อภิรักษ์ ดึงมือกฎหมายปชป.ที่เคยดูแลเรื่องยุบพรรค มาช่วยแจงคดีรถดับเพลิงฉาว พร้อมยื่นข้อมูลชี้แจงความถุกต้องต่ออนุคตส.อีกครั้ง ทีมกม.ยันหล่อเหล็กทำถูกต้องสัญญามีผลมาตั้งแต่ต้น(17กค.) เวลา 11.30 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงกรณีโครงการจัดซื้อรถดับเพลิง และเรือดับเพลิง ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) มูลค่า 6,687 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้การตรวจสอบกรณีดังกล่าวมีความคืบหน้ามาก และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ชุดใหญ่ได้มอบหมายให้กลับไปพิจารณาเพิ่มเติม
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวอีกว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่มีอยู่ในขณะนี้ ตนได้มอบหมายให้นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง กรรมการบริหารสำนักงานกฎหมายคนึงฤาชา แอนด์ พาร์ทเนอร์ และทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งดูเรื่องคดียุบพรรค มาเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง เพื่อชี้แจงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งตรวจสอบข่าวที่ออกไปถ้าจำเป็นต้องชี้แจงก็จะต้องชี้แจงให้ถูกต้อง ขณะเดียวกันหากมีการพาดพิงทำให้มีความเสียหายก็จะพิจารณาฟ้องร้องเป็นกรณีไป
ในวันนี้ผมจะทำหนังสือยื่นให้คตส.อีกครั้ง โดยเป็นการประมวลข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งไปให้ แต่มีการเรียบเรียงเนื้อหาให้เข้าใจง่ายขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนนอกเหนือจากที่ผมเคยยื่นเอกสารหลักฐานและให้ปากคำด้วยตัวเองมาแล้วด้วย อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวเคารพในกระบวนการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการไต่สวน หากแม้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมก็พร้อมที่จะชี้แจงต่อศาล นายอภิรักษ์ กล่าว
นายอภิรักษ์ กล่าวถึงร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 มีการตั้งงบประมาณสำหรับรถดับเพลิง จำนวน 650 ล้านบาทนั้นว่า ถือเป็นกระบวนการทางด้านเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่ง สปภ.ต้องมีหน้าที่ขอจัดสรรเข้ามาอยู่แล้ว ส่วนสภา กทม.หากมีข้อสงสัยก็สามารถตรวจสอบหรือซักถามได้ในที่ประชุม
ด้านนายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของตนจะเข้ามาเพื่อดูแลความเข้าใจของสื่อมวลชนและประชาชนเป็นหลัก ว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อไปฟ้องร้องหรือเอาผิดในการพาดพิงแต่อย่างใด ทั้งนี้ยืนยันว่าในเรื่องการต่อสู้คดีจะไม่มีการก้าวล่วงการพิจารณาของ คตส. แม้ขณะนี้จะมีกระแสการฟื้นฟูหรือตีกลับเรื่องที่นายอภิรักษ์จะถูกชี้มูลรถดับเพลิงก็ตาม แต่ตนเข้าใจว่าปมของเรื่องเกิดจากการเปิด L/C ซึ่งอันที่จริงตนมีข้อยืนยันว่าสัญญาเกิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว และผูกพันมาก่อนการเซ็นลงนามเปิด L/C การที่นายอภิรักษ์เซ็นไปนั้นก็เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาเท่านั้น แต่หากกรรมการ คตส.จะมีการแจ้งข้อกล่าวหานายอภิรักษ์เพิ่มเติมหรือไม่ก็ถือสุดแท้แต่ดุลพินิจของ คตส. เราก็คงต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล
ขณะนี้เวลาดูสัญญาคนก็จะพิจารณาแค่ข้อ 9 และ 9.1 เท่านั้น แต่ต้องดูทั้งฉบับและทั้งชุด ทั้งสัญญา AOU และสัญญาซื้อขายของ กทม. กับบริษัทสไตเออร์ฯ ซึ่งเราเห็นว่าถ้าไม่เปิดจะผิดสัญญา เนื่องจากสัญญาเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว และเรื่องนี้ผมมีประสบการณ์มากว่า 20 ปี มั่นใจว่าคดีความลักษณะนี้การเปิด L/C ไม่ได้มีผลทำให้สัญญาสมบูรณ์แต่อย่างใด นายทวีศักดิ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากวันนั้นผู้ว่าฯกทม.ไม่เซ็นเปิด L/C จะได้หรือไม่ เพราะมีข้อกล่าวหาจัดซื้อแพงเกินจริงอย่างชัดเจนอยู่แล้ว นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการจัดซื้อแพงเกินจริงเป็นเหตุผลที่ ณ วันนั้นไม่มีใครยืนยันได้ ส่วนเรื่องที่ผลตรวจสอบของดีเอสไอระบุว่านายอภิรักษ์ ไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นคนทำงานคนไหนที่ทำงานละเอียดทุกขั้นตอนอย่างที่เคยทำมาแล้ว --
