รับสร้างบ้านสู้ศึกต้นทุนพุ่ง ปรับกลยุทธ์ขอโคตราคาบ้านแบบหลังต่อหลังตามต้นทุนจริงแทนการยืนราคา ช่วยลดความเสี่ยงราคาเหล็กผันผวน หลังปีนี้ต้นทุนก่อสร้างปรับขึ้นแล้วกว่า 15% ชี้เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าช่วยลดความเสี่ยงขาดทุน ด้านนักวิชาการเตรียมติวเข้มรับเหมาบุกตลาดสร้างบ้านประหยัดพลังงานราคา 7 แสน-1.2 ล้านบาทผลพวงจากสถานการณ์ราคาเหล็กเส้น น้ำมัน และวัสดุก่อสร้างหลายชนิดปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การบริหารต้นทุนค่าก่อสร้างของธุรกิจรับสร้างบ้านเสี่ยงต่อการขาดทุนมากขึ้น เพราะแม้จะเซ็นสัญญารับงานวันนี้แต่กว่าจะปลูกสร้างบ้านแล้วเสร็จต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 5 เดือน ล่าสุดบริษัทรับสร้างบ้านหลายรายเริ่มปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อลดความเสี่ยงแล้ว โดยหันมาใช้วิธีโคตราคาบ้านแต่ละแบบในลักษณะหลังต่อหลัง จากเดิมที่มีการกำหนดราคาบ้านแต่ละแบบตายตัวเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน
นายบุญลือ วงศ์พรเพ็ญภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมสแตนดาร์ดดีเวลลอป เม้นท์ จำกัด เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า หลังวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็กเส้นปรับสูงขึ้นมากทำให้บริษัทมีต้นทุนค่าก่อสร้าง บ้านเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจึงปรับวิธีการตั้งราคาบ้านใหม่ จากเดิมที่ยืนราคาบ้านแต่ละแบบตายตัวมาใช้วิธีโคตราคาแบบหลังต่อหลังตามต้นทุนจริงขณะรับงาน ซึ่งเมื่อเทียบราคาบ้านที่สร้างในช่วงต้นปีกับปัจจุบันราคาสูงขึ้น 10-15% จากราคาเฉลี่ย 1.2-1.8 หมื่นบาท/ตร.ม. เป็น 1.4-2 หมื่นบาท/ ตร.ม. แล้วแต่ปริมาณการใช้เหล็กของบ้านแต่ละแบบ
เราจำเป็นต้องปรับวิธีโคตราคาบ้านใหม่ เพราะออร์เดอร์ที่รับมาตั้งแต่ปลายปีก่อนถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาถึงวันนี้แทบ ไม่เหลือกำไรแล้ว เพราะเดือนมกราคมที่ผ่านมาราคาเหล็กเส้นยังอยู่ที่ 30 บาทกว่า แต่ขณะนี้ขึ้นเป็น 40 บาท/กิโลกรัมแล้ว
การใช้วิธีโคตราคาบ้านแบบหลังต่อหลังมีผลกระทบต่อกำลังซื้อบ้าง แต่ขณะนี้ผู้บริโภคต่างรับรู้ว่าราคาวัสดุโดยเฉพาะเหล็กเส้นปรับสูงขึ้นอย่างมาก เห็นได้จากลูกค้าเก่าที่เคยติดต่อขอรายละเอียดเริ่มกลับมาตัดสินใจปลูกสร้างบ้านในช่วงนี้ เพราะเกรงว่าค่าก่อสร้างจะปรับสูงขึ้นอีก
นอกจากนี้บริษัทยังใช้วิธีวางเงินมัดจำล่วงหน้าสั่งซื้อเหล็กเส้นทันทีหลังเซ็นสัญญาปลูกสร้างบ้านแบบหลังต่อหลัง จากเดิมจะรอจนกว่าจะมีการก่อสร้างและใช้เหล็ก จึงเริ่มซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงราคาผันผวนแม้จะมีภาระต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
นายสุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิเอ็มเพอเร่อร์เฮ้าส์ กล่าวว่า ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้วิธีโคตราคาแบบหลังต่อหลังตามต้นทุนจริงเมื่อเดือนพฤษภาคม เพื่อลดความเสี่ยงการขาดทุนเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่จากสไตล์โรมันมาเป็นสไตล์ คอนเทมโพรารี่ เพื่อลดรายละเอียดงานปูนปั้น และหันมาใช้วัสดุสำเร็จรูปบางส่วน อาทิ แผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปแทนระบบการเทพื้นคอนกรีตในที่ ฯลฯ เพื่อลดระยะเวลาก่อสร้าง
ผมมองว่าวิธีนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะนับแต่ต้นปีราคาเหล็กเส้นปรับขึ้นราคาแบบรายสัปดาห์ ทำให้ต้นทุนค่าก่อสร้างบ้านผันผวนอย่างมาก และไม่สามารถยืนราคาบ้านได้
ด้าน ดร.สุนทร บุญญาธิการ ศาสตรา จารย์ระดับ 11 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบ้านประหยัดพลังาน มองว่าบ้านประหยัดพลังงานถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในยุควัสดุก่อสร้างและน้ำมันราคา สูงขึ้นมาก ดังนั้นช่วงต้นปี 2552 จะเปิดตัวบ้านประหยัดพลังงานที่ออกแบบใหม่ ค่า ก่อสร้างอยู่ระหว่าง 7 แสน-1.2 ล้านบาท/ ยูนิต โดยก่อสร้างด้วยระบบใหม่ ตัวบ้านจะไม่มีเสา คาน และใช้เวลาก่อสร้างรวดเร็วเพียง 20 วัน ทำให้ต้นทุนค่าแรงต่ำกว่าบ้านทั่วไปที่ใช้เวลาก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 4 เดือน
ปลายปีนี้จึงเตรียมจัดโปรแกรมฝึกอบรมช่างผู้รับเหมาที่สนใจเพื่อรองรับการปลูกสร้างบ้านให้กับประชาชนในอนาคต โดย ผู้สนใจไม่เสียค่าใช้จ่ายเรื่องแบบคิดเฉพาะค่าใช้จ่ายในการปลูกสร้างบ้านเท่านั้น หน้า 8
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
