width=120 height=160 hspace=5 vspace=5 align=left /บ่ายคล้อยแดดร่มลมตกนิสิตกว่า 3,700 ชีวิต พร้อมใจเดินเท้าเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) วิทยาเขตพะเยา ระยะทางยาวไกลกว่า 4 กม.นั้น ไม่ใช่หนทางที่ราบเรียบ สะดวกสบาย
รถบรรทุกไม่สามารถนำพาพวกเขาสู่จุดหมาย แต่จะต้องอาศัยแรงกายแรงใจก้าวเดินไปด้วยตนเอง แม้เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า หลายคนเป็นลม บางคนเดินสะดุดหกล้มจนบาดเจ็บที่เท้า
ทว่าพวกเขากลับรู้สึกอบอุ่น สบายใจ เพราะมีเพื่อนผองน้องพี่ร่วมเดินเคียงข้าง คอยประคับประคอง ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันไปตลอดทาง...ใช่เพียงปีนี้เท่านั้น แต่ 12 ปีมาแล้วที่เส้นทางแห่งความทรงจำสายนี้ได้ทำหน้าที่ร้อยรัดดวงใจพี่น้องรั้ว เทา-แสด ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้งาน เสลาแรกช่อ รับน้องเข้ามน. บูชาพ่อนเรศวร
นิสิตใหม่จะต้องร่วมเดินทางกับนิสิตรุ่นพี่ นิสิตต่างคณะและสาขาวิชา หากมีนิสิตที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น เป็นลม หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้า และความเมื่อยล้า จะทำให้รุ่นพี่และรุ่นน้องเห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดระยะทาง เพื่อจะได้ไปถึงยังที่หมาย เกิดความรักและสามัคคี ทำให้นิสิตได้รู้จักเพื่อนใหม่ไปด้วย จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมเดินเท้าเข้า มน. จนถึงปัจจุบัน จะจัดกิจกรรมนี้ทุกปี รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดี มน. บอกถึงจุดมุ่งหมายของกิจกรรมนี้
ประเพณีเดินเท้าเข้า มน. เริ่มต้นปีการศึกษา 2542 เป็นกิจกรรม รับน้อง อย่างสร้างสรรค์ แต่ละปีมีการถวายสดุดีแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งได้อัญเชิญพระนามมาเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย การเดินขบวนรณรงค์ของนิสิตแต่ละรุ่นที่แตกต่างกันไป เช่น ประหยัดพลังงานหารสอง ถวายความจงรักภักดีโดยจัดขบวนเทิดไท้องค์ราชันในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ปีนี้เน้นรณรงค์การไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และแต่งกายตามระเบียบ
แน่นอนที่ขาดไม่ได้!!...รุ่นพี่ต้องนำรุ่นน้องปี 1 เดินเท้าเข้าสู่รั้ว มน.วิทยาเขตพะเยา พร้อมกับพาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยและปลูกต้นไม้ระหว่างทางรอวันเติบใหญ่ให้ร่มเงาแก่ผู้คนในมหาวิทยาลัยเปรียบเหมือนนิสิตแต่ละคนที่ถูกฟูมฟักให้เติบโตในรั้ว มน. เมื่อพ้นรั้วเทา-แสดก็ผลิดอกออกผลทำประโยชน์ สร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่ตนเองและสังคม
ต่อมาบรรดาน้องใหม่ทั้งหลายก็เข้าสู่ ระบบเวียง ซึ่งภาษาท้องถิ่นแปลว่า เมือง นับเป็นการจัดโครงสร้างนิสิตให้ดำเนินกิจกรรมนี้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ในอดีต จ.พะเยา มีเวียงมากกว่า 30 เวียง แต่มน.เลือกเวียงสำคัญ 6 เวียงมาเป็นชื่อกลุ่มกิจกรรมนิสิต เพื่อนำนิสิตต่างสาขาและวิชาชีพมาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เดินเท้าเข้า มน. มีการแห่ขบวนแสดงแต่ละเวียงเพื่อสะท้อนศิลปวัฒนธรรม และประเพณีพื้นบ้านของ จ.พะเยา และชาวล้านนา
เริ่มแรกน้องๆ ต้องเข้าสู่ เวียงจอมทอง เป็นชื่อเมืองยุคแรกใน จ.พะเยา ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ อ.เมือง มุ่งเน้นเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม มีสีประจำเวียงคือ สีเหลือง ใช้สัญลักษณ์เป็น พระธาตุจอมทอง ซึ่งเป็นตัวแทนศาสนา และสิ่งเคารพบูชาของชาวพุทธ สื่อความหมายว่า มนุษย์นอกจากเป็นผู้มีความรู้ด้านวิชาการแล้ว ต้องมีคุณธรรมควบคู่กันไปด้วย
