ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ กรรมการการเลือกตั้งได้จัดประชุมผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศโดยนายอภิชาต สุขัคคานาท์ ประธานกกต.กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างการประชุมว่า ขณะนี้เป็นโค้งสุดท้ายของการรณรงค์ประชามติจึงทำให้เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ขอให้กกต.จังหวัดเข้มงวดกวดขันในสิ่งที่ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองและหลายฝ่ายได้ออกมาให้ข้อมูลในการซื้อเสียงคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานก็ต้องเป็นหน้าที่ที่จะต้องเร่งชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นผู้รับหรือเป็นผู้แจกผิดกฎหมายทั้งนั้นโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานมีความรุนแรงกว่าภาคอื่น ขระที่ภาคกลางมีที่จ.พิจิตรและจ.นครสวรรค์ที่มีการแจกเสียงละ 200-300 บาท สถานการณ์อย่างนี้กกต.จะนิ่งเฉยไม่ได้ จะถูกสังคมกล่าวหาว่า กกต.ใส่เกียร์ว่าง“ผมร้อนใจในเรื่องนี้มากได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง และพบว่าอ.ลำปรายมาศ จ.บุรีรัมย์ มีการแจกเสื้อแดง ทำอย่างนี้ผิดกฎหมายชัดๆขณะนี้เหลือเพียงพยานบุคคลซึ่งเมื่อรวบรวมได้ก็จะส่งฟ้องศาลทันทีให้เป็นคดีตัวอย่าง ผมตั้งใจที่จะทำให้ไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ขณะนี้ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเซ็งกกต.อะไรก็อ้างกฎหมายกกต.ไม่ใช่หน่วยงานเทวดา ไม่มีอำนาจล้นฟ้า ทำตามกฎหมายที่เขาให้ไว้ได้เท่านั้นถ้าอยากให้กกต.ไปจับคนผิดมาลงโทษก็ให้เขียนกฎหมายให้อำนาจมาผมพยายามทำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุดในสายตาประชาชน แต่ก็ยังโดนม๊อบนปก.ส่งหนังสือมาท้วงติงว่าให้ผมและ กกต.ทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวังการไปจัมมือกับพล.อ.สนธิ บุญยรัตนกริน ประธานคมช.ในงานมหกรรมประชาธิปไตยนั้นก็ขอบอกว่าเป็นการแสดงเพื่อให้เห็นว่าเราจะทำให้ประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชนแม้ว่ากกต.จะรับเงินเดือนจากรัฐบาล แต่ไม่ได้เป็นทาสใคร แต่ถ้าไปจับมือกับพล.อ.สนธิแล้วบอกว่าเผด็จการมีอยู่ต่อไปอันนี้ค่อยมาด่าผม”นายอภิชาติ กล่าว
ประธานกกต.กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนถูกกระแสข่าวโจมตีตลอดเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ซื้อเสียง ขอยืนยันว่าถ้าไม่มีหลักฐานก็ไปเล่นงานใครไม่ได้เพราะประเทศนี้ไม่ได้เป็นเผด็จการ ถ้าเป็นเผด็จการก็ทำได้ทุกอย่างขอให้
กกต.อย่าท้อเราคงเจอเรื่องแบบนี้จนถึงวันลงประชามติถึงจะเหนื่อยก็จะต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้ขอกำชับเจ้าหน้าที่ว่าในเรื่องข้อมูลที่มีผู้แจ้งเข้ามาเราต้องให้ความสนใจ แม้ว่าจะเป็นเพียงบัตรสนเท่ห์ก็ขอให้รับฟังอย่างใกล้ชิดแม้ว่าการลงประชามติจะไม่มีคู่แข่งแต่อิทธิพลทางการเมืองยังแฝงอยู่ในหลายพื้นที่
นางสดศรี สัตยธรรม กกต. กล่าวว่า กว่ากกต.จะได้งานจัดออกเสียงประชามติมาดำเนินการเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะในชั้นการพิจารณาของส.ส.ร.มีการมองว่าที่ผ่านมากกต.เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตการเลือกตั้งทุกระดับ
และขณะนี้ก็มีเสียงกระทบตลอดว่ากกต.ไม่มีน้ำยาในการจัดการกับคนที่ซื้อเสียงคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการจัดการออกเสียงประชามติครั้งนี้จึงอยากให้เจ้าหน้าที่กกต.ทุกระดับช่วยกันจัดการออกเสียงฯให้เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และอย่าอยู่เฉยๆต้องตอบโต้พร้อมกับทำให้เขาเห็นว่าเราทำงานรวมทั้งต้องติดตามหาข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตต่างๆเพราะเชื่อว่าวันออกเสียงฯจะมีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน โดยจะเป็นปัญหาแปลกๆใหม่ๆ
