คอลัมน์ ส่องโรค ไขสุขภาพในงานเสวนา ความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล
รศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา หน่วยโรคหัวใจ ภาคอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ความรู้ไว้ว่า โรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว (Atherosclerosis) เกิดจากการสะสมของไขมัน หรือคอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL-Cholesterol) และสารอื่นๆ ในผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้นจนเกิดเป็นตะกรัน เกิดการตีบตันของหลอดเลือด และลดการยืดหยุ่นของหลอดเลือดลง ซึ่งตะกรันเหล่านี้มักจะฉีกขาดหรือหลุดจากผนังหลอดเลือดไปอุดตันการไหลเวียนของเลือด ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิตในที่สุด
นอกจากนี้ โรคหลอดเลือดแข็งตัว เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคร้ายหลายชนิด เช่น โรคหลอดเลือดและหัวใจ ที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของโลก โดยทุกๆ 2 วินาทีจะมีผู้เสียชีวิต 1 ราย โรคหัวใจวายเฉียบพลัน มีผู้เสียชีวิตทุกๆ 5 วินาที และโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ต้นเหตุของโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ทุกๆ 6 วินาทีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ สำหรับประเทศไทย ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อปี 2548 พบว่ามีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจสูงถึง 112,352 คนต่อประชากรแสนคน ยกเว้นกรุงเทพมหานคร (กทม.) และมียอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 36,771 คน คิดเป็นอัตราการตายต่อประชากรแสนคน คือ 59.12 คน ขณะที่โรคเหล่านี้มีค่ารักษาพยาบาลสูงถึงครั้งละ 110,000 บาท
ปัจจุบันมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว ไม่จำกัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีคอเลสเตอรอลชนิดร้ายสูงเกิน 130 mg/dL เท่านั้น แต่ผู้ที่มีอายุเกิน 45 ปี สูบบุหรี่ เครียด รวมไปถึงพฤติกรรมการกินที่เสี่ยงให้เกิดโรค เช่น กินอาหารจานด่วน กินของหวานๆ มันๆ
อาการเริ่มแรกจะเจ็บหน้าอก เจ็บแขนซ้ายหรือกราม อึดอัด หายใจไม่ออก อ่อนเพลีย เหงื่อออกง่าย หรือเวียนศีรษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะหัวใจต้องทำงานหนัก เช่น การออกกำลังกาย เป็นต้น การป้องกันต้องปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ควบคุมพฤติกรรมการกิน หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด เน้นกินอาหารมีเส้นใย งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง และบางรายที่มีคอลเลสเตอรอลชนิดร้ายสูงมาก แพทย์จำเป็นต้องให้ยาลดไขมันในเส้นเลือดร่วมด้วย
หน้า 5
ข้อมูลจาก มติชน
