ประธานกกต. ระบุ ไม่เพิ่มช่องไม่ลงคะแนนในบัตรประชามติ หวังน้อยขอคนมาใช้สิทธิแค่ 50%(17กค.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. กล่าวถึงกรณี นปก.ขอให้เพิ่มช่องไม่ออกเสียงไว้ในบัตรออกเสียงประชามติ ว่า คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะลักษณะของบัตรออกเสียงประชามติ ถูกกำหนดไว้ในประกาศหลักเกณฑ์ ส.ส.ร. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติแล้ว ซึ่งกกต.ก็ต้องจัดพิมพ์บัตรตามลักษณะที่กำหนดไว้ โดยขณะนี้ กกต.มีความพร้อมในการจัดออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เนื่องจากได้รับมอบหมายงานมาเป็นเดือน บัตรต่างๆ ก็พิมพ์ไว้แล้ว จึงเหลือเพียงการเร่งรณรงค์เผยแพร่ ที่วันนี้ (17 ก.ค.) ได้เชิญประชุมส่วนราชการต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานอื่นด้วยเพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ประชามติ และจะจัดประชุมอย่างนี้ในภาคอื่นๆ ด้วย
นายอภิชาต ยังยอมรับว่า เมื่อพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ยังไม่มีผลใช้บังคับทำให้กลุ่มต่างๆ มีการอาศัยช่องว่างระหว่างที่ไม่มีกฎหมาย ทำการในลักษณะที่อาจเข้าข่ายเป็นความผิด แต่ตนก็ไม่ได้หนักใจ เพราะยังไม่ใช่การกระทำที่รุนแรง อีกทั้งขณะนีร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงฯ ก็กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสนช. คิดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้คงจะออกมามีผลใช้บังคับได้
สำหรับกรณีที่อดีตส.ส.ไทยรักไทย นำตาลปัตรมีข้อความไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไปถวายพระที่จ.เชียงใหม่นั้น กกต.คงยังไม่สามารถไปวินิจฉัยอะไร เพราะต้องดูว่ากฎหมายที่จะออกมาว่า สุดท้ายแล้วจะกำหนดให้เป็นความผิดหรือไม่ และโดยหลักของกฎหมายแล้วเอาผิดย้อนหลังไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นช่องว่างเช่นกัน
ส่วนที่คมช.แสดงความเป็นห่วงกับผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนระบุว่า ร้อยละ 82 ไม่ทราบเกี่ยวกับออกเสียงประชามติร่างรธน.นั้น นายอภิชาตกล่าวว่า คิดว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์คงไม่แน่นอน เพราะเป็นการสำรวจกลุ่มเล็ก เชื่อว่าโดยทั่วไปประชาชนน่าจะทราบพอสมควรแล้ว แต่กกต.ก็จะเร่งรณรงค์ให้ประชาชนทราบ และเข้าใจโดยทั่วถึงกันให้มากขึ้น แต่จะมาใช้สิทธิเท่าใดคงไม่ถึงกับตั้งเป้า หวังไว้แค่ว่าเมื่อประชาชนสนใจการเมือง เห็นความสำคัญของการออกเสียงประชามติ ก็น่าจะออกมาใช้สิทธิ ถึงอย่างไรก็น่าจะเกินร้อยละ 50 ตนไม่อยากตั้งเป้ามาก เพราะเกรงไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้ จึงถือสายกลาง ถ้าผ่านเกิน 50 ก็ถือว่าเป็นเสียงข้างมาก แม้จะไม่มีการกำหนดไว้ว่าต้องกี่เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งประเทศ แต่ถ้าได้เกิน 50 % ก็น่าจะพอใจแล้ว จะถึง 70 หรือ 80% เป็นความหวังของกกต.
