บนคำว่ารักและห่วงใยจากแม่ ภาพการเฝ้าปรนนิบัติดูแลลูกของแม่ผู้สูงอายุถึง 78 ปี ที่ต้องเลี้ยงดูลูกฝาแฝดพิการถึง 2 คนพร้อมๆ โดยลูกทั้งคู่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย คนแรกต้องนอนบนเตียงลุกหรือขยับไม่ได้ อีกคนต้องยืนอย่างเดียวนั่งหรือไปไหนไกลไม่ได้ เป็นสิ่งสะท้อนความจริง แม่เลี้ยงลูกได้ตลอดชีวิต ส่วนลูกนั้นเล่าวันแม่นี้ สุดยอดแม่ผู้สูงวัยจะเป็นผู้เล่าเรื่องราว ผู้ที่ทำหน้าที่แม่ที่อดทนสูงสุด รักและห่วงใยในลูกนางจ้อย จิตพินิจ
แยกจากถนนสายปราจีนตคาม เยื้องฝั่งตรงข้ามก่อนถึงที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลดงพระราม ( อบต.) อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรีเป็นทางลูกรังเล็ก ๆ เลยเข้ามาเกือบ 200 เมตรเศษพบบ้านเดี่ยวปูนชั้นเดียวปลูกติดพื้น
พบ นางจ้อย จิตพินิจ อายุ 78 ปี เลขที่ 1 หมู่ 7 ต.ดงพระราม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรีกำลังนั่งพัดวีพูดคุยกับลูกสาวฝาแฝดพิการมี นางสาวกันยา จิตพินิจ อายุ 38 ปี (พี่สาว)สภาพแขนขาลีบเล็กผ่ายผอมยืนถือไม้เท้าอยู่ใกล้ ๆ และ น.ส.ธิดา จิตพินิจ อายุ 38 ปี (น้องสาว) นอนบนเตียงหวายถักสภาพแขนขาลีบเล็กไม่สามารถขยับได้ อยู่บริเวณชานหน้าบ้านที่เปิดโล่ง
นางจ้อย กล่าวว่า มีลูกทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน โดยลูกสาวพิการทั้งคู่เป็นคนเล็กสุดท้อง ปัจจุบันต่างแยกย้ายไปอยู่กับครอบครัวกันหมดแล้ว ดิฉันเป็นคอยดูแลลูกพิการตามลำพัง นางจ้อย กล่าว
และกล่าวต่อไปว่า มีสามีชื่อ นายจำนง จิตพินิจ เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.ดงพระราม เสียชีวิตตั้งแต่ลูกแฝดทั้งคู่อยู่ในท้องประมาณ 3 เดือน ส่วนลูกสาวฝาแฝดก่อนพิการ ขณะเมื่ออายุได้ 6 ปี น.ส. กันยามีอาการหลังแข็ง หลับนิทรานาน 11 วันได้พาเข้ารักษาตัวที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยพอ น.ส. กันยาหลังฟื้นขึ้นมาแขนขาไม่มีแรงเริ่มลีบเล็กไม่มีแรง ต้องยืนอย่างเดียวนั่งไม่ได้ ไล่ ๆ กัน น.ส.ธิดา ด้านหลังเกิดมีกระดูกโค้งงอออกมาลุกเดินหรือนั่งไม่ได้ต้องนอนอย่างเดียวในคราวเดียวกันพิการทั้งคู่ตั้งแต่นั้น
เบื้องต้นได้นำไปรักษาอาการ แพทย์นำไปทำกายภาพบำบัดแต่ไม่ได้ผล จึงต้องนำกับมารักษาเป็นภาระเลี้ยงดูตั้งแต่เล็กตลอดถึงปัจจุบันรวมเวลากว่า 33 ปี ที่ต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เก็บอุจจาระ ปัสสาวะพาเข้าที่นอน ให้ลูกพิการทั้ง 2 นี้ ทั้งนี้ลูกทั้งคู่แขนไม่มีแรงยกตักอาหารหรือช่วยเหลือตัวเองใด ๆ ได้เลย โดย น.ส. กันยาสภาพต้องยืนตลอดจะนั่งไม่ได้เวลาอุจจาระ หรือปัสสาวะต้องยืนฉี่ต้องถังเมล์รอง เวลานอนต้องแบกขึ้นเตียงเอาหัวลงก่อนและตามส่วนขา ส่วนธิดา นั้นต้องนอนอย่างเดียวขยับลุกนั่งหรือยืนใดๆไม่ได้เลยอุจจาระ หรือปัสสาวะต้องเอาถังเมล์รองในที่นอนช่วยเหลือเช่นกันตลอด ช่วงรับประทานอาหารจะเคี้ยวลำบากเนื่องจากกรามกล้ามเนื้อยึดขยับได้ช้า เวลานอนโดยลากเตียงหวายมานอนใกล้ๆ กัน
