สุริยะใส จี้แกนนำ นปก.เคลียร์พวกฮาร์ดคอร์ ปะทะเจ้าหน้าที่ ถามถ้ายึดมั่นสันติวิธีจริง การ์ดส่วนหน้าต้องมีวุฒิภาวะกว่านี้ ตั้งข้อสังเกตทำไมเลือกชุมนุมบ้านสี่เสาร์ครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมแนะเจ้าหน้าที่อย่าเป็นเงื่อนไขของความรุนแรง เชื่อสังคมแยกแยะออกใครใช้ความรุนแรง(23กค.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมในนาม นปก. เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น หากทั้ง 2 ฝ่ายยึดแนวทางเจรจา หรือไกล่เกลี่ยกัน ฝ่ายเจ้าหน้าที่หากมุ่งหมายจะจับตัวแกนนำ ก็ควรประกาศออกมาให้ชัดเจน ว่ามีความผิดอะไร จำเป็นต้องจับเพราะอะไร การตั้งแถวใช้กำลังเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปแบบนั้น สุ่มเสี่ยงเกินไป แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ก็ตาม แต่ก็หลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้
ส่วนฝ่ายผู้ชุมนุม นปก.เมื่อคืนเห็นชัดเจนถึงการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ และพยายามทำลายทรัพย์สินทางราชการ หากกลุ่มคนดังกล่าวเป็นมือที่ 3 จริง กลุ่มแกนนำก็น่าจะเคลียร์ออกตั้งแต่ต้น เพราะการปะทะกับเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นตั้ง 4 ครั้ง แต่ยังปล่อยให้คนกลุ่มเดิม ซึ่งเป็นพวกฮาร์ดคอร์ อยู่แถวหน้าจนเกิดปะทะตลอดเวลา ซึ่งผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ อาจไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง แต่ก็ยากที่จะห้ามปรามกันได้ จนทำให้การชุมนุมสูญเสียความชอบธรรมได้
นายสุริยะใสกล่าวว่า ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมยึดมั่นแนวทางสันติวิธีจริงๆ การ์ดหรือผู้ดูแลความปลอดภัยส่วนหน้าจะต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ จากเหตุการณ์เมื่อคืน พบว่าแกนนำบนรถไม่สามารถควบคุมมวลชนได้ แม้จะมีการห้ามปรามกันเองของแกนนำ และผู้ร่วมชุมนุมอยู่บ้าง กระทั่งเคยพูดว่า หากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาจะนั่งลงให้จับ แต่สถานการณ์จริงกลับเป็นคนละอย่าง จนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เลยกลายเป็นจราจลย่อยๆ ถ้าปล่อยให้ฮาร์ดคอร์อยู่เหนือการควบคุมแบบนี้ แกนนำก็ต้องพร้อมรับผิดชอบหากเกิดความรุนแรงขึ้นอีก
เลขาธิการ ครป. กล่าวอีกว่า หาก นปก.จะเคลื่อนขบวนรอบใหม่ ต้องรัดกุมและจัดระบบให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เริ่มต้นที่แกนนำ แต่จบลงที่กลุ่มฮาร์ดคอร์ โดยเฉพาะการเคลื่อนขบวนไปบ้านสี่เสาของประธานองคมนตรีนั้น ถือเป็นจุดที่ล่อแหลม และสุ่มเสี่ยงมากที่สุด ซึ่งก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไม นปก.ถึงเลือกที่จะมาชุมนุมบริเวณนี้เป็นพิเศษ เพราะถ้าย้อนไปดูในช่วงการชุมนุมของพันธมิตรฯ บ้านจันทร์ส่องหล้า หรือบ้านพัก พตท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจุดที่เราพยายามหลีกเลี่ยงที่สุด แม้จะมีมวลชนอยากให้ไปชุมนุมก็ตามที
คงต้องฝากผู้ชุมนุม หากมีการเคลื่อนขบวนอีกครั้ง ควรจะยึดมั่นแนวทางสันติวิธีอย่างจริงจังมากกว่านี้ เพราะสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีใครห้ามอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นแบบเมื่อคืน ไม่รู้เหมือนกันว่าครั้งต่อไปเหตุการณ์จะรุนแรงมากกว่านี้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องระมัดระวัง ไม่ควรเป็นเงื่อนไขของความรุนแรงเสียเอง เพราะสังคมจับตาดูทุกฝ่าย และแยกแยะออกว่าใครใช้ความรุนแรง นายสุริยะใสกล่าวเตือน--
