ประธาน กกต. วอนคนรับเงินซื้อเสียงมาแจ้งความ ชี้คนรับไม่ผิด รับจับตาดูเอกสารบิดเบือนรัฐธรรมนูญ(16สค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธานเปิดโครงการส่งเสริมประชาธิป ไตยการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ ที่ อาคารบดินทรพิพัฒน์ โรงเรียนบดินทร์เดชา วังทองหลาง จากนั้นนายอภิชาต ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการดังกล่าวว่า เห็นว่าเยาวชนมีส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมประชาธิปไตย เป็นผู้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ไปถ่ายทอดกับผู้ปกครอง บิดามารดา ทั้งนี้เยาวชนก็มีความตื่นตัวแ ละสนใจเรื่องการเมืองการปกครอง ซึ่งทางกกต.ได้จัดให้วิทยากรมาให้ความรู้ โดยมีเสียงสะท้อนต่อเรื่องประชามติในทางที่ดี มีความเข้าใจประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ที่เห็นว่าจะเข้าสู่รูปแบบที่ดีงาม และการเลือกตั้งในเวลาอันใกล้นี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินการต่อกรณีทุจริตในการรณรงค์ออกเสียงประชามติ ทั้งเรื่องแจกเงิน แจกเสื้อ นายอภิชาต กล่าวว่า ที่ได้รับรายงานคือในภาคอีสาน โดยเฉพาะอีสานใต้ อย่างบุรีรัมย์ มีหลักฐานมาก และกำลังจะดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้ได้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานตำรวจ ทหาร ศูนย์อำนวยการการจัดออกเสียงประชามติ ของกกต.กลาง นอกจากนี้ในแต่ละจังหวัด ก็มีศูนย์อำนวยการประจำจังหวัดเพื่อประสานงานกันด้วย
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมาเปิดเผยว่า มีใบปลิวบิดเบือนรัฐธรรมนูญแจกจ่ายในที่ต่างๆ นายอภิชาต กล่าวว่า หากมีการบิดเบือนอย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง ซึ่งก็ได้รับรายงานมาบ้าง ซึ่งลักษณะการบิดเบือนเช่นนี้มีเยอะ
ขอเรียนว่าการซื้อเสียง คนที่รับเงินถือว่าไม่ได้มีความผิดกฎหมายประชามติ แต่ที่พูดไปไม่ได้ส่งเสริมให้ไปรับเงิน หรือเห็นว่าดีงาม เพราะผมเองเห็นว่าไม่ควรมี แต่ถ้าพี่น้องคนไหนไปรับเงินเขาไว้แล้ว ก็ขอเรียนว่าไม่ได้มีความผิด เดี๋ยวจะกลัวหรือไม่กล้ามาพบ ก็ขอให้มาให้ความจริงต่อเจ้าหน้าที่ และเป็นพยาน เราควรต้องช่วยประเทศชาติ อย่างไรก็ตามแม้คนรับจะไม่ผิด แต่คนให้ถือว่ามีความผิดแน่นอน กล่าวและว่า กกต.ในพื้นที่ก็ได้รายงานความผิดปกติในแต่ละพื้นที่ให้ทราบอยู่
เมื่อถามต่อถึงสถานการณ์เรื่องการทุจริตในขณะนี้ว่าเป็นอย่างไร นายอภิชาต กล่าวว่า โดยรวมคนที่ไม่เห็นด้วยก็มีอยู่มาก และก่อความวุ่นวายต่างๆ นาๆ แม้กระทั่งลงหนังสือพิมพ์ ส่วนเรื่องลงข้อความในสื่อสิ่งพิมพ์ ได้มีการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมกกต.เมื่อวานนี้ (15) ซึ่งที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เป็นไร เป็นการแสดงออกทางความคิดเห็น ยังไม่ถึงขั้นบิดเบือนในเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่หากบิดเบือนก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในภาคเหนือก็มีการบิดเบือน แต่ไม่ใช่บิดเบือนในสื่อสิ่งพิมพ์ แต่เป็นการทำใบปลิวขึ้นมาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปตรวจสอบและดำเนินคดีไปบ้างแล้วในบางพื้นที่ การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด จึงผิดกฎหมายประชามติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนวันที่ 19 ส.ค.นี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดี ประธานกกต.กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้มาก และมีความเป็นไปได้ในหลายพื้นที่ ซึ่งกกต.ประชุม และมีมติทำหนังสือไปยังกกต.ทั่วประเทศ หากพบเห็นก็ดำเนินการได้ทันที ซึ่งช่วงระยะเวลาที่เหลือ เราก็ต้องจับตาดูที่อาจจะทำเอกสารบิดเบือนขึ้นมาในหลายๆ รูปแบบ หากพบก็จะดำเนินการทันที ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะต้องจัดการออกเสียงประชามติ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นใคร กกต.ก็ต้องดำเนินการ เพราะกกต.ถือว่าเป็นผู้เสียหายโดยตรง ยอมรับว่า 10 กว่าวันที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทั่วประเทศ ซึ่งตนก็สั่งการไปยังกกต.จังหวัด บางพื้นที่ตนก็ได้ไปดูเอง แต่ในบางคดีก็ต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแจ้งความดำเนินคดี อย่างไรก็ตามขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงอะไร น่าจะทำงานได้ทัน ส่วนพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงคือ อีสานใต้ และขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่จะตัดสินใจดำเนินการ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