เวียงน้ำเต้า เมืองโบราณยุคแรกของ จ.พะเยา มีภูมิประเทศเป็นรูปน้ำเต้า มุ่งเน้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สีประจำคือ สีน้ำเงิน และสัญลักษณ์เป็น น้ำเต้า สื่อความหมายสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ และทำงานร่วมกับส่วนรวม
เวียงบัว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กา และอยู่ใน อ.เมือง อดีตเป็นแหล่งเตาเผาที่สำคัญของเมืองพะเยา มุ่งเน้นนำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับความรู้พื้นฐานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สีประจำคือ สีแดง สัญลักษณ์เป็น ปลากัดพื้นเมืองไขว้กัน 1 คู่ สื่อความหมายในโลกยุคใหม่และการแข่งขัน ต้องเรียนรู้โดยนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ให้ทันกับสภาวการณ์อย่างเหมาะสม
เวียงกาหลวง ตั้งอยู่ใกล้เวียงบัวมุ่งเน้นนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสนองตอบความต้องการกับการศึกษาในปัจจุบัน สีประจำคือ สีฟ้า สัญลักษณ์เป็น อีกา วงกลม และใบไม้ มาจัดเป็นองค์ประกอบให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ในชุมชนโดยการวิจัย และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีในชุมชน
เวียงลอ มีที่ราบกว้างใหญ่ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเมืองพะเยา มุ่งเน้นความสงบและความอุดมสมบูรณ์ สีประจำจึงเป็นสีเขียว สัญลักษณ์เป็น ช่อรวงข้าว เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ท้ายสุด เวียงเชียงแรง เมืองโบราณรุ่นแรกของ อ.เชียงคำ มีกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้ออาศัยอยู่ ประกอบไปด้วยความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่รวมความเป็นหนึ่งของชุมชน สีประจำคือ สีชมพู สัญลักษณ์เป็นรูป ช้างที่ถักทอบนตุงไทยลื้อ มุ่งเน้นเสริมสร้างความสงบสุขบนพื้นฐานของความหลากหลายของมนุษย์ทุกชาติ
เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วยความเต็มใจ แม้ว่ากิจกรรมนี้จะไม่บังคับ เพราะเห็นว่าเป็นกิจกรรมรับน้องที่สร้างสรรค์ ทำให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนใหม่ สิริยุคล ใจภักดี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศิลปศาสตร์ สาขานิติศาสตร์ มน. บอกเล่าความรู้สึกเมื่อร่วมกิจกรรม
เช่นเดียวกับ วนิสา แว่นส้ม นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะเกษตรศาสตร์ สาขาอุตสาหกรรมการเกษตร มน. ในฐานะรุ่นพี่ เธอได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ในปีที่แล้ว ทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่และหลายคนกลายมาเป็นเพื่อนสนิท จึงอยากจะถ่ายทอดกิจกรรมแบบนี้ไปสู่รุ่นน้องต่อไป
กิจกรรมนี้สร้างสรรค์ อยากให้กลายเป็นประเพณีการรับน้องแก่รุ่นต่อๆ ไป เพราะอยากเห็นรุ่นน้องและรุ่นพี่อยู่ร่วมกันด้วยความรักและสามัคคี วนิสา บอกทิ้งท้าย
ณ วันนี้ นิสิตใหม่ก้าวเข้าสู่ความเป็นลูก มน. แล้วครึ่งหนึ่ง พร้อมกับถูกปลูกฝังให้เห็นคุณค่าของกิจกรรม ตลอดจนความหมายของเมือง สร้างสัมพันธภาพกับเพื่อนผองน้องพี่ในสถาบันเดียวกัน ถัดจากนั้นไปอีก 4 ปี เชื่อได้ว่านิสิตกว่า 3,700 คน ที่ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เช่นนี้แล้ว จะรักษ์และหวงแหนวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมไทยไปตลอดกาล...
