รองนายกฯ อ้างสุรยุทธ์-สนธิต่อสายคุยทักษิณเป็นเรื่องเก่าแล้ว(17กค.) นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกฯและรมว.พัฒนาสังคมฯ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย เอฟเอ็ม 98 เมกะเฮริทซ์ ถึงกรณีที่ระบุในการบรรยายพิเศษเรื่องนโยบายการสร้างความสมานฉันท์ว่า พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯและพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช.เคยโทรศัพท์หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้ยุติความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้บ้านเมืองยุติความขัดแย้งว่า สิ่งที่ตนพูดไปนั้นคือต้องใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาบ้านเมืองหลายเรื่องคือต้องพูดจากันและรัฐบาลก็จะใช้วิธีนี้
นายไพบูลย์กล่าวว่า ในทางการเมืองนั้น มันต้องพูดจากันโดยอาจเริ่มจากวงเล็กไปถึงวงใหญ่ คนที่มีส่วนสำคัญที่สุดก็ต้องพูดจากัน สิ่งที่ตนพูดไปนั้นก็ทราบจากข่าวว่า นายกฯและประธานคมช.เคยระบุว่าเคยโทรศัพท์หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อถามว่า แสดงว่าสิ่งที่พูดไปนั้นเป็นข้อมูลเก่า นายไพบูลย์กล่าวว่า ใช่ เพราะทั้ง 2 คนเคยพูดว่าเคยพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นฝ่ายต่อสาย
เมื่อถามว่า ทราบมาว่ามีการส่งรัฐมนตรีคนหนึ่งไปหารือกับคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณในประเทศเพื่อนบ้าน นายไพบูลย์กล่าวว่า ความขัดแย้งต่างๆที่มีอยู่เรื่อยๆนั้น หลายคนก็แนะนำว่าควรที่จะเปิดเวทีพูดคุยกัน แต่เมื่อเกิดการยุบพรรคและอายัดทรัพย์แล้วก็ทราบว่ามีการยกเลิกการนัดพบ ส่วนใครจะไปพบและหารือนั้นไม่ควรพูดถึง การเมืองนั้นมันซับซ้อนและมีหลายระดับ หากคุยกันได้ก็ดีแล้วค่อยๆขยาย แม้แต่ตอนที่พ.ต.ท.ทักษิณในช่วงที่เป็นนายกฯและโดนเรียกร้องให้เว้นวรรค ก็มีการพยายามคุยกัน ตนก็เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามแบบห่างๆนั้นด้วย การแก้ไขความขัดแย้งนั้นไม่ควรตั้งธง แต่ต้องตั้งเป้าหมายร่วมกัน และการนัดพบที่โดนยกเลิกไปนั้นก็เป็นการเริ่มต้นระดับเล็กๆ
เมื่อถามว่า หากการนัดพบหารือนั้นผ่านไปได้ ตัวหลักๆก็จะต้องเริ่มพูดคุยกัน นายไพบูลย์กล่าวว่า ใช่ แต่มันอาจจะเป็นในระยะยาว
เมื่อถามว่า สังคมอาจมองว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นการฮั้วกันทางการเมือง นายไพบูลย์กล่าวว่า คงไม่ใช่แบบนั้น ตนเพียงยกตัวอย่างขึ้นมาเท่านั้น อย่าคิดมากไป เพราะการเจรจานั้นมันต้องพูดกันว่าแต่ละฝ่ายคิดกันอย่างไร แม้จังหวะมันอาจจะผิดไปบ้าง แต่มันก็ยังคุยกันได้ เพราะความแตกแยกนั้นทั้ง 2 ฝ่ายต้องคุยกัน ซึ่งมันจะเป็นการเริ่มต้น --
รองนายกฯ อ้างสุรยุทธ์-สนธิต่อสายคุยทักษิณเป็นเรื่องเก่าแล้ว
(17กค.) นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกฯและรมว.พัฒนาสังคมฯ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย เอฟเอ็ม 98 เมกะเฮริทซ์ ถึงกรณีที่ระบุในการบรรยายพิเศษเรื่องนโยบายการสร้างความสมานฉันท์ว่า พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯและพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช.เคยโทรศัพท์หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้ยุติความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้บ้านเมืองยุติความขัดแย้งว่า สิ่งที่ตนพูดไปนั้นคือต้องใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาบ้านเมืองหลายเรื่องคือต้องพูดจากันและรัฐบาลก็จะใช้วิธีนี้
นายไพบูลย์กล่าวว่า ในทางการเมืองนั้น มันต้องพูดจากันโดยอาจเริ่มจากวงเล็กไปถึงวงใหญ่ คนที่มีส่วนสำคัญที่สุดก็ต้องพูดจากัน สิ่งที่ตนพูดไปนั้นก็ทราบจากข่าวว่า นายกฯและประธานคมช.เคยระบุว่าเคยโทรศัพท์หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อถามว่า แสดงว่าสิ่งที่พูดไปนั้นเป็นข้อมูลเก่า นายไพบูลย์กล่าวว่า ใช่ เพราะทั้ง 2 คนเคยพูดว่าเคยพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นฝ่ายต่อสาย
เมื่อถามว่า ทราบมาว่ามีการส่งรัฐมนตรีคนหนึ่งไปหารือกับคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณในประเทศเพื่อนบ้าน นายไพบูลย์กล่าวว่า ความขัดแย้งต่างๆที่มีอยู่เรื่อยๆนั้น หลายคนก็แนะนำว่าควรที่จะเปิดเวทีพูดคุยกัน แต่เมื่อเกิดการยุบพรรคและอายัดทรัพย์แล้วก็ทราบว่ามีการยกเลิกการนัดพบ ส่วนใครจะไปพบและหารือนั้นไม่ควรพูดถึง การเมืองนั้นมันซับซ้อนและมีหลายระดับ หากคุยกันได้ก็ดีแล้วค่อยๆขยาย แม้แต่ตอนที่พ.ต.ท.ทักษิณในช่วงที่เป็นนายกฯและโดนเรียกร้องให้เว้นวรรค ก็มีการพยายามคุยกัน ตนก็เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามแบบห่างๆนั้นด้วย การแก้ไขความขัดแย้งนั้นไม่ควรตั้งธง แต่ต้องตั้งเป้าหมายร่วมกัน และการนัดพบที่โดนยกเลิกไปนั้นก็เป็นการเริ่มต้นระดับเล็กๆ
เมื่อถามว่า หากการนัดพบหารือนั้นผ่านไปได้ ตัวหลักๆก็จะต้องเริ่มพูดคุยกัน นายไพบูลย์กล่าวว่า ใช่ แต่มันอาจจะเป็นในระยะยาว
เมื่อถามว่า สังคมอาจมองว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นการฮั้วกันทางการเมือง นายไพบูลย์กล่าวว่า คงไม่ใช่แบบนั้น ตนเพียงยกตัวอย่างขึ้นมาเท่านั้น อย่าคิดมากไป เพราะการเจรจานั้นมันต้องพูดกันว่าแต่ละฝ่ายคิดกันอย่างไร แม้จังหวะมันอาจจะผิดไปบ้าง แต่มันก็ยังคุยกันได้ เพราะความแตกแยกนั้นทั้ง 2 ฝ่ายต้องคุยกัน ซึ่งมันจะเป็นการเริ่มต้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