“เวลานี้มีข่าวว่ามีการซื้อเสียง 200-300 บาทก็พยายามตอบโต้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อองค์กรและถ้าเราไม่จัดการออกเสียงครั้งนี้ให้ดีผลกระทบกลับมาคือความเสียหายก็จะกลับมาสู่องค์กรและจะทำให้เรายืนอยู่ในสังคมไม่ได้เพราะเขาจะยิ่งมองว่าเราไร้น้ำยาและเลือกตั้งครั้งหน้าก็เป็นครั้งสำคัญ เวลานี้มีการพูดว่ามีการใช้เงิน 30-50
ล้าน ซื้อตัวส.ส. ทั้งหมดก็เพื่อที่ตัวเองจะได้เข้ามามีอำนาจในบ้านเมืองดังนั้นถ้าเราไม่พิสูจน์ฝีมือในการจัดการออกเสียงประชามติให้เขาเห็นโอกาสต่อไปก็อาจไม่ได้จัดการเลือกตั้งอีกก็ได้” นางสดศรี กล่าว
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะพอใจผลสำรวจความเห็นประชาชนที่ระบุว่าทราบว่าวันที่ 19 ส.ค.เป็นออกเสียงประชามติถึงร้อยละ 80 แต่ก็อยากให้กต.จว.ไปสำรวจดูว่ายังมีจุดอ่อนตรงไหนและแก้ไขเพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากเพราะถึงวันนี้ตนยังเชื่อว่าจะมีประชาชนมาออกเสียงประชามติเกินกว่าร้อยละ 50 และถ้ากกต.ทำให้ดีก็อาจจะมากถึงร้อยะล 60 ส่วนจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกกต.ไม่คิดถึงเรื่องนี้
“ที่ปรากฏเป็นข่าวตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีการใช้เงินจ้างคนไม่ให้ไปลงประชามติหรือไปลงไม่รับร่าง แต่ก็มีรายงานเข้ามาว่ากระแสข่าวไปในทำนองนั้นจริงก็ขอให้ช่วยกันติดตามข่าวสาร พร้อมทั้งเสาะหาข้อมูลพยานหลักฐานแล้วเสนอมายังกกต.กลาง หรือเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลย”
ภายหลังนายอภิชาต ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการจัดการออกเสียงประชามติว่า ยืนยันว่ากกต.พร้อมที่จะดำเนินการจัดการออกเสียงประชามติซึ่งในวันนี้เราได้ประชุมทำความเข้าใจกับทางกต.จว.ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากมีเหตสงสัย กกต.ก็จะประสานเพื่อขอข้อมูลกับกกต.ประจำจังหวัดทันที ส่วนปัญหาภัยธรรมชาติที่รัฐบาลเป็นห่วงนั้นไม่น่าเป็นห่วงเพราะมีการประชุมศูนออกเสียงประชามติซึ่งมีการพูดคุยทำความเข้าใจถึงขั้นตอนต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากเกิดเหตุสุดวิสัยน้ำท่วมหรือเหตุการณ์ไม่ปกติเราสามารถที่จะตั้งหน่วยออกเสียงเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในวันลงประชามติ นายอภิชาต กล่าวว่า ก็มีการตรวจสอบ ขณะนี้เห็นว่าเบาบางลงไปมากแต่ก็ต้องดำเนินการต่อเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก ส่วนช่วงวันออกเสียงประชามติจะมีอีกหรือไม่นั้นยังระบุไม่ได้ แต่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนวนการดูแลความปลอดภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ร่วมสนธิกำลังระหว่างตำรวจ ทหารและข้าราชการ รวมทั้งศ.อบต.จำนวนกว่า16,000คนสับเปลี่ยนกำลังกันดูแลโดยจัดเป็นชุดคุ้มครองชุดเคลื่อนที่เร็วและชุดสำรองเพื่อป้องกันเหตุด่วนแหตุร้าย
นายอภิชาต กล่าวถึงกรณีกลุ่มไทยรักไทยจะปราศัยใหญ่ในวันที่ 15 ส.ค.เพื่อชี้แจงเหตุผลการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าติดตามการปราศัยหากมีการพาดพิงหรือกระทำการผิดกฎหมายก็จะบันทึกเพื่อส่งให้ที่ประชุมกกต.พิจารณา ที่ผ่านมากกต.ก็ได้สืบสวนหาหลักฐานกับพวกเคลื่อนไหวคว่ำร่างแต่จะให้ไปดำเนินการจับกุมโดยที่ไม่มีพยานหลักฐานคงไม่ได้เราอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน หากดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเราก็อาจจะถูกฟ้อง
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
