"พล.ต.ท.จงรัก" ขู่"พ.ต.อ.ชาญชัย"วันนี้(13สค.) เบี้ยวมอบตัวคดีสินบนยุบพรรค ส่งตำรวจตามจับแน่ เตือนลำบากทั้งตัวเอง ครอบครัว ด้าน ปชป. เชื่อมีกลุ่มอำนาจเก่าอยู่เบื้องหลังตำรวจเป็นเพียงนายหน้าพล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีสินบนตุลาการ กล่าวว่า วันนี้(13สค.) เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ ผู้ต้องหาคดีดังกล่าว จะเข้ามอบตัวตามที่นัดหมายไว้ หากบิดพลิ้วไม่มาตามนัด ตำรวจจะตามจับกุม อีกทั้งผู้ต้องหาเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ย่อมรู้ขั้นตอนกฎหมายดีว่าหากหลบหนี ไม่ใช่แต่ตัวจะลำบาก ครอบครัวจะเดือดร้อนถูกสะกดรอยตาม
พล.ต.ท.จงรัก กล่าวว่า ขั้นตอนการสอบสวนจะทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏและตรงไปตรงมา โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ขณะที่พนักงานสอบสวนตั้งหลักทรัพย์ประกันตัวในวงเงิน 2 แสนบาท ส่วนจะให้ประกันหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนว่าผู้ต้องหาจะไม่หลบหนี และไปยุ่งเหยิงทำลายหลักฐานหรือข่มขู่พยาน ส่วนการขยายผลถึงตัวผู้บงการหรือเจ้าของเงินสินบน ต้องขึ้นอยู่กับผู้ต้องหาจะให้ความร่วมมือ รวมถึงพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ใด ตำรวจจะไม่ละเว้น
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีหลังบ้านตุลาการคนหนึ่งรับเงินไปแล้วจำนวน 10 ล้านบาท พล.ต.ท.จงรัก ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐาน
ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคชื่นชมบุคคลที่นำเรื่องดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบว่ามีกระบวนการวิ่งเต้นในการพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองและขอชื่นชมบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ออกมาให้ข้อมูล และไม่ตกเป็นทาสของอำนาจเงิน รวมไปถึงองค์กรประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง
นายองอาจ กล่าวอีกว่า การให้สินบนในเรื่องนี้ ชี้ให้เห็นถึงการแทรกแซงอำนาจฝ่ายตุลาการจากฝ่ายอำนาจเก่า เพราะดูจากเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีเหตุชี้ชวนใดที่นายตำรวจคนหนึ่งจะดำเนินการเรื่องนี้ โดยที่ไม่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบุคคลอื่น จึงเห็นว่านายตำรวจคนนี้เป็นเพียงนายหน้าม้าใช้ของผู้มีอำนาจในอดีต และถือเป็นตัวอย่างอันเลวร้ายของกลุ่มอำนาจเก่าที่เข้าไปแทรกแซงทุกส่วนของสังคมไทย แม้จะหมดอำนาจไปแล้ว ก็พยายามดิ้นรนใช้ทุกวิถีทางที่จะใช้อำนาจที่ตัวเองพอมีหลงเหลืออยู่ไหว้วานผู้ที่ลุ่มหลงในอำนาจเงิน อำนาจเถื่อนต่างๆ เข้าไปวิ่งเต้นติดสินบนตุลาการ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า พรรคอยากเห็นฝ่ายตุลาการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังและโปร่งใส เพื่อทำให้วงการตุลาการเป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชน และพิสูจน์ให้เห็นว่ามีเพียงฝ่ายตุลาการที่ยังพอแสดงจุดยืนให้เห็นว่าไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจเก่าที่พยายามเข้ามาแทรกแซง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