จากที่มีลูกมาก และต้องรับภาระดูแลลูกพิการฝาแฝดนี้ทำให้ไม่มีอาชีพใด ๆ ต้องอาศัยความเมตตารอรับเศษอาหารข้าวก้นบาตรจากพระสงฆ์วัดแก้วสามัคคี ( วัดสะเดาโด่) หมู่ที่ 7 ต.ดงพระราม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรีเลี้ยงชีวิตลูก ๆ ทั้งหมดเติบโตขึ้นมาได้พร้อม ๆ ลูกฝาแฝดพิการนี้
ทั้งนี้ ดิฉันได้ช่วยดูแลตอบแทนพระคุณโดยการทำความสะอาดบาตร ปิ่นโต หุงหาอาหาร ความสะอาดศาลาการเปรียญ เก็บข้าวของจัดการดูแลให้เรียบร้อยตอบแทน โดยก่อน 08.00 น.หลังป้อนข้าว น้ำลูกแฝดแล้วจะไปวัดช่วยพระ หลังเพลจะรีบกลับมาป้อนข้าว น้ำดูแลลูกอีกหมุนเวียนตลอดช่วงไปวัด จะคอยอาศัยญาติบ้านใกล้ ๆ กันคอยดูแล ในบางเวลาพระบรรจง พี่ชายของ 2 ลูกสาวพิการจะมาคอยช่วยดูแลอีกคน
ความแร้นแค้นยากจนนี้ลูก ๆ ที่แยกย้ายไปมีครอบครัวก็ล้วนยากจนต้องดิ้นรนไปทำงานที่อื่น ไม่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลใด ๆ ได้จึงอาศัยข้าวก้นบาตรจากพระมาตลอดถึงทุกวันนี้เลี้ยงชีพ รวมถึงผู้คนที่เมตตาบริจาคเป็นทานเวลามีงานใด ๆ ที่มาจัดที่วัดครั้งละ 100 200 บาท และก่อนหน้านี้ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุพอเลี้ยงปากท้องได้บ้าง รวมถึงเบี้ยสวัสดิการผู้พิการทุพลภาพที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงพระรามจัดให้ลูกสาวฝาแฝดพิการ ได้รับเพียง 1 คนอีกคนไม่ได้รับ สวัสดิการช่วยเหลือดังกล่าว
ในน้ำใจผู้ใจบุญมีคนมาเยี่ยมดูลูกสาวทั้งคู่และเมตตาให้เงินช่วยเหลือให้ประทังชีวิตบ้างโดยส่วนมากเป็นคนที่เคยไปทำบุญที่วัดแล้วรู้เรื่องราว เมตตาแก่ผู้ชรา คนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นางจ้อย กล่าว
และกล่าวต่อไปว่า ก่อนจะได้รับพิจารณาได้รับรางวัลแม่ดีเด่นในครั้งนี้ มีนักข่าวท้องถิ่นประจำจังหวัดปราจีนบุรีมาพบและนำเสนอชีวิต ต่อมานางพรรณี แก่นสุวรรณ ผวจ.ปราจีนบุรีได้ลงมามอบเงินจำนวนหนึ่งและอาหาร รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลดงพระรามได้จัดมอบสวัสดิการผู้พิการให้กับบุตรสาวอีกคนให้ได้รับเงินช่วยเหลือ พร้อมกับมีผู้มาเยี่ยมให้กำลังใจบ้าง
ในโอกาสวันแม่นี้ การได้ทำหน้าที่แม่ที่ดีในการเลี้ยงและดูแลลูกเฝ้าห่วงใยเป็นเรื่องที่คนเป็นแม่ทุกคนมีให้ลูก ๆ ในการการให้อาหาร ความรัก ห่วงใย การดูแลความสะอาดให้ทั้งนี้ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนเลยกลัวอย่างเดียวหากดิฉันมีอันจากไปก่อนลูกเท่านั้นเอง นางจ้อย กล่าวในที่สุด
นางนาค ปองชัย
สุดยอดคุณแม่รายที่ 2 อีกรายนี้ ไม่ได้รับรางวัลดีเด่นใดๆแต่สิ่งที่แม่ดูแลลูก ทำให้คนที่เป็นลูกที่เห็นภาพแล้วจะต้องตั้งคำถามให้ตัวเองวันนี้เราได้ดูแลตอบแทนอะไรแก่แม่บ้าง คงไม่ต้องรอเวลาที่สายเกินไปให้มาถึงก่อนที่จะไม่ได้ตอบแทนอะไรแม่
เป็นอีกยอดคุณแม่แม้ชราภาพอายุ 89 ปีเลี้ยงดูลูกชายที่พิการทางสมอง มีสภาพหัวโตตาบอด 1 ข้างมาแต่กำเนิดและขณะนี้เป็นอัมพาตตามลำพัง อยู่ที่หมู่บ้านปากแพรก หมู่ 3 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
