กมธ.งบประมาณปี 51 แขวนงบ อปท.1,000 ล้านบาท เป็นรางวัลให้หมู่บ้าน ห่วงการใช้เงิน ผ่านฉลุย งบ สธ.ถูกปรับลดแค่ 746,000 บาท ติงผู้ป่วยเอดส์ - วัณโรคอายุน้อยลง เร่งติดตาม จี้เพิ่มความรู้หมอ - เจ้าหน้าที่ หลังพบมีคดีมาก(27 ก.ค.) นายสมชาย สกุลสุรรัตน์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2551 แถลงผลการประชุมว่า ได้มีการปรับลดถึงวันที่ 27 กรกฎาคม ทั้งสิ้น 1,934,584,000 บาท และมีการแขวนงบของบางหน่วยงานไว้ ล่าสุด มีการแขวนงบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยงบนี้ระบุว่า จะนำไปเป็นรางวัลให้กับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นระดับหมู่บ้าน คณะกรรมาธิการฯ จึงต้องการเห็นรายละเอียดของโครงการ และมีความเป็นห่วงการใช้จ่ายเงิน
นายสมชาย กล่าวว่าสำหรับภาพรวมการพิจารณาล่าสุดมีการพิจารณางบของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 51,3847,891,500 ล้านบาท ปรับลดจำนวน 746,000 บาท และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น ผลจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้โรงพยาบาลของรัฐต้องแบกรับภาระหนี้สิน จึงให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงถึงแนวทางที่เกิดจากโครงการดังกล่าว พบว่ากระทรวงไม่สามารถที่จะทราบล่วงหน้าได้ว่าแต่ละปีจะมีผู้ใช้สิทธิเท่าไร จึงต้องเบิกจากงบกลางไปใช้
นายสมชาย กล่าวอีกว่านอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการขาดแคลนเตียงผู้ป่วย เพราะไม่มีเงินซื้อเพิ่มเติม มีเพียงงบซ่อมแซม และที่ผ่านมายังไม่ได้รับเงินเพื่อจัดซื้อเตียงประกอบโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยโรคเอดส์และวัณโรคเพิ่มมากขึ้น และกลุ่มผู้ป่วยมีอายุน้อยลง ทำให้องค์การอนามัยโลกขอให้กระทรวงติดตามและหาแนวทางการแก้ไข และกรรมาธิการได้เสนอแนะให้กระทรวงส่งเสริมและผลักดันให้มีโครงการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายให้กับแพทย์และเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายของกระทรวง เพราะมีคดีเกิดขึ้นกับแพทย์จำนวนมาก
นายสมชาย กล่าวต่อว่าสำหรับปัญหาขาดแคลนแพทย์ในภาคใต้นั้น มีการตั้งข้อสังเกตว่า จิตแพทย์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีจำนวนน้อย จึงขอให้จัดจิตแพทย์ลงไปปฏิบัติหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง การละเลยการให้ความรู้แต่มุ่งเน้นไปที่การออกกฎหมายบังคับ บุคลากรของกระทรวงลดน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบภารกิจ ปัญหาของการเกิดหน่วยงานใหม่และซ้ำซ้อนทั้งนโยบายและการวิจัย
ในส่วนของปัญหาเรื่องอาคารที่ทำการสถานีอนามัยและอุปกรณ์นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ขอให้กระทรวงดูแลให้มีความเพียงพอ และไม่ให้ชำรุดทรุดโทรม สร้างมาตรฐานระหว่างโรงพยาบาลขนาดใหญ่กับกลางและเล็กให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน เพื่อลดภาระโรงพยาบาลใหญ่ และให้กำหนดมาตรฐานราคาค่ารักษาพยาบาลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับมาตรฐานการรักษาของโรงพยาบาลในประเทศ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแก่ประเทศที่เป็นเป้าหมายของการเข้ามารับการรักษา เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศและผลักดันให้ไทยมีความเป็นสากล นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับงบฯ ของกระทรวงแรงาน จำนวน 25,800,016,000 ล้านบาท ขณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องรายได้ของสำนักงานประกันสังคมที่มีเป็นจำนวนมากกว่า 400,000 ล้านบาท มีรายจ่ายน้อยกว่ารายรับ แต่มีการตั้งงบฯ ค่าใช้จ่ายบุคลากรทุกปี จึงเสนอให้สำนักงานฯ หาแนวทางหรือวิธีการจัดสรรเงินที่มีอยู่ มาบริหารจัดการหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องของบเพื่อนำไปสมทบอีกปีละ 21,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นว่า ควรพิจารณาชะลอการชำระหนี้ที่รัฐบาลค้างชำระให้แก่สำนักงานประกันสังคมไปก่อน เพราะมีเงินอยู่เป็นจำนวนมากไม่จำเป็นต้องเร่งรัดรัฐบาล
เงินร้อยละ 85 สำนักงานฯ นำไปลงทุนในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและฝากธนาคารซึ่งมีรายได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับเงินจำนวนมาก น่าจะมีวิธีการจัดการในระดับโลก เหมือนกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ ไม่ใช่แค่ท้องถิ่นอย่างที่เป็นอยู่ นายสมชาย กล่าว และว่า สำนักงานประกันสังคมควรมีผู้บริหารจัดการการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรประสานกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่มีการจัดการคล้ายคลึงกันเพื่อนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติ
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตนจำนวน 20,000 ยูนิตที่มีการประกาศในรัฐบาลที่แล้ว ปรากฏว่า มีผู้ประกันตนทำเรื่องขอกู้ไป 2,000 ราย แต่ธนาคารปล่อยให้กู้เพียง 1 รายทำให้ปัจจุบันโครงการดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนเรื่องการซื้ออาคารของวัฏจักรนั้นทราบว่าได้ล้มเลิกโครงการไปแล้ว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
