คอลัมน์ สัมภาษณ์พิเศษร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ปรับแก้โดยลดบทลงโทษและระบุพฤติกรรมการกระทำผิดให้ชัดขึ้นนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะหน่วยงานที่ต้องนำกฎหมายดังกล่าวไปบังคับใช้คิดเห็นอย่างไร นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้
เห็นอย่างไรกับร่างกฎหมายประชา มติที่เพิ่งผ่านสนช.
ร่างดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมบ้าง กรรมาธิการวิสามัญทั้ง 5 คน ได้พิจารณาแก้ไขร่างดังกล่าวที่มีทั้งสิ้น 13 มาตรา มาตรา 1-5 ถือเป็นเรื่องทั่วไป ส่วนมาตราที่เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติโดยตรง จะเริ่มตั้งแต่มาตรา 6-13 ก็มีทั้งเพิ่มและลด ส่วนที่ลดลงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโทษซึ่งก็เบาลงเพราะตัดโทษขั้นต่ำออก เป็นการเปิดให้ใช้ดุลพินิจหากมีการกระทำผิดโดยเริ่มตั้งแต่ศูนย์ปี ซึ่งก็ดีกว่าถือว่าเบาลง
ที่สำคัญคือเรื่องการพิจารณาเพิกถอนสิทธิทางการเมืองที่นำมาเขียนไว้ในพ.ร.บ.นี้ด้วย โดยให้ศาลเข้ามามีอำนาจในส่วนการพิจารณาเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่เกิน 5 ปี พ.ร.บ.ดังกล่าวมีความชัดเจนขึ้น และมีการแก้ไขบทลงโทษเกี่ยวกับการขัดขวางการลงประชามติ ซึ่งต้องรับผิดตามพ.ร.บ.
วางกรอบการทำโพลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติไว้อย่างไร
สำหรับการทำโพล ในพ.ร.บ.กำหนดไว้ให้ สำนักโพลต่างๆ ดำเนินการสำรวจได้ แต่ต้องนำเสนอข้อมูลให้มีความชัดเจนและต้องทำด้วยความเป็นกลาง นำเสนออย่างตรงไปตรงมา ที่สำคัญต้องดูกฎหมายให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นจะได้รับโทษ
สำนักโพลมีช่วงเวลาในการสำรวจพร้อมทั้งเผยแพร่ได้ แต่ห้ามนำเสนอและสำรวจเสียงประชาชนในช่วงก่อนถึงวันออกเสียงประชามติ 3 วัน จนถึงเวลา 16.00 น. ของวันออกเสียงประชามติ แต่หลังจากนั้นสามารถนำเสนอได้ แม้ว่าโทษจากการกระทำการฝ่าฝืนจะไม่รุนแรงแต่ก็ควรกระทำด้วยจิตสำนึกที่เป็นคุณ เพื่อความไม่ประมาท กกต.จะส่งหนังสือชี้แจงและทำความเข้าใจไปยังสำนักโพลต่างๆ
ความชัดเจนและบรรทัดฐานของกกต. เรื่องขนคนไปลงประชามติ
กฎหมายไม่ได้ห้ามชัดเจน แต่จะขนคนต้องดูที่เจตนา ต้องดูว่าเป็นการให้ เสนอให้ หรือแม้แต่เป็นการจัดเตรียมเพื่อจะให้หรือไม่ หากมีการจัดรถก็ถือเป็นผลประโยชน์อื่นอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพราะเมื่อจัดรถก็ต้องมีค่าใช้จ่ายมีทั้งค่าน้ำมัน ตรงนี้ต้องดูที่เจตนาเป็นกรณีพิเศษว่ารถที่มารับนั้น มารับเพื่ออำนวยความสะดวกต่อประชา ชนจริง ไม่ได้ว่าจ้างมาเพื่อรับคน
หากมารับและไม่มีการจ้างวานก็ทำได้ เพราะนำรถมาแล้วชักชวนกันไปเพื่อออกเสียงประชามติคงไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้มีการจูงใจหรือชักจูง บังคับให้ไปออกเสียงรับหรือไม่รับ แต่ถ้าขับรถมาแล้วพูดชักจูงให้ไปออกเสียงอย่างนั้นอย่างนี้ ตรงนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายแน่ๆ
เพื่อความไม่ประมาทจะกำชับกกต.แต่ละจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อป้องปราม หาข่าว รวมถึงรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อนำมาประกอบการพิจารณากรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามายังกกต. เพราะเชื่อว่าในวันนั้นต้องมีการนำยานพาหนะมาขนคนไปออกเสียง
