ตาเมือนธม ยังตึงเครียด ทหารเขมรขอเจรจา โวยไทยทำรั้วลวดหนามล้ำแดน จี้เปิดด่านช่องตาเมือนตามปกติ ด้านกรมศิลป์ลงพื้นที่ตรวจสอบ ย้ำอีกรอบปราสาท 3 หลัง เป็นของไทย เล็งเสนอ ปองพล ยื่นเป็นมรดกโลกหลังจากกัมพูชาออกมาอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทตาเมือนธม ซึ่งตั้งอยู่ ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 1.5 กิโลเมตร จนถึงขณะนี้สถานการณ์ความตึงเครียดยังไม่คลี่คลาย นายเขมชาติ เทพไชย รองอธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม นำคณะสื่อมวลชน จำนวน 30 คน ลงพื้นที่เยี่ยมชมปราสาทตาเมือนธม เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสะท้อนปัญหาในพื้นที่ โดยมีทหารจากกองร้อยทหารพรานจู่โจมที่ 950 กองกำลังสุรนารี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้อนรับ
นายเขมชาติ กล่าวว่า กรมศิลปากรได้มาตรวจพื้นที่แล้วพบว่าปราสาทตาเมือนธมมีความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่มาก รวมทั้งตั้งอยู่ฝั่งไทยชัดเจน ดังนั้นจะทำการรวบรวมศึกษาข้อมูลกลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งแต่ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งเป็นเส้นทางอารยธรรมขอมเชื่อมโยงปราสาทพิมาย จ.นครราชสีมา ปราสาทพนมรุ้งและเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์ เสนอต่อนายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกของไทย เพื่อเสนอรายชื่อคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป
ด้าน นายมนตรี ธนภัทรพรชัย นักวิชาการโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา กล่าวว่า คนไทยทุกคนต้องเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำถูกต้อง ซึ่งกรมศิลปากรได้ทำอย่างถูกต้องตลอดมา ทั้งการขึ้นทะเบียน มีการบูรณะอย่างเป็นขั้นตอน ในส่วนปราสาทตาเมือนธมนั้น ไทยมีหลักฐานมีประกาศไว้ราชกิจานุเบกษา แต่กัมพูชาไม่ได้มีการบรรจุไว้ในเอกสารระดับชาติ หรือมีกฎหมายคุ้มครอง ตนเชื่อว่าหลักฐานที่ประเทศไทยมีอยู่จะสามารถโต้แย้งการอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทตาเมือนธมของกัมพูชาได้
ส่วน นายทองใบ กิจเกียรติ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตาเมียง กล่าวว่า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาทาง จ.สุรินทร์ ได้มีการจัดงานเทศกาล เยี่ยมเยือนตาเมือนในวันที่ 12 เมษายน ของทุกปีในบริเวณกลุ่มปราสาทตาเมือน โดยมีประชาชนชาวกัมพูชาเข้ามาร่วมงานกว่า 3.8 หมื่นคน ประชาชนชาวไทยกว่า 8 หมื่นคน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มปราสาทดังกล่าวเป็นของไทย และชาวกัมพูชาก็รับรู้ตลอด อย่างไรก็ตาม การอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทตาเมือนธมของกัมพูชา จะไม่กระทบกับความสัมพันธ์ระดับชาวบ้าน แต่ต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศของไทย เร่งดำเนินการแสดงจุดยืนและนำหลักฐานชี้แจงต่อกัมพูชาโดยเร็ว
ต่อมา เวลา 13.30 น. ที่ด่านชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาบริเวณช่องตาเมือน ห่างจากปราสาทตาเมือนธมประมาณ 10 เมตร พ.อ.เนียะ เวิ่ง นายทหารกัมพูชาได้นำทหาร 10 นาย และสื่อมวลชนเขมร ช่อง CTN จำนวน 3 คน เพื่อขอเจรจากับทหารไทยที่ประจำการอยู่ฝั่งไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นสำคัญของการเจรจาระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชานั้น ทหารกัมพูชาได้อ้างว่าทหารไทยได้ทำรั้วลวดหนามรุกล้ำเข้าไปในเขตแดนกัมพูชาเป็นการล่วงล้ำอธิปไตย จึงให้ไทยยกรั้วลวดหนามดังกล่าวออกไป พร้อมทั้งขอร้องให้ไทยเปิดด่านช่องตาเมือนให้ชาวบ้านฝั่งกัมพูชาและฝ่ายไทย สามารถผ่านเข้าออกได้เหมือนเดิม ส่วนเรื่องตัวปราสาทตาเมือนธมนั้น เป็นของไทยหรือกัมพูชาต้องให้รัฐบาลของทั้งสองประเทศหารือกัน และที่ผ่านความสัมพันธ์ของคนทั้งสองประเทศในพื้นที่ เป็นไปอย่างราบรื่น มีการติดต่อไปมาหาสู่กัน ทั้งนี้ ในการเจรจาทหารทั้งสองฝ่ายได้ส่งตัวแทนไปนั่งเก้าอี้คุยกันแบบตัวต่อตัวบริเวณระหว่างชายแดนทั้งสองประเทศ ท่ามกลางชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่มาเกาะรั้วมุงดูการเจรจาจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่มีรายงานข่าวว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันอย่างไร
นายทองใบ กล่าวว่า การเจรจาลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว หลังกัมพูชาอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทตาเมือนธมฝั่งกัมพูชาเชื่อว่าเป็นของกัมพูชา ไทยก็เชื่อว่าเป็นของไทยเพราะถือแผนที่คนละฉบับ การขอเจรจาผู้แทนทหารกัมพูชาสามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ แต่ที่ผ่านมาการมานั่งเจรจากันยังเป็นไปตามปกติ ทหารทั้งสองฝ่ายจะมานั่งแลกเปลี่ยนข่าวสาร ถามสารทุกข์สุกดิบ บางครั้งทหารไทยยังได้มอบอาหาร ยารักษาโรคให้แก่ทหารกัมพูชาด้วย
"การเจรจาครั้งนี้ผมยังไม่ทราบรายละเอียด น่าจะเป็นการเจรจาตามปกติ น่าจะตกลงปัญหากันได้ คงไม่กลายเป็นข้อขัดแย้งกันจนเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนในเรื่องเขตแดนนั้น ขณะนี้รอผลจากคณะอนุกรรมการเทคนิคร่วมไทย-กัมพูชาจะได้สำรวจพื้นที่ตอนที่ 4 ได้แก่ พื้นที่หลักเขตที่ 23 อยู่" นายทองใบกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีนักท่องเที่ยวมาเข้าชมปราสาทตาเมือนธมกันอย่างคับคั่ง ทั้งมาแบบครอบครัว กรุ๊ปทัวร์ นักเรียน นักศึกษามาทัศนศึกษากันกว่า 100 คน โดยมีนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นายสัมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์มาให้ความรู้เกี่ยวกับปราสาทตาเมือนธมด้วย
มีรายงานข่าวว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทหารกัมพูชา 4 นาย นำพระสงฆ์ 3 รูป พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 60 คน ถือธงชาติกัมพูชา เดินทางมาบริเวณด่านช่องตาเมือน เพื่อจะนำธงชาติมาปักยังบริเวณตัวปราสาทตาเมือนธม นอกจากนี้กลุ่มดังกล่าวยังเตรียมที่จะสร้างชุมชนบริเวณรอบตัวปราสาทตาเมือนธมอีกด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