สุริยา ทาสุรินทร์ เรื่อง-ภาพ
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
--
บ่ายคล้อยแดดร่มลมตกนิสิตกว่า 3,700 ชีวิต พร้อมใจเดินเท้าเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) วิทยาเขตพะเยา ระยะทางยาวไกลกว่า 4 กม.นั้น ไม่ใช่หนทางที่ราบเรียบ สะดวกสบาย
รถบรรทุกไม่สามารถนำพาพวกเขาสู่จุดหมาย แต่จะต้องอาศัยแรงกายแรงใจก้าวเดินไปด้วยตนเอง แม้เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า หลายคนเป็นลม บางคนเดินสะดุดหกล้มจนบาดเจ็บที่เท้า
ทว่าพวกเขากลับรู้สึกอบอุ่น สบายใจ เพราะมีเพื่อนผองน้องพี่ร่วมเดินเคียงข้าง คอยประคับประคอง ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันไปตลอดทาง...ใช่เพียงปีนี้เท่านั้น แต่ 12 ปีมาแล้วที่เส้นทางแห่งความทรงจำสายนี้ได้ทำหน้าที่ร้อยรัดดวงใจพี่น้องรั้ว เทา-แสด ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้งาน เสลาแรกช่อ รับน้องเข้ามน. บูชาพ่อนเรศวร
นิสิตใหม่จะต้องร่วมเดินทางกับนิสิตรุ่นพี่ นิสิตต่างคณะและสาขาวิชา หากมีนิสิตที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น เป็นลม หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้า และความเมื่อยล้า จะทำให้รุ่นพี่และรุ่นน้องเห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดระยะทาง เพื่อจะได้ไปถึงยังที่หมาย เกิดความรักและสามัคคี ทำให้นิสิตได้รู้จักเพื่อนใหม่ไปด้วย จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมเดินเท้าเข้า มน. จนถึงปัจจุบัน จะจัดกิจกรรมนี้ทุกปี รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดี มน. บอกถึงจุดมุ่งหมายของกิจกรรมนี้
ประเพณีเดินเท้าเข้า มน. เริ่มต้นปีการศึกษา 2542 เป็นกิจกรรม รับน้อง อย่างสร้างสรรค์ แต่ละปีมีการถวายสดุดีแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งได้อัญเชิญพระนามมาเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย การเดินขบวนรณรงค์ของนิสิตแต่ละรุ่นที่แตกต่างกันไป เช่น ประหยัดพลังงานหารสอง ถวายความจงรักภักดีโดยจัดขบวนเทิดไท้องค์ราชันในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ปีนี้เน้นรณรงค์การไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และแต่งกายตามระเบียบ
แน่นอนที่ขาดไม่ได้!!...รุ่นพี่ต้องนำรุ่นน้องปี 1 เดินเท้าเข้าสู่รั้ว มน.วิทยาเขตพะเยา พร้อมกับพาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยและปลูกต้นไม้ระหว่างทางรอวันเติบใหญ่ให้ร่มเงาแก่ผู้คนในมหาวิทยาลัยเปรียบเหมือนนิสิตแต่ละคนที่ถูกฟูมฟักให้เติบโตในรั้ว มน. เมื่อพ้นรั้วเทา-แสดก็ผลิดอกออกผลทำประโยชน์ สร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่ตนเองและสังคม
ต่อมาบรรดาน้องใหม่ทั้งหลายก็เข้าสู่ ระบบเวียง ซึ่งภาษาท้องถิ่นแปลว่า เมือง นับเป็นการจัดโครงสร้างนิสิตให้ดำเนินกิจกรรมนี้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ในอดีต จ.พะเยา มีเวียงมากกว่า 30 เวียง แต่มน.เลือกเวียงสำคัญ 6 เวียงมาเป็นชื่อกลุ่มกิจกรรมนิสิต เพื่อนำนิสิตต่างสาขาและวิชาชีพมาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เดินเท้าเข้า มน. มีการแห่ขบวนแสดงแต่ละเวียงเพื่อสะท้อนศิลปวัฒนธรรม และประเพณีพื้นบ้านของ จ.พะเยา และชาวล้านนา
เริ่มแรกน้องๆ ต้องเข้าสู่ เวียงจอมทอง เป็นชื่อเมืองยุคแรกใน จ.พะเยา ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ อ.เมือง มุ่งเน้นเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม มีสีประจำเวียงคือ สีเหลือง ใช้สัญลักษณ์เป็น พระธาตุจอมทอง ซึ่งเป็นตัวแทนศาสนา และสิ่งเคารพบูชาของชาวพุทธ สื่อความหมายว่า มนุษย์นอกจากเป็นผู้มีความรู้ด้านวิชาการแล้ว ต้องมีคุณธรรมควบคู่กันไปด้วย
