พญ.วาสนา วินัยพานิช แพทย์ประจำกลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง นมแม่กับอุบัติการณ์การเกิดโรคจอประสาทตาผิดปกติแต่กำเนิดในทารกคลอดก่อนกำหนด ว่า โรคจอประสาทตาผิดปกติแต่กำเนิดในทารกคลอดก่อนกำหนด อาจนำไปสู่การตาบอดในอนาคต เกิดได้บ่อยมาก เพราะจอประสาทตาของเด็กจะถูกสร้างจากกึ่งกลางดวงตามาเกือบครบเมื่อ 32 สัปดาห์ และสมบูรณ์เมื่อ 40 สัปดาห์เด็กที่คลอดก่อนกำหนดคือก่อน 36 สัปดาห์ มีความเสี่ยงจะเกิดโรคนี้ โดยกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุด คือทารกที่คลอดก่อน 28 สัปดาห์ ข้อมูลของสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินีในปี 2542-2544 สำรวจทารกคลอดก่อนกำหนด ที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,000 กรัม มาตรวจจอประสาทตา 430 ราย พบว่ามีความผิดปกติของจอประสาทตาถึง 22.33% ดังนั้นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ซึ่งเสี่ยงจะเกิดโรคจอประสาทตาผิดปกติแต่กำเนิดอยู่แล้ว เมื่อมีปัจจัยอื่นมาเสริม เช่น น้ำหนักตัวน้อย ยิ่งถูกเลี้ยงด้วยนมผสมอย่างเดียว ก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าทารกที่คลอดก่อนกำหนดทั่วไปและดื่มนมแม่ พญ.วาสนา กล่าว
พญ.วาสนากล่าวว่า การศึกษาในกลุ่มหญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว กับกลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมแม่และนมผสม และกลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมผสมอย่างเดียว พบว่า กลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมผสมอย่างเดียว มีโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะเกิดความผิดปกติของจอประสาทตามากกว่ากลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เท่า ส่วนของทารกที่คลอดก่อนกำหนดที่เลี้ยงด้วยทั้งนมแม่และนมผสมมีโอกาสเสี่ยงมากกว่ากลุ่มที่เลี้ยงนมแม่อย่างเดียวถึง 3 เท่า
น.ส.ณัฐธดา อนุกูล พยาบาลประจำหอผู้ป่วยกุมารเวช 1 รพ.สวรรค์ประชารักษ์ กล่าวว่า การศึกษา ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ ว่า ในกลุ่มตัวอย่างอายุ 3 ปี จำนวน 350 คน ในชุมชนเมือง จ.นครสวรรค์ ทั้งเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ นมผสม และที่เลี้ยงด้วยทั้งนมแม่และนมผสม พบเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวตลอด 6 เดือน มีอีคิวมากกว่าเด็กกลุ่มอื่น และเด็กที่ดื่มครบ 6 เดือน มีความฉลาดทางอารมณ์มากกว่า
น้องเก๋ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล หัวใจแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า
ประเทศไทยมี ฮีโร่โอลิมปิก คนใหม่ ชื่อ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จอมพลังสาวนักยกน้ำหนักทีมชาติไทย หลังจากสาวจากเมืองปากน้ำโพคว้าเหรียญทองยกน้ำหนัก ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 มาครองได้สำเร็จ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