เพื่อความชัดเจนต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปหาข้อมูล เพราะเชื่อว่าต้องมีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากแน่นอน อีกทั้งเรื่องนี้ยังไม่มีบรรทัดฐานเหมือนการเลือกตั้งทั่วไป เพราะการลงประชามติถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย แต่เชื่อว่าเมื่อมีการร้องเรียนก็สามารถพิจารณาได้แน่นอน
ขอฝากไปยังผู้ที่จะร้องเรียนด้วย ขอให้รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่มีความชัดเจนเพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณา เพราะเราก็ต้องเอาข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมได้มาพิจารณาประกอบ
เรื่องที่สำคัญไม่น้อยกว่าการขนคนคือเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะเชื่อว่าการแจกเงินเป็นเรื่องที่เลิกไม่ได้กับสังคมไทย เพราะแม้แต่ประเทศที่เจริญก็ยังมีเรื่องซื้อเสียง แจกเงิน ก็ต้องคอยให้ความรู้เพื่อให้การซื้อเสียงมีให้น้อยที่สุด จะรณรงค์ในเรื่องนี้เพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประชาชนที่จะได้มีส่วนในการพิจารณาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีหรือไม่ดี จะรับหรือไม่รับ
จะส่งเอกสารไปยังหน่วยงานของรัฐเพื่อป้องกันเหตุหรือไม่
คงไม่ต้องส่งหนังสือหรือเอกสารเพื่อขอความร่วมมือ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเองต้องวางตัวเป็นกลางอยู่แล้ว แต่จะให้ดีไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ไม่ควรทำหรือจัดรถมารับเลย เพราะหากฝ่ายรัฐเป็นผู้ทำ ฝ่ายตรงข้ามก็พร้อมจะโจมตี มีปัญหาตามมาแน่
แต่ถ้าสุดวิสัยจริงๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุหรือคนพิการก็ทำได้เพราะจะไม่มีข้อครหา แม้แต่กกต.เองก็ถูกกำชับให้ดูแลบุคคลเหล่านี้ แต่ก็ขอเตือนให้เตรียมข้อมูลมาชี้แจงเพราะว่าถึงวันนั้นจริงต้องถูกร้องเรียนแน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคือพวกนักการเมืองเพราะจะถูกจับตามองอย่างมาก อย่าไปยุ่งกับประชาชน ปล่อยให้เขาเดินทางไปลงคะแนนด้วยสิทธิของตนเองจะดีกว่า เพราะหากผิดพลาดเมื่อถึงวันเลือกตั้งส.ส.อาจไม่ได้ลงสมัครก็ได้ ช่วยปล่อยวางกันสักครั้ง ไม่ต้องดูแลประชาชน ปล่อยให้เขาเป็นอิสระสักวันคงไม่เป็นไร ตรงนี้รวมถึงแนวร่วมประชาชนขับไล่เผด็จการ (นปก.) และองค์กรเอกชนเองก็ควรละเว้น เพราะต่างฝ่ายต่างจับจ้องเพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกัน
ส่วนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านคงไม่เป็นปัญหา แม้ภาพอาจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ที่ผ่านมากำนัน-ผู้ใหญ่บ้านก็วางตัวเป็นกลาง เผยแพร่ในขั้นตอนการลงประชามติเป็นอย่างดี ส่วนความรู้ในเรื่องรัฐธรรมนูญเชื่อว่าประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างดี
การลงประชามติกับการเลือกตั้งต่างกันอย่างไร
การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติมีความแตกต่างกัน เพราะร่างพ.ร.บ.ประชามติมีโทษไม่กี่มาตรา เมื่อทำผิดก็ไม่กระทบต่อประชาชน แต่จะไปกระทบต่อบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเพราะจะมีโทษถึงเพิกถอนสิทธิ ส่วนพ.ร.บ. เลือกตั้งจะมีโทษที่รุนแรงกว่า และมีความชัดเจนในเรื่องข้อห้ามรวมทั้งในเรื่องสิทธิประชาชน เพราะหากประชาชนไม่ไปออกเสียงประชามติก็ไม่เสียสิทธิ แต่หากเป็นการเลือกตั้งประชาชนจะเสียสิทธิทางการเมือง
กกต.พร้อมสำหรับการจัดการออกเสียงประชามติขนาดไหน
ตอนนี้ กกต.มีความพร้อมทุกอย่าง เพราะหลังจากที่มีการประชาสัมพันธ์และมีร่างพ.ร.บ.ประชามติแล้ว ตอนนี้ถือว่ามีความพร้อมทุกอย่าง และเห็นว่าประชาชนมีความพร้อม แม้ผลโพลจะออกมาว่าประชาชนไม่ทราบถึงขั้นตอน และรู้เรื่องการลงประชามติน้อยมาก ผมก็ไม่ค่อยเชื่อผลโพล เพราะการสำรวจไม่ได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และโพลแต่ละโพลก็ไม่แน่นอน ไม่ได้สำรวจอะไรที่มากมาย
ก่อนหน้าที่โพลจะออกมา เชื่อว่าประชาชนไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ทราบและเข้าใจถึงการลงประชามติ แต่ในทางกลับกันก็ถือเป็นเรื่องดี ทั้งในส่วนของกกต.ที่ต้องเร่งรณรงค์และในส่วนประชาชนทำให้เกิดการกระตุ้นความสนใจ
ถึงวันนี้ประชาชนทราบเรื่องการลงประชามติมากกว่าเดิม และเชื่อว่าวันออกเสียงประชามติจะมีคนมาออกเสียงมากกว่าการเลือกตั้งส.ส.ทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะจะเห็นว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พยายามรณรงค์ ไม่เฉพาะกกต. แต่ก็ยังมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) รัฐบาล นักการเมือง พระ นปก. ทุกฝ่ายก็ช่วยกันรณรงค์
จะปรามฝ่ายที่รณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญและให้คว่ำร่างหรือไม่
เราคงไม่ไปห้ามปราม ไม่ใช่หน้าที่ ถือเป็นสิทธิที่จะนำเสนอในสิ่งที่ดีและไม่ดีของร่างรัฐธรรมนูญ เพราะถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ประชาชนเข้าใจในรายละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญ การรณรงค์ไม่ถือเป็นความผิด แต่เป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย แต่อย่าขัดขวาง กีดกันหรือก่อความวุ่นวายไม่ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ส่วนเรื่องดีเบตก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เท่าที่ทราบก็มีหลายเวทีที่น่าสนใจ
ขณะนี้รัฐธรรมนูญลงไปสู่ประชาชนทุกครัวเรือนแล้ว และยังมีการชี้แจงผ่านสื่อต่างๆ ว่ารัฐธรรมนูญนี้มีเรื่องใดบ้าง มีการอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจได้ง่าย เมื่อประชา ชนทราบก็จะพิจารณาเองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ชอบหรือไม่ชอบ ดีหรือไม่ดี และสุดท้ายประชาชนก็จะมาแสดงออกโดยการลงเสียงว่ารับหรือไม่รับ
เวทีออกเสียงประชามตินี้เหมือนเป็นเวทีแรกของกกต. เหมือนกับการสอบไล่เทอมแรก ส่วนเวทีที่สองนั้นจะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญ เพราะเป็นการสอบไล่เทอมสองต้องมีการเลื่อนชั้น ดังนั้นเราต้องทำตอนนี้ให้ดีและนำมาปรับปรุง
เพราะเชื่อว่าครั้งหน้าจะเป็นการเลือกตั้งที่เข้มข้น เพราะจะเป็นการแข่งขันระหว่างนักการเมืองและพรรคการเมือง
หน้า 6
ข้อมูลจาก ข่าวสด
