หลานนายกฯสมัคร ดิลกพล สุนทรเวช จับมือทุนแคนาดาซื้อที่ดินเกาะแรด ภูเก็ต 175 ไร่ ปั้น จูเมร่า ไพรเวท ไอแลนด์ ภูเก็ต มูลค่า 5,000 ล้านบาท ผุดโรงแรม-วิลล่าหรู-ท่าเทียบเรือยอชต์ เผยขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เปิดช่องต่างชาติเข้ามาร่วมทุน เล็งดึงทุนยักษ์ข้ามชาติ จูเมร่า กรุ๊ปจากดูไบเป็นพันธมิตรนายดิลกพล สุนทรเวช หุ้นส่วนและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจีอาร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากที่ตนและนายเอ็ดเวิร์ด โพวิส นักลงทุนชาวแคนาดาได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท ทีจีอาร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมา และได้เจรจาซื้อที่ดินเกาะแรด บริเวณอ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่ 175 ไร่ จากเจ้าของที่ดิน 8 ราย รวมทั้งที่ดินของนางอัญชลี เทพบุตร อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปปัตย์ เพื่อพัฒนาโรงแรมระดับ 7 ดาว ท่าเทียบเรือยอชต์และวิลล่าหรู ภายใต้ชื่อโครงการจูเมร่า ไพรเวท ไอแลนด์ ภูเก็ต มูลค่าโครงการไม่รวมค่าที่ดินประมาณ 5,000 ล้านบาท ขณะนี้โครงการคืบหน้าไปมากแล้ว
ตามแผนได้แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.ท่าเทียบเรือยอชต์ (มารีน่า) บริหารโดยทีจีอาร์ พร็อพเพอร์ตี้ และทีจีอาร์ เอสเตท 2.วิลล่าหรู บนที่ดิน 104 ไร่ 50 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 60-150 ล้านบาท/ยูนิต ขายให้กับลูกค้าชาวต่างชาติในรูปสิทธิการเช่าระยะยาว 30 ปี และต่อสัญญาเช่าได้ตามกฎหมาย ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 70% และ 3.โรงแรมระดับ 7 ดาว บนที่ดิน 74 ไร่ 107 ห้องพัก ค่าเช่าห้องพักอยู่ที่ 900-1,000 เหรียญสหรัฐ/คืน มูลค่าลงทุนรวม 1,600 ล้านบาท โดยให้กลุ่ม เชนจูเมร่าจากดูไบเป็นผู้บริหาร
ตามข้อตกลงระหว่างกลุ่มทีจีอาร์และพาร์ตเนอร์จากดูไบ จากนี้ไปมีแผนจะขยายการลงทุนเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 โครงการ ทั้งในภูเก็ตและต่างประเทศโดยเฉพาะมาเลเซีย เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในประเทศด้วยการให้สิทธิต่างชาติถือครองที่ดินได้ นายดิลกพลกล่าวและว่า
ในส่วนของการพัฒนาโรงแรมจูเมร่า ไพรเวท ไอแลนด์ ภูเก็ต ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการและเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาซื้อหุ้นได้เกิน 50% ซึ่งกลุ่มจูเมร่า ดูไบ แสดงความสนใจจะขอซื้อหุ้นแต่อยู่ระหว่างการเจรจา ทั้งนี้หากโครงการนี้ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอจะทำให้มูลค่าโครงการเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เท่า และบริษัททีจีอาร์ฯก็จะมีรายได้จากการให้เช่าที่ดินภายในโครงการด้วย
นายดิลกพลกล่าวด้วยว่า ไม่รู้สึกหนักใจที่ถูกมองว่าเป็นนอมินีให้กับทุนจากตะวันออกกลางเพราะทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายไทยทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านการก่อสร้าง การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การขอบีโอไอเพื่อเปิดให้ต่างชาติเข้าซื้อหุ้นได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หน้า 8
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
