ที่หอประชุมอาคารสหประชาชาติ (ESCAP Hall) ถนนราชดำเนินนอก กทม. เมื่อวันที่ 11 มกราคม ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานแถลงข่าว เครือข่ายร่วมลดโลกร้อน ด้วยหลอดผอมใหม่เบอร์ 5 ร่วมกับอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าฯกทม. ผู้ว่าฯสมุทรสาคร และผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟฝ.) พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือโครงการดังกล่าว ระหว่าง กฟผ. กับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ และภาคเอกชนจำนวน 32 รายโครงการนี้กระทรวงพลังงานให้ กฟผ. ดำเนินการภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานระหว่างปี 2551-2555 เป็นเงิน 3,300 ล้านบาท เพื่อรณรงค์ให้เปลี่ยนมาใช้หลอดผอมใหม่เบอร์ 5 (T5) ทดแทนหลอดผอมเดิม (T8) จำนวน 200 ล้านหลอดทั่วประเทศ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจำนวน 2,000 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับการลดการใช้ไฟฟ้าประมาณ 9,000 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 25,000 ล้านบาท พร้อมช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้าประมาณปีละ 15,000 ล้านบาท ที่สำคัญลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 5 ล้านตัน/ปี
โดยหลอดผอมใหม่เบอร์ 5 ที่ใช้โครงการ ต้องได้รับมาตรฐานฉลากเบอร์ 5 ผ่านประสิทธิภาพแสงไม่น้อยกว่า 90 ลูเมนต์/วัตต์ พร้อมรับประกันอายุการใช้งานจำนวน 20,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 4 ปี
นายปิยะสวัสดิ์ระบุว่า การรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้หลอดผอมใหม่เบอร์ 5 แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ T8 หรือหลอดผอมเดิม ถือเป็นหนึ่งในมาตรการหลักของกระทรวงพลังงานในการลดการใช้พลังงานของประเทศ ตามกรอบแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนระยะที่ 3 ในช่วงปี 2551-2554 ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ประชาชน ประเทศชาติและสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ทั้งนี้ เครือข่ายองค์การต่างๆ ที่เข้าร่วม เครือข่ายจะมีกองทุนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน โดยให้สมาชิกเครือข่ายสามารถแบ่งชำระเป็นรายเดือน ในระยะเวลา 2 ปี ไม่มีดอกเบี้ย
สำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วมลงนามเป็นเครือข่ายในครั้งนี้ มีจำนวน 32 ราย อาทิ กรุงเทพมหานคร (กทม.), บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน),บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, กระทรวงอุตสาหกรรม, กรมประชาสัมพันธ์, ธนาคารแห่งประเทศไทย, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, สมาคมโรงแรมไทย, บริษัท ปตท. จัด (มหาชน), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มาชน), บริษัท ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัทเซ็นคาร์ จำกัด (Carrefour), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัท นันยางเท็กซ์ไทล์ จำกัด, บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด, และโรงพยาบาลบางปะกอก
โดยบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งเป้าเปลี่ยนการหลอดผอมใหม่เบอร์ 5 แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ T8 หรือหลอดผอมเดิมจำนวน 3,000 หลอด ช่วยประเทศไทยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 91.96 ตัน/ปี และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 180,675 หน่วย/ปี
ขณะที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งใช้ไฟฟ้าประมาณ 40 ล้านหลอด ตั้งเป้าเปลี่ยนการหลอดผอมใหม่เบอร์ 5 แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ T8 หรือหลอดผอมเดิมจำนวน 100,000 หลอด สามารถช่วยประเทศไทยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 3,065.45 ตัน/ปี และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 6,022,500 หน่วย/ปี
เครือข่ายร่วมลดโลกร้อน ด้วยหลอดผอมใหม่เบอร์ 5 เป็นยุทธศาสตร์ ที่จะขายายให้เกิดเครือข่ายในวงกว้างต่อไป และการลงนามร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น จุดตั้งต้น โดยมีจำนวนหลอดผอมใหม่เบอร์ 5 (T5) ที่เข้าร่วมโครงการ 1,192,182 หลอด ที่จะส่งผลให้ไทยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 36,546 ตัน/ปี พร้อมลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 72 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็นเงินประมาณ 215 ล้านบาท
หน้า 5
ข้อมูลจาก มติชน