เวียงน้ำเต้า เมืองโบราณยุคแรกของ จ.พะเยา มีภูมิประเทศเป็นรูปน้ำเต้า มุ่งเน้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สีประจำคือ สีน้ำเงิน และสัญลักษณ์เป็น น้ำเต้า สื่อความหมายสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ และทำงานร่วมกับส่วนรวม
เวียงบัว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กา และอยู่ใน อ.เมือง อดีตเป็นแหล่งเตาเผาที่สำคัญของเมืองพะเยา มุ่งเน้นนำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับความรู้พื้นฐานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สีประจำคือ สีแดง สัญลักษณ์เป็น ปลากัดพื้นเมืองไขว้กัน 1 คู่ สื่อความหมายในโลกยุคใหม่และการแข่งขัน ต้องเรียนรู้โดยนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ให้ทันกับสภาวการณ์อย่างเหมาะสม
เวียงกาหลวง ตั้งอยู่ใกล้เวียงบัวมุ่งเน้นนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสนองตอบความต้องการกับการศึกษาในปัจจุบัน สีประจำคือ สีฟ้า สัญลักษณ์เป็น อีกา วงกลม และใบไม้ มาจัดเป็นองค์ประกอบให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ในชุมชนโดยการวิจัย และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีในชุมชน
เวียงลอ มีที่ราบกว้างใหญ่ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเมืองพะเยา มุ่งเน้นความสงบและความอุดมสมบูรณ์ สีประจำจึงเป็นสีเขียว สัญลักษณ์เป็น ช่อรวงข้าว เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ท้ายสุด เวียงเชียงแรง เมืองโบราณรุ่นแรกของ อ.เชียงคำ มีกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้ออาศัยอยู่ ประกอบไปด้วยความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่รวมความเป็นหนึ่งของชุมชน สีประจำคือ สีชมพู สัญลักษณ์เป็นรูป ช้างที่ถักทอบนตุงไทยลื้อ มุ่งเน้นเสริมสร้างความสงบสุขบนพื้นฐานของความหลากหลายของมนุษย์ทุกชาติ
เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วยความเต็มใจ แม้ว่ากิจกรรมนี้จะไม่บังคับ เพราะเห็นว่าเป็นกิจกรรมรับน้องที่สร้างสรรค์ ทำให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนใหม่ สิริยุคล ใจภักดี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศิลปศาสตร์ สาขานิติศาสตร์ มน. บอกเล่าความรู้สึกเมื่อร่วมกิจกรรม
เช่นเดียวกับ วนิสา แว่นส้ม นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะเกษตรศาสตร์ สาขาอุตสาหกรรมการเกษตร มน. ในฐานะรุ่นพี่ เธอได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ในปีที่แล้ว ทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่และหลายคนกลายมาเป็นเพื่อนสนิท จึงอยากจะถ่ายทอดกิจกรรมแบบนี้ไปสู่รุ่นน้องต่อไป
กิจกรรมนี้สร้างสรรค์ อยากให้กลายเป็นประเพณีการรับน้องแก่รุ่นต่อๆ ไป เพราะอยากเห็นรุ่นน้องและรุ่นพี่อยู่ร่วมกันด้วยความรักและสามัคคี วนิสา บอกทิ้งท้าย
ณ วันนี้ นิสิตใหม่ก้าวเข้าสู่ความเป็นลูก มน. แล้วครึ่งหนึ่ง พร้อมกับถูกปลูกฝังให้เห็นคุณค่าของกิจกรรม ตลอดจนความหมายของเมือง สร้างสัมพันธภาพกับเพื่อนผองน้องพี่ในสถาบันเดียวกัน ถัดจากนั้นไปอีก 4 ปี เชื่อได้ว่านิสิตกว่า 3,700 คน ที่ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เช่นนี้แล้ว จะรักษ์และหวงแหนวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมไทยไปตลอดกาล...
สุริยา ทาสุรินทร์ เรื่อง-ภาพ
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
