ที่มา - สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นกับ มติชน ถึงกระแสรุมเร้ารัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ โดยเฉพาะ มิตรเก่า อย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย...สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ถือว่าไม่มีใครเป็นมิตรหรือชื่นชมรัฐบาลเลย แม้กระทั่งกับพันธมิตรที่แต่ก่อนคอยสนับสนุนรัฐบาล แต่ตอนนี้ก็แยกออกไปแล้ว...
...การที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตือนให้นายกรัฐมนตรีทบทวนบทบาทตัวเอง เพราะไม่ค่อยมีผลงาน และเกิดข้อสงสัยในตัว พล.อ.สุรยุทธ์ ที่อาจมี สัญญาใจ แบบลับๆ ในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวมีทั้งประเด็นที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
ผมเห็นด้วยเรื่องที่บอกว่ารัฐบาลไม่ค่อยเอางานเอาการ และไม่ค่อยมีผลงานออกมา รวมถึงไม่ค่อยใส่ใจกับเหตุผล 4 ประการของการรัฐประหาร และยังมีความห่างเหินกับ คมช. ทั้งๆ ที่เป็นรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร
การแก้ไขปัญหาในขณะนี้ นายกฯควรจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเวลาที่รวดเร็ว เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในทางการเมืองและทำให้รัฐบาลกระฉับกระเฉงมากกว่านี้ อย่างน้อยให้รัฐบาลประคับประคองสถานการณ์ไปจนถึงวันเลือกตั้ง 16 ธันวาคม 2550 ตามที่รัฐบาลประกาศไว้
สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ถือว่าไม่มีใครเป็นมิตรหรือชื่นชมรัฐบาลเลย แม้กระทั่งกับพันธมิตรที่แต่ก่อนคอยสนับสนุนรัฐบาล แต่ตอนนี้ก็แยกออกไปแล้ว
รัฐบาลควรจะปรับ ครม.ใหญ่โดยเร็ว เพราะองค์ประกอบมีปัญหา ไม่ใช่เติมให้ครบ 35 คน นายกฯควรจะพิจารณาว่า รัฐมนตรีคนใดไม่มีผลงานและไม่ทำหน้าที่ นายกฯคงรู้อยู่ แต่เข้าใจว่านายกฯเป็นสุภาพบุรุษและเป็นคนเกรงใจ และท่านไม่ใช่นักการเมือง จึงไม่ได้คิดแง่มุมการเมืองมากนัก ซึ่งไม่ใช่เรื่องบกพร่องหรือเป็นความผิดร้ายแรง การที่นายกฯคิดว่าแค่มาดูแล ผมมองว่าไม่เพียงพอในยามที่บ้านเมืองมีปัญหา มีวิกฤต ต้องแอ๊คทีฟมากกว่านี้
สถานการณ์ประเทศขณะนี้ เราต้องการรัฐบาลที่เป็นรัฐบาล เพราะวันนี้คนรู้สึกว่าไม่มีรัฐบาล รัฐบาลไม่ได้ทำหน้าที่ การปรับ ครม.ไม่ได้เพื่อให้รัฐบาลมีอายุยาว เพราะเชื่อว่านายกฯก็ไม่ได้อยากอยู่ยาว แต่ปรับบนเงื่อนไขที่ว่าประเทศจำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลดูแลประเทศไปจนถึงวันเลือกตั้ง
เพราะถ้าเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศขณะนี้ จะมีปัญหาตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับจากฝ่ายต่างๆ การมีสุญญากาศทางการเมือง ต้องขอให้นายกฯอยู่เพื่อประคับประคองไปก่อน บรรยากาศขณะนี้ไม่เหมาะที่จะเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองอีกแล้ว ถ้านายกฯคิดว่าจะอยู่ไปจนถึงวันเลือกตั้ง ก็ต้องปรับท่วงทีในการบริหารประเทศใหม่
ส่วนประเด็นที่ผมเห็นต่างกับพันธมิตร โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่านายกฯมีข้อตกลงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันได้เลยว่านายกฯไม่ได้มีความตกลงหรือภารกิจเร้นลับตามที่พันธมิตรพยายามกล่าวหา
นายกฯเคยเล่าให้ฟังว่า เคยพูดกับนายกฯทักษิณจริง ท่านบอกว่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในความสงบและอย่าเคลื่อนไหวทางการเมือง และเล่าให้ฟังว่า พ.ต.ท.ทักษิณห่วงใยครอบครัว ซึ่งท่านก็รับรองว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎหมายและจะให้ความเป็นธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง
นี่เป็นสิ่งที่นายกฯพูดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข จึงไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ที่บอกว่านายกฯมีการตกลงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผมมองว่าพันธมิตรรุกนายกฯมากเกินไป จนไม่ให้ความเป็นธรรมกับท่าน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาพฤติการณ์และบทบาทระหว่างสมัยนายกฯเป็นผู้บัญชาการทหารบก ได้ถูกโยกย้ายในยุครัฐบาลทักษิณ จึงคิดไม่ออกว่ามีเหตุผลอะไรที่นายกฯต้องไปทำงานหรือรับงานจาก พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่ควรใช้ประเด็นที่ล่อแหลมแบบนี้มาเป็นประเด็นกดดันทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย
สำหรับเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้ง ส่วนตัวยืนยันว่าในบริบทสังคมโลกปัจจุบันนี้ประเทศไทยต้องเข้าสู่การเลือกตั้งให้เร็วที่สุด จึงไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรที่บอกว่าให้ชะลอรัฐธรรมนูญออกไป 3 ปี และปกครองกันไปแบบนี้ ซึ่งอธิบายความชอบธรรมลำบาก
ในฐานะนักวิชาการและคนที่ติดตามการเมือง คิดว่าการรัฐประหารเป็นความเลวร้าย และอาจจะทำโดยความจำเป็น โดยที่คนไม่ได้คาดหวัง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ต้องรีบนำพาประเทศไปสู่ทิศทางไปสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด จึงเห็นด้วยว่ารัฐบาลต้องกำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพราะกลไกกำลังเดินอยู่ จะดีหรือไม่ดีให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน คิดว่าไม่คุ้มกับการสูญเสีย ถ้าเผื่อบอกว่าต้องรอให้มีการจัดการทางการเมืองให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เอาคนนั้นไปติดคุก เอาคนนี้ออก ห้ามคนนี้เล่นการเมือง แล้วค่อยเลือกตั้ง การมองแบบนี้เป็นการมองในมุมเดียว มองว่านักการเมืองเป็นคนเลวหมด ต้องกวาดล้างไปจากระบบ
การเมืองมีเรื่องดีเรื่องเสีย แต่เรื่องที่ดีที่สุดคือ อ้างได้ถึงความชอบธรรมของประชาชน เพราะขณะที่เป็น สนช.อยู่ตอนนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นตัวแทนของประชาชน เพราะไม่เคยได้ผ่านการเลือกจากประชาชน ฉะนั้น จะชั่วจะดี จะใช้เวลากี่วินาทีในการเลือกตั้งก็ตาม แต่ขอให้มีลักษณะความเป็นผู้แทนของประชาชนอยู่ ให้มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อประชาชน
ผมเห็นด้วยที่จะต้องปราบปรามการทุจริต แต่ไม่คิดว่าจะต้องขยายเวลาในการเลือกตั้งเพื่อจัดการทางการเมืองให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ควรทำในกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้วางเอาไว้ การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อทำให้กลับไปในระบอบซึ่งยังไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดี แต่เป็นระบอบที่ทั่วโลกให้การยอมรับ สังคมไทยอยู่โดดเดี่ยวจากสังคมโลกไม่ได้...
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
