็นทหารนั้นถือเป็นมติของ คมช.ใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ถูกต้อง เป็นความเห็นของสมาชิกคมช.ทุกท่าน แต่ในการปฏิบัติคมช.คงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะรัฐบาลชุดใหม่ เพียงแต่มีการพุดคุยกันเท่านั้นว่าสิ่งที่เราอยากได้เป็นอย่างนี้ ซึ่งถือเป็นมุมมองของคมช.แต่คณะรัฐบาลชุดใหม่ที่จะแต่งตั้งขึ้นมานั้น ขึ้นอยู่กับท่านเราคงไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้
ถามว่า แสดงว่าบุคคลที่เป็นแคนดิเดตที่จะดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมในขณะนี้นั้น คมช.ยังไม่ค่อยเห็นด้วย พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาในช่วงนี้อาจจะยังไม่แน่นอนว่าใครจะเป็นอะไร เป็นเพียงข้อมูลข่าวสารเท่านั้น เมื่อยังไม่มีข้อตกลงในรัฐบาลก็ไม่อยากให้วิตกกังวลเกินเหตุแต่ความคิดของคมช.หากต้องการให้บรรยากาศการทำงานของทุกฝ่ายดีก็อยากจะให้เป็นทหารคนกลางที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