สุริยะใส จี้แกนนำ นปก.เคลียร์พวกฮาร์ดคอร์ ปะทะเจ้าหน้าที่ ถามถ้ายึดมั่นสันติวิธีจริง การ์ดส่วนหน้าต้องมีวุฒิภาวะกว่านี้ ตั้งข้อสังเกตทำไมเลือกชุมนุมบ้านสี่เสาร์ครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมแนะเจ้าหน้าที่อย่าเป็นเงื่อนไขของความรุนแรง เชื่อสังคมแยกแยะออกใครใช้ความรุนแรง
(23กค.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมในนาม นปก. เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น หากทั้ง 2 ฝ่ายยึดแนวทางเจรจา หรือไกล่เกลี่ยกัน ฝ่ายเจ้าหน้าที่หากมุ่งหมายจะจับตัวแกนนำ ก็ควรประกาศออกมาให้ชัดเจน ว่ามีความผิดอะไร จำเป็นต้องจับเพราะอะไร การตั้งแถวใช้กำลังเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปแบบนั้น สุ่มเสี่ยงเกินไป แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ก็ตาม แต่ก็หลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้
ส่วนฝ่ายผู้ชุมนุม นปก.เมื่อคืนเห็นชัดเจนถึงการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ และพยายามทำลายทรัพย์สินทางราชการ หากกลุ่มคนดังกล่าวเป็นมือที่ 3 จริง กลุ่มแกนนำก็น่าจะเคลียร์ออกตั้งแต่ต้น เพราะการปะทะกับเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นตั้ง 4 ครั้ง แต่ยังปล่อยให้คนกลุ่มเดิม ซึ่งเป็นพวกฮาร์ดคอร์ อยู่แถวหน้าจนเกิดปะทะตลอดเวลา ซึ่งผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ อาจไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง แต่ก็ยากที่จะห้ามปรามกันได้ จนทำให้การชุมนุมสูญเสียความชอบธรรมได้
นายสุริยะใสกล่าวว่า ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมยึดมั่นแนวทางสันติวิธีจริงๆ การ์ดหรือผู้ดูแลความปลอดภัยส่วนหน้าจะต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ จากเหตุการณ์เมื่อคืน พบว่าแกนนำบนรถไม่สามารถควบคุมมวลชนได้ แม้จะมีการห้ามปรามกันเองของแกนนำ และผู้ร่วมชุมนุมอยู่บ้าง กระทั่งเคยพูดว่า หากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาจะนั่งลงให้จับ แต่สถานการณ์จริงกลับเป็นคนละอย่าง จนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เลยกลายเป็นจราจลย่อยๆ ถ้าปล่อยให้ฮาร์ดคอร์อยู่เหนือการควบคุมแบบนี้ แกนนำก็ต้องพร้อมรับผิดชอบหากเกิดความรุนแรงขึ้นอีก
เลขาธิการ ครป. กล่าวอีกว่า หาก นปก.จะเคลื่อนขบวนรอบใหม่ ต้องรัดกุมและจัดระบบให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เริ่มต้นที่แกนนำ แต่จบลงที่กลุ่มฮาร์ดคอร์ โดยเฉพาะการเคลื่อนขบวนไปบ้านสี่เสาของประธานองคมนตรีนั้น ถือเป็นจุดที่ล่อแหลม และสุ่มเสี่ยงมากที่สุด ซึ่งก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไม นปก.ถึงเลือกที่จะมาชุมนุมบริเวณนี้เป็นพิเศษ เพราะถ้าย้อนไปดูในช่วงการชุมนุมของพันธมิตรฯ บ้านจันทร์ส่องหล้า หรือบ้านพัก พตท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจุดที่เราพยายามหลีกเลี่ยงที่สุด แม้จะมีมวลชนอยากให้ไปชุมนุมก็ตามที
คงต้องฝากผู้ชุมนุม หากมีการเคลื่อนขบวนอีกครั้ง ควรจะยึดมั่นแนวทางสันติวิธีอย่างจริงจังมากกว่านี้ เพราะสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีใครห้ามอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นแบบเมื่อคืน ไม่รู้เหมือนกันว่าครั้งต่อไปเหตุการณ์จะรุนแรงมากกว่านี้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องระมัดระวัง ไม่ควรเป็นเงื่อนไขของความรุนแรงเสียเอง เพราะสังคมจับตาดูทุกฝ่าย และแยกแยะออกว่าใครใช้ความรุนแรง นายสุริยะใสกล่าวเตือน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