แยกจากถนนหน้าโรงงานแพนเวย์มาตามทางลูกรังประมาณ 4 กม.เศษเป็นบ้านไม้เดี๋ยวชั้นเดียวยกสูงจากพื้นเกือบ 2 เมตรฝาบ้านตีด้วยไม้แผ่นพอกันแดดกันลมแต่ฝนสาดเข้าได้ ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำปราจีนบุรี พบ 2 แม่ลูกอาศัยตามลำพัง 2 คน ทราบชื่อคือ นางนาค ปองชัย อายุ 89 ปีเลขที่ 8/1 หมู่ 3 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และบุตรชายที่พิการทางสมอง พร้อมหัวศรีษะโตผิดขนาดต่างจากคนปกติทั่วไปเกือบ 1เท่าตัว ตาขวาบอดและเป็นอัมพาต มีผู้เป็นแม่คอยบีบนวดคลายเส้นไม่ให้ยึดอยู่ข้าง ๆ
นางนาค กล่าวว่า มีลูกรวมทั้งหมด 6 คน ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว 3 คน เหลือ 3 คน ลูกชายที่พิการนี้เป็นลูกคนสุดท้อง อยู่กับดิฉันตามลำพัง ส่วนลูกที่เหลืออีก 2 คนแยกย้ายไปทำมาหากินที่ จ.ลพบุรีและ จ.สระแก้วเนื่องจากฐานะยากจน สามีนั้นเสียชีวิตตั้งแต่ลูกคนเล็กอายุได้ 11เดือน
ที่ผ่านมาหลังสามีเสียชีวิตได้รับจ้างทำนา รับจ้างทั่วไปล่าสุดอายุมากทำงานหนักไม่ไหวได้รับจ้างเหลาไม้ปิ้งไก่ ไม้เสียบลูกชิ้นส่งแม่ค้าในตลาดแต่ภายหลังมีโรงงานอุตสาหกรรมทำไม้ลูกชิ้น ไม้ปิ้งไก่ส่งมาขายแม่ค้าจึงไม่รับซื้อได้หมดอาชีพอาศัยได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับเดือนละ 500 บาท โดยจะมีกำหนดออก 6 เดือน / ครั้งเลี้ยงลูกและชีวิตตัวเองปะทังอยู่รอด พร้อม ๆ กับความเมตตาที่เพื่อนบ้านหยิบยื่นให้ด้วยความสงสารเวทนา
ทั้งนี้นอกจากลูกชายที่พิการแล้วดิฉันเองยังป่วยด้วยโรคลำไส้อุดตันผ่าตัดทางหน้าท้องในการถ่ายอุจจาระทางสายโดยป่วยมาระยะกว่า 20 ปี พร้อมโรคความดันโลหิตสูง ส่วนลูกชายปัจจุบันอายุ 58ปี พิการมาแต่กำเนิด โดยเกิดมาที่ศรีษะจับกดดูอ่อนยุบคล้ายมาน้ำอยู่ต่อมาภายหลังได้โตขึ้น ๆ เป็นคนหัวโตผิดปกติจากคนทั่วไป เวลานั่ง ยืนล้มลงตลอดจนถึงอายุ 4 ขวบ มีอาการพิการทางสมองพร้อมกับตาขวาบอดพิการไม่มีดวงตามาแต่กำเนิด ล่าสุดก่อนหน้านี้ 3 เดือนลูกชายได้ป่วยและเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ ดิฉันต้องรับภาระแบกใส่หลังพาเข้าห้องน้ำ เช็ดปัสสาวะ คอยดูแลบีบนวดไม่ให้เส้นยึดตายและนำไม้ไผ่มาตีเป็นราวเกาะให้ลูกชายหัดเดินนางนาคกล่าว
และกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพาลูกชายไปหาหมอรักษาอาการเนื่องจากฐานะยากจนต้องดิ้นรนเลี้ยงลูก ๆ มีเพียงหมอสถานีอนามัยที่แวะเวียนมาดูอาการดิฉันและลูกชายบ้าง เป็นห่วงลูกชายว่าหากดิฉันเสียชีวิตก่อนแล้วเขาจะอยู่อย่างไร กับใครทุกวันนี้อยากให้ลูกชายหายจากอัมพาตและพอเดินได้บ้างเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่เป็นห่วง แม้ทุกวันนี้จะมีเพื่อนบ้านแวะเวียนมาดูแลบ้างแต่ทุกคนต่างดิ้นรนทำมาหากินกัน ขอขอบพระคุณผู้มีน้ำใจช่วยเหลือที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือ นางนาคกล่าวในที่สุด
วันนี้ ที่ได้เห็น 2แม่ผู้สูงวัยที่ได้ทำหน้าที่เลี้ยงลูกโดยตลอดชีวิตแม้บั้นปลายแล้วให้รู้สึกอย่างไรกันบ้าง เราได้กลับมาเหลียวแลมอบรักตอบแทนบุญคุณน้ำใจผู้ให้กำเนิด แม่ มากน้อยเพียงใดวันนี้ หรือยังไม่ได้ให้ตอบแทน ก็คงไม่ให้มีคำว่ารอก่อนที่จะสายเกินไป