โดย กัญจนา ศิลปอาชามีเรื่องราวน่ารักๆ ของครอบครัวศิลปอาชามาร้อยเรียงให้ได้อมยิ้มกัน ซึ่งงานนี้ลูกสาวของนายบรรหาร ศิลปอาชา อย่างกัญจนา ขออาสาจรดปลายปากกาลงบนกระดาษเก็บตกเรื่องราวน่ารักของครอบครัวที่จูงมือกันเดินทางไปเที่ยวประเทศเคนย่ามาเล่าสู่กัน
...ช่วงระหว่างวันที่ 16-23 ก.ค. 2550 ครอบครัวดิฉันจัดทริปพักผ่อนประจำปี โดยปีนี้เลือกไปท่องซาฟารีที่ประเทศเคนย่า และไปดูน้ำตกวิคตอเรียที่ประเทศซิมบับเว่ ดิฉันเป็นคนเลือกสถานที่ในทุกครั้งที่เดินทางคณะที่ไปนอกจาก พ่อ แม่ ดิฉัน แล้ว ก็มีญาติๆ และเพื่อนสนิทชาวสุพรรณรวม 20 ชีวิต อายุแต่ละท่านส่วนใหญ่ปาเข้าไป 50-60 ขึ้น ส่วนพ่อกับแม่น่ะ 70 อัพ รวมๆ แล้วทริปนี้ร่วมพันปีได้
การเดินทางท่องเที่ยว ที่น่าจะเป็นการพักผ่อนครั้งนี้ ดิฉันไม่แน่ใจว่าพาพ่อกับแม่และคณะญาติไปพักผ่อน หรือพาไปทรมานกันแน่....
เครื่องบินของสายการบินเคนย่าแอร์เวย์ทะยานจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่ไนโรบีเมืองหลวงของประเทศเคนย่า แต่ต้องดีเลย์ถึง 12 ชั่วโมง กำหนดการทั้งหลายต้องถูกปรับเปลี่ยนกะทันหัน.. พ่อเริ่มบ่นแล้ว
เมื่อเดินทางถึงไนโรบี วันรุ่งขึ้นต้องนั่งเครื่องบินในประเทศไปลงที่อุทยานแห่งชาติมาซายมารา ลานบินที่เครื่องบินลงจอดเป็นถนนลูกรังกลางทุ่งหญ้าสะวันน่า พวกเที่ยวชมสัตว์ป่า 1 วัน 1 คืน ขากลับต้องนั่งรถจี๊ป 7 ชั่วโมง บนถนนที่ชวนนึกถึงโลกพระจันทร์ มิหนำซ้ำวิ่งๆ ไป หลังคารถซึ่งเปิดไว้ยืนดูสัตว์ และปิดล็อคไว้เวลาเดินทาง แต่ตัวล็อคเกิดหลวม วิ่งๆ ไปหลังคารถจึงปลิวไปตกบนกระโปรงรถของคันหลัง ต้องหยุดขบวนวิ่งไปตามเก็บมาใส่ใหม่ กว่าจะถึงไนโรบี ทั้งกระเพาะ ลำไส้ ตับ ม้าม น่าจะรวมเป็นหนึ่งเดียว
...พ่อบ่นเป็น 2 เท่า
แต่นั่นเป็นเพียงเบื้องต้นของประสบการณ์โหดมันฮา
พวกเราข้ามประเทศไปที่ซิมบับเว่ เพื่อชมน้ำตกวิคตอเรียซึ่งใหญ่โตสวยงาม เรามีกิจกรรมล่องแพยางในแม่น้ำซิมเบเวซี่ ซึ่งไหลตกหน้าผาเป็นน้ำตกวิคตอเรียนั่นเอง
ปกติที่ดิฉันเคยล่องแพ (Rafting) รถจะไปจอดริมฝั่งแล้วเดินขึ้นแพยางได้เลย แต่ที่นี่เราต้องลงหน้าผาสูงใช้เวลานับ 1 ชั่วโมง แต่เป็น 1 ชั่วโมงที่ที่ต้องเดินผสมคลาน
แม่เก่งมากไม่บ่นเลย มีหลานๆ ช่วยพยุง 2-3 คน ส่วนพ่อนั้น เป็นไปตามคาดคือบ่นตลอดทาง ซึ่งก็น่าเห็นใจเพราะข้อเข่าพ่อไม่ดี แม้แต่ตัวดิฉันเองขนาดออกกำลังกายทุกวัน ยังขาสั่นพั่บๆ
พอนึกถึงพ่อกับแม่และญาติๆ ผู้สูงวัยแล้ว ทำให้ดิฉันรู้สึกผิดขึ้นมาถนัดใจ เพราะเหมือนกับพาพวกเขามาลำบาก แม้ญาติๆ หลายคนปลอบใจว่าถึงเหนื่อย แต่สนุก พอพ่อเห็นดิฉันเสียใจเลยหยุดบ่น
แพยางพาเราล่องลอยไปอย่างสนุกสนานด้วยความแรงน้ำระดับ 2-4 แต่อีกใจหนึ่งดิฉันอดกังวลถึงตอนต้องขึ้นฝั่งไม่ได้ เพราะต้องปีนหน้าผาสูงชันกลับขึ้นไป จะเป็นอย่างไรดีน้อ!!
