คาดเลือกตั้งแข่งดุ เผชิญหน้าระหว่างอำนาจรัฐกับอำนาจเงิน ระบุว่าที่ ผู้สมัครและหัวคะแนนอำนาจเก่าค่าตัวพุ่ง ห่วงทุกพรรคงัดสารพัดวิชามารจนละเลยนโยบายและปัญหาชาวบ้านนายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ผมคิดว่าผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ชี้ให้เห็นถึงเกมการต่อสู้ทางการเมืองที่มีแนวโน้มระอุและเข้มข้นกันมากขึ้นระหว่างขั้วอำนาจไทยรักไทย กับขั้วอำนาจ คมช.โดยเฉพาะพื้นที่ แถบภาคอีสานและภาคเหนือซึ่งเป็นฐานสำคัญของอำนาจเก่านั้นจะเป็นจุดที่มีสารพัดการแข่งขันอาจดุเดือดและรุนแรงกว่าทุกครั้ง
การแพ้โหวตในจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ของนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นฐานกำลังสำคัญจะเรียกว่าเป็นท่าสถานีของอำนาจเก่า ทั้งงานการเมืองในสภาและงานมวลชนนอกสภานั้น ได้ทำให้ขั้วอำนาจเก่าหวาดผวาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นไปได้สูงที่ คมช.จะใช้กลยุทธและรูปแบบการจัดการการหรือ บุรีรัมย์โมเดล เป็นแนวทางในการจัดการกับขั้วอำนาจเก่าในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
ฉะนั้นแม้ในภาพรวมพื้นที่ของอำนาจเก่าจะยังคงเหนียวแน่นอยู่ก็ตามแต่การพ่ายแพ้ที่บุรีรัมย์ ทำให้อำนาจเก่าหวาดผวาและจำเป็นต้องปรับเกมต่อสู้เช่นกัน เพราะหากไม่ปรับบุรีรัมย์โมเดลจะทำให้สูญเสียฐานที่มั่นทางการเมืองได้ในที่สุด
ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า พตท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาขึ้นศาลหลังเลือกตั้ง นั่นหมายความว่าได้ประเมินแล้วว่าหลังเลือกตั้งจะได้เปรียบทางการเมือง การพ่ายแพ้ที่บุรีรัมย์อาจทำให้ค่าตัวผู้สมัครหรือหัวคะแนนของกลุ่มไทยรักไทยสูงขึ้นมากกว่าเดิม จนกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างอำนาจรัฐกกับอำนาจเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตนเห็นว่าที่น่าเป็นห่วงก็คือรูปแบบการต่อสู้ของฝ่ายการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นสารพัดวิชามารเพื่อได้มา ซึ่งชัยชนะมากกว่าการประชันขันแข่งกันทางนโยบาย ซึ่งต้องไม่ลืมว่าจังหวัดที่โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นจังหวัดในกลุ่มประชาชนมีความยากจน และภายหลังการรัฐประหารรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาของพวกเขาได้ทำให้ชาวบ้านยังถวิลหาระบอบทักษิณ จนอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่จำนวนคนโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมีมากกว่าที่คิด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
