กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตอบรับข้อเสนอ สพฐ. รับปากประสาน อปท.ช่วยรับโอนการจัดการ ศึกษาปฐมวัยทั้งหมดจาก ร.ร.รัฐ พร้อมร่วมมือพัฒนา ร.ร.ขนาดเล็ก ระบุไม่อยากรับโอนร.ร.ขนาดเล็กจากสพฐ.จำนวนมากในช่วงแรกเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการ หารือร่วมกันระหว่างคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พร้อมผู้บริหารของ สพฐ.กับนายสมพร ใช้บางยาง อธิบดีกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น ว่า เป็นการหารือเรื่องที่ สพฐ.เสนอให้องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) รับโอนการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยหรืออนุบาล ซึ่งจัดอยู่ใน ร.ร.สังกัด สพฐ.เกือบ 20,000 แห่ง ยกเว้นร.ร.อนุบาลประจำจังหวัด และให้ อปท.ใช้อาคารสถานที่ของ ร.ร.ที่ ยุบเลิกไปแล้วมาจัดตั้ง ร.ร.ของตัวเอง รวมทั้งขอให้ อปท.เข้ามามีส่วนร่วมในร.ร.ขนาดเล็ก โดยจะเสนอให้คณะกรรมการกระจายอำนาจให้องค์กปกครองส่วนท้อง ถิ่น (กกถ.) มีมติให้การถ่ายโอน ร.ร.ขนาดเล็กทำได้โดยไม่จำกัดจำนวน
รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวอีกว่า หลังการจาก สพฐ.ได้ นำเสนอข้อเสนอของ สพฐ.แล้ว ทางกรมส่งเสริมฯ เห็นชอบร่วมกันในหลักการกับข้อเสนอ ดังกล่าว เพราะกรมส่งเสริมมีแนว คิดในแนวทางเดียวกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาคาร สถานที่ของ ร.ร.ที่ยุบเลิกไปแล้วไปจัดตั้งร.ร.ของท้องถิ่น โดยเฉพาะจัดตั้งเป็น ร.ร.ระดับปฐมวัย และกรมส่งเสริมฯ ยินดีรับไปหารือกับ อปท.เพื่อสำรวจว่า อปท.พร้อมรับโอนการจัดการศึกษาระดับ ปฐมวัยจาก สพฐ.ได้หมดภายในกี่ปี และในแต่ปีพร้อมรับโอนจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษา สำหรับเด็กเล็กนั้น มีหน่วยงานในพื้นที่ของกระทรวงต่าง ๆ ทำงานส่งเสริมเรื่อง การพัฒนาเด็กเล็กอยู่ ถ้า อปท.สามารถทำงานร่วมกันหน่วยงานเหล่านี้ อาจจัดการศึกษาระดับปฐมวัยได้ดีกว่าส่วนกลาง และหากการเตรียมความพร้อมของเด็กเล็กสามารถ ทำได้ดี เมื่อรับ เข้า ป.1 แล้ว การพัฒนาคุณภาพเด็กจะทำได้ง่ายกว่า
ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า สวนเรื่องความร่วมมือในการพัฒนา ร.ร.ขนาดเล็กนั้น กรมส่งเสริมฯ ยินดีร่วมพัฒนาร.ร.ขนาดเล็ก และรับโอนร.ร.ขนาดเล็กจาก สพฐ. แต่ระยะแรกนั้น กรมส่งเสริม ฯ ไม่ต้องการให้มีการถ่ายโอนร.ร.ขนาดเล็กคราวละจำนวนมาก แต่ต้องการให้อปท.ได้ทำงานร่วมกันกับ ร.ร.ก่อน เช่นให้ ประธานองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) หรือ ประธานองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) มาเป็นกรรมการสถานศึกษา ในที่สุด ต่างฝ่ายต่างพร้อม ก็โอน ร.ร.ไปให้ อปท.
กรมส่งเสริมฯ ด้วยด้วยที่ ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมมือกับพัฒนาคุณภาพ ร.ร.ในพื้นที่ แทนที่ จะให้ท้องถิ่น ตั้ง ร.ร.ขึ้น มาเอง ซึ่งจะเป็นการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลือง และในที่สุด ร.ร.ที่ท้องถิ่นตั้งขึ้นมา ก็จะมาแข่งขัน ร.ร.ของ สพฐ. มาแย่งเด็กในพื้นที่ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเดียวกัน เพราะฉะนั้น ควรร่วมมือกันทำดีกว่า อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมฯ เห็นด้วยใน หลักการแต่จะต้องนำข้อเสนอของ สพฐ.ไปหารือกับท้องถิ่นก่อน แต่กรมส่งเสริมฯ เห็น ว่า เรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องนำไปขอความเห็นชอบจาก กกถ.อีก สามารถเริ่ม ดำเนินการได้ทันทีในการรับโอนร.ร.ปีการศึกษาหน้าถ้าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อม รองเลขาธิการกพฐ. กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
