นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชาชน ตัดสินใจเลือก นายสมัคร สุนทรเวช มาเป็นหัวหน้าพรรคและการประกาศเดินหน้าเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ถือเป็นสิทธิทางการเมืองที่จะทำได้ หากวิธีดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ แต่การที่นายสมัคร ประกาศวิสัยทัศน์ทางการเมืองว่า เป็นนอมินีหรือร่างทรงและจะทวงคืนความเป็นธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เท่ากับว่าจุดมุ่งหมายทางการเมืองของพรรคพลังประชาชนและขั้วอำนาจเก่า เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทวงคืนอำนาจให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น ก็หมายความว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนเป็นพรรครัฐบาลก็จะยกเลิกการทำงานของ คตส. ป.ป.ช. สตง.และ ตุลาการรัฐธรรมนูญ หรือการนิรโทษกรรมให้กับพรรคไทยรักไทยเดิมทั้งหมด โดยไม่สนใจความผิดและข้อเท็จจริง ที่ผ่านการตรวจสอบ“ปรากฏการณ์สมัคร หรือการประกาศตัวเป็นนอมินีและทวงคืนอำนาจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นสัญญาณให้ฝ่ายที่เห็นว่าข้อกล่าวหาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ และเครือข่ายต้องได้รับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยศาลนั้นรับไม่ได้ และยังเป็นการประกาศศัตรูทางการเมืองทันทีที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค แทนที่จะประกาศวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาประเทศ ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายทางการเมือง ที่กำลังจะเดินเข้าสู่กับดักแห่งความแตกแยกรอบใหม่”
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า หลังจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศยุติไปแล้วและมุ่งหมายอยากเห็นการเมืองเดินหน้าสู่ความสมานฉันท์และสนับสนุนการทำงานของกระบวนการยุติธรรม ก็จำเป็นต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์และความไม่ชอบมาพากลของพรรคพลังประชาชน หากมีความจำเป็นก็คงต้องฟื้นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้การเมืองไทยเดินหน้าไปตามกรอบกติกากฎหมาย รัฐธรรมนูญ และความเป็นธรรมที่ทุกฝ่ายควรได้รับ
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
