รอง หน.ปชป.ยัน มีแจกเงินให้ไม่รับร่างรธน.แทบทุกจังหวัดในภาคอีสาน มีการแจกเงินตั้งแต่ 200 บาทที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีการแจกเงินให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวางแทบทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีพฤติกรรมคล้ายกับ จ.บุรีรัมย์ ที่มีการแจกเงินตั้งแต่ 200 บาท เพื่อว่าจ้างไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิลงประชามติ และ 300 บาท เป็นการขอให้ไปออกเสียงประชามติโดยไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
รองหัวหน้า ปชป. กล่าวต่อว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคการเมืองกลุ่มอำนาจเก่า โดยมีการให้คะแนนและแบ่งเกรดว่าที่ผู้สมัคร คือ ใครที่สามารถทำคะแนนคว่ำรัฐธรรมนูญในพื้นที่ได้มากจะให้เป็นผู้สมัครเกรดเอ ส่วนพื้นที่ที่มีคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญน้อยว่าที่ผู้สมัครจะถูกจัดเกรดในระดับต่ำกว่า โดยเชื่อว่า การจัดแบ่งเกรดพื้นที่ที่มีคะแนนประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตัวว่าที่ผู้สมัครที่จะได้คะแนนเสียงข้างมากในการเลือกตั้ง รวมถึงการพิจารณาให้การสนับสนุนของพรรคต้นสังกัด
นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า นอกจากการแจกเงินแล้วยังพบมีการแจกเสื้อโนโหวต ซีดีเพลง ซีดีเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรม นูญในคดียุบพรรคและการให้ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่จะเอาเสื้อไปแจกขอบอกว่า อย่าเอาไปแจกเลย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่กล้าใส่เนื่องจากเกรงว่า คนในหมู่บ้านจะเพ่งเล็ง ดังนั้น ถ้าจะแจกก็แจกเงินไปเลยชาวบ้านจะได้เอาไปใช้ได้ ส่วนตัวเชื่อว่า คนอีสานจะไปใช้สิทธิโดยบริสุทธิ์ใจและไม่อยู่ภายใต้อำนาจของใครอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำข้อมูลเหล่านี้ ไปมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวว่า คิดว่า กกต. จังหวัด มีข้อมูลเหล่านี้ ดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของกลุ่มอำนาจเก่า เพราะมีการเคลื่อนไหวมาก ดังนั้น คงไม่ต้องเอาข้อมูลไปให้ กกต. อีก กกต. ต้องเป็นผู้ทำการตรวจสอบเอง
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษก ปชป. กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันการเคลื่อนไหวให้รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลเชื่อมโยงกับการเลือกตั้งครั้งใหม่และการจัดตั้งพรรคการเมืองในช่วงปลายปีนี้ ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงการใช้เงินเป็นเครื่องมือในทางการเมือง หากต้องการให้ประเทศไทยไปสู่สังคมประชาธิปไตยและเกิดความสงบสุขขอให้ช่วยกันปฏิเสธการใช้เงินเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะหากปล่อยให้มีเรื่องดังกล่าว จะสะท้อนถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่เงินจะเป็นปัจจัยสำคัญและทำให้วงจรอุบาทว์กลับคืนมา
"ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ กกต. ช่วยกันตรวจสอบและเอาจริงเอาจังกับการประชาสัมพันธ์ต่อต้านการใช้เงินเป็นเครื่องมือ ที่ผ่านมา รัฐบาลและ กกต. ทำการรณรงค์เรื่องนี้ น้อยเกินไป หากไม่ช่วยกันทำเรื่องนี้ การใช้เงินจะกลายเป็นเรื่องปกติเหมือนที่เคยมีมา" โฆษก ปชป. กล่าว