นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรียกร้องให้ยกเลิกกฏอัยการศึกในจังหวัดอื่น ๆ ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การยกเลิกหรือไม่เป็นเรื่องของสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศซึ่งฝ่ายทหาร และฝ่ายความมั่นคง รับผิดชอบ ถ้าเห็นว่ายกเลิกกฏอัยการศึกแล้ว ยังมีปัญหาตามมา ก็ยังไม่ยกเลิก อย่างไรก็ตามทางกระทรวงมหาดไทย มีข้อเสนอให้ยกเลิกเคอร์ฟิว ช่วงระยะเวลาถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. โดยได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว เพราะช่วงเวลากลางคืน ชาวบ้านที่ไปสุเหร่า กว่าจะทำพิธีเสร็จก็ดึกแล้ว ถ้าสามารถทำให้ชาวบ้านไปมาสะดวกขึ้น ก็จะช่วยไม่ให้มีปัญหา เพราะมีผลทางการเมืองด้วยส่วนกรณีที่มีกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมใช้แผนผลัดเปลี่ยนใบในลักษณะผุดตาน้ำ เพื่อหาแนวร่วมใหม่ ๆ มาทดแทน นายอารีย์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบในรายละเอียดได้ เพราะยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจน แต่เรื่องนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ คงรู้รายละเอียดอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างไร และเตรียมแผนไว้แก้ไขแล้ว
ส่วนขบวนการจับตัวคนมาลงโทษ ที่มักจะอ้างว่าจับผิดคนนั้นนาย อารีย์ กล่าวว่า เราเน้นย้ำเสมอว่าจะต้องจับกุมคนที่ทำผิดจริง ๆ ซึ่งทาง กอ.รมน.ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบถาม เชื่อว่าจะได้ข้อมูลจากตรงนั้น และขณะนี้ประชาชนเริ่มเข้าใจและให้ข่าวกับเจ้าหน้าที่ ดังนั้น โอกาสที่จะรู้เบาะแสยิ่งมีมากขึ้น แต่ที่เหตุการณ์ยังไม่สงบเพราะกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน ต้องยอมรับว่าไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เช่นเหตุระเบิดที่จังหวัดยะลาวานนี้ (6 ก.ย.) เป็นการสร้างให้เห็นว่ากลุ่มก่อความไม่ สงบยังมีฤทธิ์อยู่ ผู้ก่อความไม่สงบไม่ได้มียุทธวิธีอะไรมาก แต่สามารถปกปิดตัวได้ดีเหมือนกับคนอยู่ในที่มืด แต่เราอยู่ในที่สว่าง ต้องค่อย ๆ ควานหา เหมือนกับที่เคยต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เมื่อทำให้ประชาชนมาเป็นแนวร่วมได้ กลุ่มก่อความไม่สงบก็อยู่ไม่ได้ และจะรู้ว่าใครเป็นใคร.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