อภิรักษ์ ดึงมือกฎหมายปชป.ที่เคยดูแลเรื่องยุบพรรค มาช่วยแจงคดีรถดับเพลิงฉาว พร้อมยื่นข้อมูลชี้แจงความถุกต้องต่ออนุคตส.อีกครั้ง ทีมกม.ยันหล่อเหล็กทำถูกต้องสัญญามีผลมาตั้งแต่ต้น
(17กค.) เวลา 11.30 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงกรณีโครงการจัดซื้อรถดับเพลิง และเรือดับเพลิง ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) มูลค่า 6,687 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้การตรวจสอบกรณีดังกล่าวมีความคืบหน้ามาก และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ชุดใหญ่ได้มอบหมายให้กลับไปพิจารณาเพิ่มเติม
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวอีกว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่มีอยู่ในขณะนี้ ตนได้มอบหมายให้นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง กรรมการบริหารสำนักงานกฎหมายคนึงฤาชา แอนด์ พาร์ทเนอร์ และทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งดูเรื่องคดียุบพรรค มาเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง เพื่อชี้แจงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งตรวจสอบข่าวที่ออกไปถ้าจำเป็นต้องชี้แจงก็จะต้องชี้แจงให้ถูกต้อง ขณะเดียวกันหากมีการพาดพิงทำให้มีความเสียหายก็จะพิจารณาฟ้องร้องเป็นกรณีไป
ในวันนี้ผมจะทำหนังสือยื่นให้คตส.อีกครั้ง โดยเป็นการประมวลข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งไปให้ แต่มีการเรียบเรียงเนื้อหาให้เข้าใจง่ายขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนนอกเหนือจากที่ผมเคยยื่นเอกสารหลักฐานและให้ปากคำด้วยตัวเองมาแล้วด้วย อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวเคารพในกระบวนการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการไต่สวน หากแม้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมก็พร้อมที่จะชี้แจงต่อศาล นายอภิรักษ์ กล่าว
นายอภิรักษ์ กล่าวถึงร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 มีการตั้งงบประมาณสำหรับรถดับเพลิง จำนวน 650 ล้านบาทนั้นว่า ถือเป็นกระบวนการทางด้านเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่ง สปภ.ต้องมีหน้าที่ขอจัดสรรเข้ามาอยู่แล้ว ส่วนสภา กทม.หากมีข้อสงสัยก็สามารถตรวจสอบหรือซักถามได้ในที่ประชุม
ด้านนายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของตนจะเข้ามาเพื่อดูแลความเข้าใจของสื่อมวลชนและประชาชนเป็นหลัก ว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อไปฟ้องร้องหรือเอาผิดในการพาดพิงแต่อย่างใด ทั้งนี้ยืนยันว่าในเรื่องการต่อสู้คดีจะไม่มีการก้าวล่วงการพิจารณาของ คตส. แม้ขณะนี้จะมีกระแสการฟื้นฟูหรือตีกลับเรื่องที่นายอภิรักษ์จะถูกชี้มูลรถดับเพลิงก็ตาม แต่ตนเข้าใจว่าปมของเรื่องเกิดจากการเปิด L/C ซึ่งอันที่จริงตนมีข้อยืนยันว่าสัญญาเกิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว และผูกพันมาก่อนการเซ็นลงนามเปิด L/C การที่นายอภิรักษ์เซ็นไปนั้นก็เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาเท่านั้น แต่หากกรรมการ คตส.จะมีการแจ้งข้อกล่าวหานายอภิรักษ์เพิ่มเติมหรือไม่ก็ถือสุดแท้แต่ดุลพินิจของ คตส. เราก็คงต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล
ขณะนี้เวลาดูสัญญาคนก็จะพิจารณาแค่ข้อ 9 และ 9.1 เท่านั้น แต่ต้องดูทั้งฉบับและทั้งชุด ทั้งสัญญา AOU และสัญญาซื้อขายของ กทม. กับบริษัทสไตเออร์ฯ ซึ่งเราเห็นว่าถ้าไม่เปิดจะผิดสัญญา เนื่องจากสัญญาเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว และเรื่องนี้ผมมีประสบการณ์มากว่า 20 ปี มั่นใจว่าคดีความลักษณะนี้การเปิด L/C ไม่ได้มีผลทำให้สัญญาสมบูรณ์แต่อย่างใด นายทวีศักดิ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากวันนั้นผู้ว่าฯกทม.ไม่เซ็นเปิด L/C จะได้หรือไม่ เพราะมีข้อกล่าวหาจัดซื้อแพงเกินจริงอย่างชัดเจนอยู่แล้ว นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการจัดซื้อแพงเกินจริงเป็นเหตุผลที่ ณ วันนั้นไม่มีใครยืนยันได้ ส่วนเรื่องที่ผลตรวจสอบของดีเอสไอระบุว่านายอภิรักษ์ ไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นคนทำงานคนไหนที่ทำงานละเอียดทุกขั้นตอนอย่างที่เคยทำมาแล้ว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
