เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ใจความสำคัญว่า บัดนี้ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2551 ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการสยบข่าวลือข่าวลวงทั้งปวงสิ้น !
ด้วยความเฉียบพลัน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ถูกหาว่า หมิ่นเบื้องสูง
คำพูดที่น่าสนใจจดไว้ของ พล.ต.ท.อัศวิน มีดังนี้
ไม่หนักใจ / ทำไปตามข้อเท็จจริง / ว่ากันตามพยานหลักฐาน / ไม่มีการบิดพลิ้ว / ข้อหา มาตรา 112 ตาม ป.อาญา
เส้นทางชีวิตราชการตำรวจของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีเคยปลุกปั้นไม่น่าจะจบลงด้วยการ ถูกให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน ในสมัยนายสมัคร
แต่จะทำอย่างไรได้ครับ
ทุกเรื่องราวที่ถูกกล่าวหา และถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ล้วนเป็นเรื่องที่ เสรีพิศุทธ์ ต้องรับทั้งผิดและชอบ
ที่ล่อแหลมอันตรายที่สุดก็คือ ภาษาที่สื่อความคิดของเสรีพิศุทธ์ ซึ่งทำให้ถูกกล่าวหาว่า กระทำในสิ่งที่ไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีหลายเรื่องเหลือเกิน
พยานที่เป็นคน กับหลักฐานที่เป็นวัตถุ คือตัวชี้ กรรม !!
การที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถูกให้ออกจากราชการจึงเนื่องมาจากการกระทำของตน
จึงเป็นไปในทำนอง กงเกวียนกำเกวียน
ดังสุภาษิตสุนทรภู่ที่ว่า อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์ - ไม่รู้สุดสิ้นลงที่ตรงไหน - เหมือนกงเกวียนกำเกวียนเวียนระไว - จงหักใจเสียเถิดเจ้าเยาวมาลย์
กงเกวียนกำเกวียน เป็นสำนวนโบราณ หมายถึง การหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ หรือหมายถึง เวรสนองเวร กรรมสนองกรรม
กล่าวคือ ถ้าปลูกมะพร้าวย่อมได้มะพร้าว ปลูกมะเขือย่อมได้มะเขือ
ส่วนมะเขือ จะเผาหรือไม่เผา แล้วแต่กรรมของใคร !?!!
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
