ผลสำรวจพบรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน 73เส้นทาง3วันแรกรถถี่คนใช้น้อย 4วันหลังรอนาน-ขับเสี่ยง-มีวิวาท-ล้วงกระเป๋า ระบุตำรวจจราจรเมินอำนวยความสะดวกภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นางสาวไจตนย์ ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการบริษัท วิไลเซ็นเตอร์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM91"Traffic Pro" คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ดำเนินการตามมาตรการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง
โดยจัดรถประจำทาง ธรรมดา จำนวน 800 คัน ให้บริการประชาชนฟรีใน73เส้นทาง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2551 นั้น ปรากฏว่า มีประชาชน ผู้ฟังรายการ ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน นักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน โทรศัพท์เข้ามาร้องเรียน ผ่านทางหมายเลข1644 "โทรฟรี" 0-2562-0033-4 และ 0-2941-0847-50 ของทางสถานีฯ เกี่ยวกับมาตรการ"รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน" จำนวนทั้งสิ้น 6,916 คน
ซึ่งข้อร้องเรียน จากประชาชน ที่ผ่านเข้ามายังสถานีวิทยุ สวพ. FM 91 ในช่วง 7 วันแรกของการดำเนินมาตรการ"รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน" แบ่งเป็น 2ระยะ คือระหว่าง 1-3 สิงหาคม 2551 มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาจำนวน 989 คน ร้อยละ 86.96 หรือจำนวน 860 คน พอใจการให้บริการ ในระดับดีมาก โดยให้เหตุผลว่ามีรถเมล์ฟรีให้บริการถี่ ทิ้งระยะห่างไม่นาน เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ผู้ใช้บริการไม่แออัดจนเกินไป
ขณะที่ ประชาชน 129คน หรือร้อยละ 13.04 สอบถาม ความชัดเจน สายรถประจำทางที่ให้บริการฟรี ทั้ง73สาย ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
นางสาวไจตนย์ กล่าวต่อว่า ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 4 - 7 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในช่วง7วันแรกของมาตรการฯ มีการร้องเรียนการให้บริการ"รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน"เพิ่มสูงขึ้น และแตกต่างจากวันที่1-3สิงหาคม อย่างเห็นได้ชัด
โดยมีประชาชนผู้ใช้บริการรถประจำทางโทรศัพท์เข้ามาร้องเรียน จำนวนทั้งสิ้น 5,927 คน และช่วงเวลาที่มีการร้องเรียนมากที่สุด อยู่ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า และเย็น คือเวลา 07.00 - 08.30 น. และเวลา 15.30 - 20.30 น.
ปัญหาที่ผู้ใช้บริการรถประจำทางร้องเรียนมากที่สุดอันดับ 1 คือ การยืนรอรถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน นานกว่า30นาที ซึ่งมีประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามา 3,899คนหรือร้อยละ 65.78 ขณะที่อันดับ 2 ประชาชน 1,015คน หรือร้อยละ17.13 ไม่ประทับใจพฤติกรรมการขับขี่รถ ของพนักงานขับรถประจำทางในโครงการฯ ที่ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และอันตราย
ส่วนอันดับ 3 ร้อยละ 15.91 หรือจำนวน 943 คน รู้สึกไม่ปลอดภัยขณะที่ใช้บริการรถประจำทาง รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน ทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น มีเด็กนักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทกัน หรือความไม่ปลอดภัยในทรัพย์สิน กรณีถูกกรีด หรือล้วงกระเป๋า และการถูกกระทำอนาจาร อีกทั้งยังต้องอดทน สูดดมกลิ่นอับ ชื่น ที่อัดแน่นอยู่ภายใน รถเมล์ฟรี อันดับ 4 มีประชาชน 70 คน หรือร้อยละ 1.18 ไม่ประทับใจ ปัญหารถประจำทางที่ใช้บริการอยู่ เกิดขัดข้อง จอดเสียระหว่างทาง ต้องเสียเวลาต่อรถคันใหม่
ความคิดเห็นของประชาชนผู้ที่ใช้บริการรถเมล์ฟรี" จำนวน 4,973 คน หรือร้อยละ 71.91 มองว่าเป็นการให้บริการที่ช่วยแก้ไขปัญหาจราจร เพราะเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สามารถขนคนได้กว่า 100 ชีวิตต่อเที่ยวฟรี ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังช่วยลดมลพิษ ภาวะโลกร้อน และช่วยประหยัดพลังงาน
สำหรับปัญหาการยืนรอรถในโครงการฯ นานกว่า 30 นาที หากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ให้ความสำคัญเร่งจัดระเบียบแก้ไขการอำนวยความสะดวกให้กับรถประจำทาง ขนส่งคนมากกว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคล อย่างจริงจัง เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ต้องหมดไป
จะเห็นได้ว่าในช่วงวิกฤติราคาน้ำมัน เดือนพฤษภาคม และกรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ สภาพจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดีขึ้น แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม เป็นต้นมา ปริมาณรถยนต์รวมถึงปัญหาจราจร กลับมาติดขัดคับคั่ง ทั้งเช้า และเย็น เหมือนในอดีตแล้ว