คอลัมน์ คิดนอกกรอบเดินนอกเกมโดย อภิวัติ
แล้วท่านอรัญวัสโกก็ต้องยิ้มน้อยๆ อีกครั้ง หลังจากที่ท่านเพิ่งจะกลับจากธุดงค์
และท่านก็ได้พบกับเหตุการณ์ของบ้านเมืองในลักษณะแปลกๆ จนท่านอดที่จะยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ แต่คุณลุงคุณป้าที่จำท่านได้ดูเหมือนจะยิ้มไม่ออก เห็นหน้าท่านอรัญวัสโกแล้วก็อยากปรับทุกข์เต็มที
บ้านเมืองจะเป็นยังไงมั่งก็ไม่รู้ แค่จะให้เลือกตั้ง ส.ส.กันก็วุ่นวายโกลาหล ไล่บี้ทำร้ายทำลายกันราวกับเป็นศัตรูกันมาชั่วนาตาปี ข้าเกิดมาไม่เคยเห็นบ้านเมืองเป็นยังงี้มาก่อนเลย คุณลุงเอ่ยขึ้น หลังจากที่ท่านอรัญวัสโกฉันเช้าเสร็จ ระหว่างนั้นคุณป้าก็ตามเข้ามาสมทบอีกคน
เออ ข้าก็ไม่รู้จะไปเลือกใครถูก แต่ละคนก็อวดดีอวดเด่น มีอีโก้กันทั้งนั้น แม้แต่พรรคการเมืองที่พยายามบอกว่าชื่อตัวเองน่ะคือทางสายกลาง แต่ความคิดมันสุดโต่งเต็มที บางพรรคก็คิดแต่จะล้างแค้น จองล้างจองผลาญให้นายเก่า นอกจากนั้นก็ชิงไหวชิงพริบ เอาเป็นเอาตาย คนมีอาวุธก็เฝ้าดูอยู่ว่า จะใช้กำลังกันอีกเมื่อไร ก็ยังไม่รู้ คุณป้าไหลยาว แบบไม่ยอมเว้นวรรค
นั่นสิ ข้าว่า บ้านเมืองแบบนี้ ขณะที่น้ำมันแพง ข้าวของก็แพง คนมันจะคิดเข้ามาแก้ไขอะไรไหมเนี่ย นอกจากเรื่องที่จะชิงบ้านชิงเมืองกันแล้ว เขาคิดอะไรกันมากกว่านี้ไหมนะ คุณลุงถอนใจเฮือกใหญ่
สีหน้าท่านอรัญวัสโกยังคงสงบ ระบายยิ้มน้อยๆ
โยมรู้ไหมว่า ในสมัยของโตกุงาว่า โชกุนที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ท่านมีอำนาจมากมาย มีกฎหมาย และระเบียบที่เคร่งครัด ชนิดที่ชาวบ้านในยุคนั้นกระดิกตัวแทบไม่ได้ เพราะทั้งบ้านทั้งเมืองเต็มไปด้วยสายลับ แม้ไม่ใช่ความผิดอุกฉกรรจ์ก็ยังลงโทษกันรุนแรง ผู้คนล้วนมีความทุกข์ยาก เพราะรัฐเกิดความหวาดกลัวว่าจะไม่มีความมั่นคง มันก็เหมือนสมัยนี้แหละ ความผิดพลาดทั้งหมดก็เกิดจากความคิดสุดโต่งของข้าราชการ เมื่อเข้าถึงอำนาจรัฐด้วยการใช้กำลังอาวุธ ความหวาดกลัวก็เกิดขึ้น เขาก็จะออกกฎหมายคุ้มครองตัวเอง แม้ให้มีการเลือกตั้งก็ยังกลัวว่า อำนาจจะหลุดจากมือไปอยู่ที่นักการเมือง วันหนึ่งอาจเดือดร้อนจากสิ่งที่ตัวเองทำเอาไว้
คุณลุงฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย นั่นนะสิ แต่ก็ยังพยายามจัดฉากลิเกเรื่องการเลือกตั้ง แต่จะรอดไปถึงฝั่งเพื่อจะมีรัฐบาลใหม่ได้ยังไงกันละ
ท่านอรัญวัสโกหัวเราะอยู่ในลำคออย่างอารมณ์ดี
อาตมาไม่ใช่นักวิจารณ์การเมืองหรอกนะ แต่ในแง่ธรรมะแล้ว อยากจะบอกว่า ในการปกครองชั้นเยี่ยม ผู้คนจะไม่รู้สึกตัวว่าถูกปกครอง ถ้าเป็นการปกครองชั้นดี ผู้คนจะชื่นชอบ ในการปกครองชั้นต่ำ ผู้คนจะเกรงกลัว ถ้าลงไปชั้นต่ำสุด ประเภทออกกฎหมายตรวจสอบกันทุกฝีก้าว แสดงว่า เขาไม่นับถือราษฎร ผู้คนก็จะไม่นับถือและพาลชิงชัง
ก็ถ้าจะเทียบกับการปกครองของรัฐบาลที่แล้ว กับรัฐบาลที่จะมีขึ้นมาล่ะ คุณลุงตั้งปุจฉา
ท่านอรัญวัสโกระบายยิ้ม
ผู้นำคนก่อนถือดีว่า เป็นคนเก่ง และร่ำรวย ก็คล้ายๆ กับหัวหน้าพรรคบางคนในยุคนี้ ต่างถือดีว่า เก่ง จนไม่มีใครสามารถวิจารณ์ได้ ไม่คิดว่าจะต้องรู้อะไรเพิ่มเติมขึ้นอีก เหมือนที่ศาสตราจารย์ผู้รอบรู้ท่านหนึ่งไปพบพระเซ็นที่วัดเพื่อจะเข้าถึงการบรรลุธรรม มาถึงท่านก็ต้อนรับด้วยการรินน้ำชาให้จนล้นถ้วย ศาสตราจารย์เห็นแล้วก็ร้องว่า ชาล้นแล้ว ท่านจะรินไปทำไม พระท่านก็ตอบว่า ท่านมาหาอาตมาด้วยความรอบรู้มากมาย อัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระ ก็เหมือนชาที่เต็มจนล้นถ้วย จิตใจและสมองท่านยังไม่ว่างพอที่จะรับสิ่งใหม่ๆ จากอาตมาหรอก
แล้วท่านอรัญวัสโกก็หันไปรอบๆ ได้ยินเสียงน้ำในลำธารไหลที่ไกลออกไปนอกหมู่บ้านลุงป้า
โยมลุงป้าอย่าไปกังวลเลย โลกมักเป็นเช่นนั้นเอง ผู้ที่ยืนด้วยปลายเท้าเพื่อให้ตัวสูงเด่น ย่อมยืนได้ไม่นาน ผู้ที่ก้าวยาวย่อมหย่อนกำลังในบั้นปลาย ผู้ที่คุยเขื่องไม่ได้รับความสำเร็จ ผู้ที่คุยโม้ไม่อดทน ผู้ที่คิดว่าตัวเองถูกเสมอ จะไม่ได้รับการยอมรับนับถือ ผู้ที่คิดอะไรอย่างสุดโต่งก็เหมือนขังตัวเองอยู่ในกรอบ เขาจึงอยากฟังสิ่งที่อยากได้ยิน มากกว่าสิ่งที่เขาควรจะได้ยิน
แล้วท่านอรัญวัสโกก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่งเสมือนหนึ่งอำลา ที่จริงท่านเพียงแต่จะบอกว่า ไม่มีการมา และการจากไปในความเป็นเซ็นหรอก และยังไม่มีอดีตให้คิด ไม่มีอนาคตให้กังวล ถ้าเราดำรงชีวิตอยู่ชั่วขณะปัจจุบัน
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