เมื่อถามว่า ถ้าร่างรธน.ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงที่น้อย แล้วจำนวนเสียงที่ไม่เห็นชอบเมื่อรวมกับผู้ไม่มาใช้สิทธิมีมากกว่า อาจทำให้ถูกมองว่าประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายอภิชาต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง จึงอยากให้ประชาชนที่เป็นผู้มีสิทธิออกเสียง 45 ล้านคน ได้ออกมาออกเสียงให้มาก คะแนนที่ออกมาจะได้ชัดเจนไปเลย โดยถ้ามาเกินครึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด คือประมาณ 23 ล้านก็น่าพอใจ และคิดว่าน่าจะเป็นได้ เพราะเวลานี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ก็ได้รับการชี้แจงไปเยอะแล้ว ครม.ก็มีมติให้ทุกหน่วยงานวางตัวเป็นกลาง และช่วยเหลือการออกเสียงครั้งนี้ให้เหมือนกับเป็นงานในราชการ ขณะที่ในภาคแรงงานก็มีถึงกว่า 9 ล้านคน ยังไม่รวมครอบครัวอีก ดังนั้นถ้าทำให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของการออกมาใช้สิทธิ การออกมาใช้สิทธิมากก็น่าจะเป็นไปได้--
ประธานกกต. ระบุ ไม่เพิ่มช่องไม่ลงคะแนนในบัตรประชามติ หวังน้อยขอคนมาใช้สิทธิแค่ 50%
(17กค.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. กล่าวถึงกรณี นปก.ขอให้เพิ่มช่องไม่ออกเสียงไว้ในบัตรออกเสียงประชามติ ว่า คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะลักษณะของบัตรออกเสียงประชามติ ถูกกำหนดไว้ในประกาศหลักเกณฑ์ ส.ส.ร. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติแล้ว ซึ่งกกต.ก็ต้องจัดพิมพ์บัตรตามลักษณะที่กำหนดไว้ โดยขณะนี้ กกต.มีความพร้อมในการจัดออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เนื่องจากได้รับมอบหมายงานมาเป็นเดือน บัตรต่างๆ ก็พิมพ์ไว้แล้ว จึงเหลือเพียงการเร่งรณรงค์เผยแพร่ ที่วันนี้ (17 ก.ค.) ได้เชิญประชุมส่วนราชการต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานอื่นด้วยเพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ประชามติ และจะจัดประชุมอย่างนี้ในภาคอื่นๆ ด้วย
นายอภิชาต ยังยอมรับว่า เมื่อพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ยังไม่มีผลใช้บังคับทำให้กลุ่มต่างๆ มีการอาศัยช่องว่างระหว่างที่ไม่มีกฎหมาย ทำการในลักษณะที่อาจเข้าข่ายเป็นความผิด แต่ตนก็ไม่ได้หนักใจ เพราะยังไม่ใช่การกระทำที่รุนแรง อีกทั้งขณะนีร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงฯ ก็กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสนช. คิดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้คงจะออกมามีผลใช้บังคับได้
สำหรับกรณีที่อดีตส.ส.ไทยรักไทย นำตาลปัตรมีข้อความไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไปถวายพระที่จ.เชียงใหม่นั้น กกต.คงยังไม่สามารถไปวินิจฉัยอะไร เพราะต้องดูว่ากฎหมายที่จะออกมาว่า สุดท้ายแล้วจะกำหนดให้เป็นความผิดหรือไม่ และโดยหลักของกฎหมายแล้วเอาผิดย้อนหลังไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นช่องว่างเช่นกัน
ส่วนที่คมช.แสดงความเป็นห่วงกับผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนระบุว่า ร้อยละ 82 ไม่ทราบเกี่ยวกับออกเสียงประชามติร่างรธน.นั้น นายอภิชาตกล่าวว่า คิดว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์คงไม่แน่นอน เพราะเป็นการสำรวจกลุ่มเล็ก เชื่อว่าโดยทั่วไปประชาชนน่าจะทราบพอสมควรแล้ว แต่กกต.ก็จะเร่งรณรงค์ให้ประชาชนทราบ และเข้าใจโดยทั่วถึงกันให้มากขึ้น แต่จะมาใช้สิทธิเท่าใดคงไม่ถึงกับตั้งเป้า หวังไว้แค่ว่าเมื่อประชาชนสนใจการเมือง เห็นความสำคัญของการออกเสียงประชามติ ก็น่าจะออกมาใช้สิทธิ ถึงอย่างไรก็น่าจะเกินร้อยละ 50 ตนไม่อยากตั้งเป้ามาก เพราะเกรงไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้ จึงถือสายกลาง ถ้าผ่านเกิน 50 ก็ถือว่าเป็นเสียงข้างมาก แม้จะไม่มีการกำหนดไว้ว่าต้องกี่เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งประเทศ แต่ถ้าได้เกิน 50 % ก็น่าจะพอใจแล้ว จะถึง 70 หรือ 80% เป็นความหวังของกกต.
เมื่อถามว่า ถ้าร่างรธน.ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงที่น้อย แล้วจำนวนเสียงที่ไม่เห็นชอบเมื่อรวมกับผู้ไม่มาใช้สิทธิมีมากกว่า อาจทำให้ถูกมองว่าประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายอภิชาต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง จึงอยากให้ประชาชนที่เป็นผู้มีสิทธิออกเสียง 45 ล้านคน ได้ออกมาออกเสียงให้มาก คะแนนที่ออกมาจะได้ชัดเจนไปเลย โดยถ้ามาเกินครึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด คือประมาณ 23 ล้านก็น่าพอใจ และคิดว่าน่าจะเป็นได้ เพราะเวลานี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ก็ได้รับการชี้แจงไปเยอะแล้ว ครม.ก็มีมติให้ทุกหน่วยงานวางตัวเป็นกลาง และช่วยเหลือการออกเสียงครั้งนี้ให้เหมือนกับเป็นงานในราชการ ขณะที่ในภาคแรงงานก็มีถึงกว่า 9 ล้านคน ยังไม่รวมครอบครัวอีก ดังนั้นถ้าทำให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของการออกมาใช้สิทธิ การออกมาใช้สิทธิมากก็น่าจะเป็นไปได้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
