ในงานสัมมนาเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา หัวข้อ “พัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้ยั่งยืน” จัดโดยวุฒิอาสาธนาคารสมองกลุ่มสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายกิติศักดิ์ สินธุวนิช รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าวว่า ทุกยุคทุกสมัย ทิศทางการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทุกแผนให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จุดสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 พ.ศ. 2540-2544 คือ เปลี่ยนการพัฒนาให้คนเป็นศูนย์กลางรวมถึงเด็กและเยาวชนเป็นเป้าหมายสำคัญ ส่วนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2545-2549 อัญเชิญ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ไว้ในแผนในส่วนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550- 2554 นายกิติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะเตรียมแผนกำหนดทิศทางพยายาม วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสังคมพบว่า ช่วงระยะเวลาทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 10 มีการเปลี่ยนแปลงรุนแรงหลายด้านเช่น การขยายตัวของเมืองและภาคอุตสาหกรรมชัดเจนมากขึ้น, อินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์เข้ามามีบทบาทที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงวัฒนธรรมต่างประเทศที่หลั่งไหลเช่น การบริโภคอาหารจำพวกฟาสต์ฟู้ด นำไปสู่พฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน หากไม่มีการคุ้มครองกลั่นกรองที่เหมาะสมเด็กและเยาวชนจะได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงต้องเตรียมเด็กให้พร้อมและพัฒนาจิตใจรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นายกิติศักด์ กล่าวถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 10 ว่า เตรียมศึกษาและทักษะการเรียนรู้เพื่อสร้างสติปัญญาแก่เด็ก เนื่องจากพบว่า การศึกษาในเชิงปริมาณไม่มีปัญหาแต่เชิงคุณภาพมีปัญหา การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาพบว่า คะแนนเฉลี่ย 4 วิชาหลักคือ วิชาคณิตศาสตร์, ภาษาไทย, วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ต่ำกว่าร้อยละ 50 และยังเชื่อมโยงถึงการขาดแคลนครูพื้นที่ต่าง ๆ และขาดแคลนครูวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับวิชาสอน โรงเรียนที่มีคุณภาพมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ในเรื่องสุขภาพเน้นเรื่องส่งเสริมมากกว่าการรักษา เนื่องจากปัจจุบันปัญหาภาวะโภชนาการเกินเกิดขึ้นกับเด็ก ร้อยละ 19 เป็นโรคอ้วน, ร้อยละ 65 ความดันโลหิตสูงกว่าเด็กปกติ และร้อยละ 30 ความดันโลหิตสูงกว่าผู้ใหญ่
รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์เด็กและเยาวชนในปัจจุบันว่า ในยุคที่พ่อแม่ทำงานนอกบ้าน ความเป็นเมืองมีการเคลื่อนไหลของเทคโนโลยี ส่งผลต่อพฤติกรรมเด็ก จากการ
สำรวจของสวนดุสิตโพล เมื่อวันที่ 10-15 มี.ค. 2550 พบว่า เด็กมีการใช้เงินฟุ่มเฟือย, แต่งตัวโป๊เปลือย, มีอิสระทางความคิดและกล้าแสดงออกจนเกินงาม มีความก้าวร้าวและไม่เชื่อฟังพ่อแม่ แนวโน้มของพฤติกรรมที่เปลี่ยนมีความน่าเป็นห่วง และสิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือ การเผยแพร่ของสื่อลามกกับเยาวชน จาก รายงานภาวะสังคมพบว่า เด็กประถมศึกษาดูการ์ตูนโป๊ร้อยละ 30 และใช้เวลาส่วนใหญ่คุยโทรศัพท์เฉลี่ยวันละประมาณ 1 ชั่วโมง, ใช้อินเทอร์เน็ต 1 ชั่วโมง, เล่นเกม 2 ชั่วโมง รวมเวลาที่ใช้ไปกับสิ่งไม่ก่อประโยชน์ถึงวันละ 6 ชั่วโมง
“ทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 10 ประกอบด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้เป็นกระบวนการเรียนรู้โดยมีชุมชน โรงเรียน ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วม, การปรับกระบวนการเรียนรู้โดยดึงศักยภาพของเด็กออกมาเต็มที่ และผลักดันให้มีส่วนร่วมมีบทบาททำงานเพื่อ สังคมมากขึ้น การทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ทุกคนต้องร่วมมือกันและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” นายกิติศักดิ์กล่าว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
