คอลัมน์ Home Builder interviewในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน อาจเป็นองค์กร น้องใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาได้ระยะหนึ่ง
แต่ภายใต้ระยะเวลา 4 ปี นับจากบริษัทรับสร้างบ้าน 20 ราย จับมือกันจัดตั้งเป็นสมาคมเมื่อปี 2547 น่าสนใจว่าธุรกิจรับสร้างบ้านในวันนี้กำลังถูกพลิกโฉมทั้งในแง่การรับรู้เรื่องแบรนด์และการยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างที่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญที่สุด
ถือเป็นภารกิจท้าทายและเป็นความหวังลึกๆ ของสมาชิกสมาคม ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการผลักดันให้มูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านเติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง โดยอาศัยการเข้าไปเพิ่มส่วนแบ่งตลาดบ้านสร้างเองจากกลุ่มผู้รับเหมารายย่อย ซึ่งปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์กว่า 70% ขณะที่บริษัทรับสร้างบ้านมีแชร์เพียงกว่า 20% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นอกจากเป้าหมายหลักที่ต้องก้าวไปให้ถึงอีกหนึ่งภารกิจของสมาคม คือการหาช่องทางช่วยเหลือและคอยแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับการปลูกสร้างบ้าน
หนึ่งในเคสคลาสสิกที่ต้องพูดถึง คือ เรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2549 ที่ผ่านมา โดยบริษัทรับปลูกสร้างบ้านรายหนึ่งได้อาศัยสัญญาว่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมเอาเปรียบผู้บริโภค รูปแบบคือการร่างสัญญาให้ผู้บริโภคจ่ายเงินงวดไปแล้วถึง 90% ของค่าก่อสร้างทั้งหมด แต่ในแง่ของงานก่อสร้างกลับคืบหน้าเพียง 40% เท่านั้น ซึ่งสมาคมได้เข้าไปช่วยเหลือในฐานะที่ปรึกษาจนในที่สุดบริษัทรับปลูกสร้างบ้านรายนี้ถูกตัดสินดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว
ปัจจุบันออฟฟิศของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านตั้งอยู่ภายในพื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคารเลขที่ 2 ซอยลาดปลาเค้า 10 เป็นอาคารสีขาวรูปทรงโมเดิร์นที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการมาระยะหนึ่งแล้ว ภายในตัวสมาคมตกแต่งอย่างสวยงาม มีทั้งห้องประชุมเล็ก ห้องประชุมใหญ่ ฝ่ายประสานงาน แบ่งหน้าที่เป็น 5 ฝ่าย คือ 1) ฝ่ายวิชาการ 2) ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ 3) ฝ่ายนิติกรรม 4) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และ 5) ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สำหรับคนที่เข้ามาติดต่อธุรกิจหรือโทรศัพท์ เข้ามาขอคำปรึกษา จะมีเจ้าหน้าที่สมาคม 2 ท่าน คือ นวลลักษณ์ สมัครสโมสร (คุณสุรางค์) ผู้จัดการสมาคม และ ทัศนีย์ เจริญศิริ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงาน คอยให้บริการด้วยเสียงหวานๆ
4 ปี พบเรื่องร้องเรียน 24 ราย
ย้อนหลังกลับไปดูสถิติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปลูกสร้างบ้านที่ผ่านมาเข้ามาทางสมาคม แบ่งรูปแบบออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคม และ 2) เรื่องร้องเรียนของบริษัทที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม
พบว่าเรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากบริษัทที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคม และเป็นรูปแบบการติดต่อเข้ามาเพื่อขอคำแนะนำมากกว่า ส่วนเรื่องร้องเรียนของบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคมมีจำนวนทั้งสิ้น 24 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีแรกหลังก่อตั้งสมาคม ประเด็นปัญหาที่พบแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1) งานก่อสร้างไม่เป็นไปตามกำหนดเวลาในสัญญา 2) งานก่อสร้างไม่ได้คุณภาพตามที่ผู้บริโภคต้องการ และ 3) มีแนวโน้มว่าจะทิ้งงาน
เอาจริงยื่นหนังสือถึงเอ็มดี
จากเรื่องร้องเรียนทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา ทุกเคสได้ถูกดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับ ทุกฝ่าย แต่แฝงด้วยความเฉียบขาด โดยกรณีที่มีการแจ้งร้องเรียนเข้ามาและต้องการให้สมาคมดำเนินการช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษาต่อไป ได้กำหนดขั้นตอนให้ผู้ร้องเรียนจัดทำเป็นหนังสือแจ้งเข้ามายังสมาคม พร้อมระบุชื่อและรายละเอียดเรื่องร้องเรียน ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการมีตัวตน
ที่ผ่านมาสิ่งที่สะท้อนว่าสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ คือ กรณีเป็นเรื่องร้องเรียนถึงบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคม เมื่อได้รับหนังสือร้องเรียนแล้วขั้นตอนต่อไปหนังสือดังกล่าวจะถูกส่งไปถึงมือผู้บริหารระดับ กรรมการผู้จัดการ ของบริษัทนั้นๆ ทันที เพื่อให้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดกลับมา
อย่างไรก็ตาม กรณีเป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่ยังไม่แข็งแรงนัก สมาคมจะให้ความช่วยเหลือโดยแต่งตั้งกรรมการสมาคมเข้ามาเป็น คนกลาง เพื่อเข้าไปตรวจสอบหน้างานในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกสร้างบ้าน และดำเนินการเจรจาอย่างเป็นกลางว่ามีงานก่อสร้างส่วนใดที่ต้องปรับปรุงหรือได้คุณภาพตามมาตรฐานอยู่แล้ว
สุดท้ายกรณีนี้เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทปลูกสร้างนอกสมาคม จะใช้วิธีแต่งตั้งกรรมการสมาคมขึ้นเพื่อเป็น คนกลาง เข้าไปตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างว่ามีปัญหาตรงจุดใดบ้าง และให้คำแนะนำการแก้ปัญหา
คลอดสัญญาปลูกสร้างมาตรฐาน
หนึ่งในผลิตผลที่เป็นรูปธรรมในการช่วยเหลือ ผู้บริโภคของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ล่าสุดคือการเปิดตัว ร่างหนังสือสัญญามาตรฐานการว่าจ้างปลูกสร้างบ้าน
ถือเป็นกุญแจดอกหนึ่งที่น่าจะช่วยยกระดับคุณภาพงานก่อสร้างบ้านให้ดีขึ้นได้
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