ภาวนาให้มีวิธีพาพ่อกับแม่ขึ้นแบบสบายๆ ทีเถอะ ดิฉันแอบถามคนคัดท้ายแพแล้ว...
เมื่อแพล่องมาถึงปลายทาง พ่อเดินไม่ไหวแล้ว โชคดีหาวิธีการพาพ่อขึ้นเขาได้แล้ว พวกลูกหาบ ใช้แผ่นไม้กระดานยาวพอดีตัว เขาเอาเสื้อชูชีพวางปูบนแผ่นไม้ให้พ่อนอน แล้วเอาสายผ้ามามัดพ่อแน่นติดกับแผ่นไม้เป็นช่วงๆ ทั้งตัว แล้วหามพ่อไป
ตอนแรกพ่อจะไม่ไป โดยยอมเสียสละให้แม่นอนไปแทน แต่แม่ก็ไม่ยอมและให้พ่อไปก่อน ทุกคนเสียดายมาก ไม่มีใครถือกล้องถ่ายภาพไปเลย ไม่เช่นนั้นคงได้ภาพเด็ดๆ ตอนพ่อถูกหาม
ทางเดินขึ้นชันมาก บางช่วงเกือบ 90 องศา แต่ลูกหาบเดินกันอย่างคล่องแคล่วและพาพ่อถึงข้างบนอย่างรวดเร็ว พ่อเลยสั่งให้พวกเขารีบกลับไปรับแม่
แม่ถูกจับมัดแน่นแบบเดียวกับพ่อ แต่แม่ต้องดมยาตลอด เพราะมีกลิ่นธรรมชาติของลูกหาบผิวสีที่ไม่คุ้นเคย แต่ต้องยอมรับว่าพวกเขาเก่งกาจเสียจริงๆ ขนาดเราแค่เอาตัวเองขึ้นก็ซี่โครงบานแล้วพวกเขา (6 คนหาม) ต้องแบกคนด้วย ทางก็ชันน่ากลัวมาก
พวกญาติๆ ที่ไปด้วยกันก็แข็งแรงกันไม่น้อย ทุกคนเอาตัวรอดขึ้นกันมาได้หมด และไม่มีเสียงบ่นใดๆ เลย
เมื่อขึ้นมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ระหว่างนั่งพัก พวกลูกหาบชอบรองเท้าของพวกผู้ชายมาก พอเขาขอทุกคนต่างยินดีมอบให้ สุดท้ายพวกผู้ชายเลยเหลือแต่เท้าเปล่า
หลังจากนั้นเรานั่งรถไปกินอาหารที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งไม่ไกลนัก
สภาพของพ่อตอนนั้น ชวนขำขันเสียเหลือเกิน พ่อเดินเท้าเปล่าลงจากรถ ใส่กางเกงขาสั้นปลายบาน เสื้อยืดขาวแต่ออกจะมอมแมม เดินเข้ารีสอร์ทหรู
ผู้ชายคนอื่นในคณะก็มีสภาพตลกเหมือนกับพ่อ แถมพวกเขายังต้องสวมชุดมอมแมมนี้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ชมน้ำตกวิคตอเรีย แต่เขามีข้อบังคับให้ใส่รองเท้า พ่อเลยยืมรองเท้าแตะสีรุ้งหวานจ๋อยของหลานสาวมาใส่ แต่เป็นภาพที่ชวนประทับใจไปอีกแบบ
วันรุ่งขึ้น ทุกคนปวดระบมกันถ้วนทั่ว แต่ก็สนุก เรียกว่าโหด มัน ฮา ได้ครบทุกรส
ขากลับยังมีอุปสรรคอีกจนได้ ก็เจ้าเคนย่าแอร์เวย์ดีเลย์อีก 8 ชั่วโมง เราต้องวิ่งวุ่นเพื่อขอเปลี่ยนสายการบิน เพราะพ่อมีนัดสำคัญที่กรุงเทพฯ กว่าจะเปลี่ยนสายการบินรวมถึงเส้นทางบินได้ก็แทบแย่ สรุปทริปนี้เหนื่อยและลุ้นจนนาทีสุดท้ายเลยค่ะ
แต่ก็ Happy Ending นะคะ
หน้า 35
ข้อมูลจาก มติชน
