ประสงค์ เตือน นายก-ประธานคมช. ดอดเจรจา แม้ว ประชาชนจับตาดูอยู่ ชี้ขณะนี้เลยเวลาสมานฉันท์แล้ว เพราะคดีต่าง ๆกำลังวิ่งสู่ศาล เชื่อรธน.ผ่านประชามติแน่นอน(17กค.)น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่าการเปลี่ยนชื่อร่างพ.ร.บ.ทำให้ชื่อมีความอ่อนหวานมากขึ้น ดูไม่น่ากลัวส่วนกรณีที่มีผู้ออกไปเคลื่อนไหวเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นสิทธิ์ขอเพียงไม่เป็นการข่มขู่ หรือให้อามิสสินจ้าง เพราะจะเป็นการผิดกฎหมายสำหรับผู้ที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยควรให้เหตุผลประกอบด้วยว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไรทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปพิจารณาประกอบได้ ทั้งนี้สำหรับการลงพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้มั่นใจว่าประชาชนมีความเข้าใจรัฐธรรมนูญมากขึ้นและเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการทำประชามติของประชาชน
ส่วนกรณีที่พบว่ามีประชาชนกว่าร้อยละ 90 ยังไม่ทราบกำหนดวันลงปะชามติน.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคงเป็นหน้าที่ของราชการรัฐบาลและฝ่ายต่างๆที่จะใช้สื่อและเครื่องมือที่อยู่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าวันที่ 19ส.ค.เป็นวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออกมาระบุว่าได้มีการเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างนายกรัฐมนตรี ประธานคมช.และอดีตนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบรายละเอียดตนเห็นว่าการสร้างความสมานฉันท์หากผู้ที่จะคุยด้วยมีความตั้งใจที่จะพูดจากันด้วยความสมานฉันท์ก็ถือเป็นสิ่งดีแต่หากเป็นความต้องการของเราเพียงฝ่ายเดียวโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ต้องการสมานฉันท์หรือพยายามเล่นเกมคงเสียเวลาเปล่าตนเห็นว่าขณะนี้เลยเวลาที่จะมาเจรจาแล้วเพราะความผิดต่างๆของอดีตนายกรัฐมนตรีกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะการพิจารณาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังนั้นการพูดจากันคงไม่มีประโยชน์อะไรอย่างก็ดีหากอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายร้องขอการเจรจาเข้ามารัฐบาลอาจพิจารณาได้ส่วนตัวเชื่อว่าหมดเวลาแล้วและหามีการเจรจากันประชาชนอาจจะส่งสัยว่าจะมีการต่อรองอะไรอีกเมื่อคดีความกำลังจะขึ้นสู่ศาลแล้ว
ทำอะไรต่างๆ ประชาชนเขาจับตาดูอยู่และเขาอาจส่งสัยว่ามีผลประโยชน์อะไรหรือไม่เมื่อคุณปฏิวัติและขับไล่เขาออกไปแล้วไปเจรจากับเขาคนจะเข้าใจสงสัยว่าคุณจะไปพูดอะไรกับเขาอีก ผมบอกแล้วว่าหมดเวลาเจรจาแล้ว ส่วนหากเขาเป็นฝ่ายขอมาก็อาจจะพิจารณาแต่เราอย่าไปดิ้นรนปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาลเพราะประชาชนจะสงสัยเมื่อเรื่องถึงศาลแล้วจะไปพูดจาต่อรองอะไรกันอีกมันจะไม่เป็นเรื่องดีต่อรัฐบาลทั้งนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าว --
ประสงค์ เตือน นายก-ประธานคมช. ดอดเจรจา แม้ว ประชาชนจับตาดูอยู่ ชี้ขณะนี้เลยเวลาสมานฉันท์แล้ว เพราะคดีต่าง ๆกำลังวิ่งสู่ศาล เชื่อรธน.ผ่านประชามติแน่นอน
(17กค.)น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่าการเปลี่ยนชื่อร่างพ.ร.บ.ทำให้ชื่อมีความอ่อนหวานมากขึ้น ดูไม่น่ากลัวส่วนกรณีที่มีผู้ออกไปเคลื่อนไหวเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นสิทธิ์ขอเพียงไม่เป็นการข่มขู่ หรือให้อามิสสินจ้าง เพราะจะเป็นการผิดกฎหมายสำหรับผู้ที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยควรให้เหตุผลประกอบด้วยว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไรทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปพิจารณาประกอบได้ ทั้งนี้สำหรับการลงพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้มั่นใจว่าประชาชนมีความเข้าใจรัฐธรรมนูญมากขึ้นและเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการทำประชามติของประชาชน
ส่วนกรณีที่พบว่ามีประชาชนกว่าร้อยละ 90 ยังไม่ทราบกำหนดวันลงปะชามติน.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคงเป็นหน้าที่ของราชการรัฐบาลและฝ่ายต่างๆที่จะใช้สื่อและเครื่องมือที่อยู่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าวันที่ 19ส.ค.เป็นวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออกมาระบุว่าได้มีการเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างนายกรัฐมนตรี ประธานคมช.และอดีตนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบรายละเอียดตนเห็นว่าการสร้างความสมานฉันท์หากผู้ที่จะคุยด้วยมีความตั้งใจที่จะพูดจากันด้วยความสมานฉันท์ก็ถือเป็นสิ่งดีแต่หากเป็นความต้องการของเราเพียงฝ่ายเดียวโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ต้องการสมานฉันท์หรือพยายามเล่นเกมคงเสียเวลาเปล่าตนเห็นว่าขณะนี้เลยเวลาที่จะมาเจรจาแล้วเพราะความผิดต่างๆของอดีตนายกรัฐมนตรีกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะการพิจารณาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังนั้นการพูดจากันคงไม่มีประโยชน์อะไรอย่างก็ดีหากอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายร้องขอการเจรจาเข้ามารัฐบาลอาจพิจารณาได้ส่วนตัวเชื่อว่าหมดเวลาแล้วและหามีการเจรจากันประชาชนอาจจะส่งสัยว่าจะมีการต่อรองอะไรอีกเมื่อคดีความกำลังจะขึ้นสู่ศาลแล้ว
ทำอะไรต่างๆ ประชาชนเขาจับตาดูอยู่และเขาอาจส่งสัยว่ามีผลประโยชน์อะไรหรือไม่เมื่อคุณปฏิวัติและขับไล่เขาออกไปแล้วไปเจรจากับเขาคนจะเข้าใจสงสัยว่าคุณจะไปพูดอะไรกับเขาอีก ผมบอกแล้วว่าหมดเวลาเจรจาแล้ว ส่วนหากเขาเป็นฝ่ายขอมาก็อาจจะพิจารณาแต่เราอย่าไปดิ้นรนปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาลเพราะประชาชนจะสงสัยเมื่อเรื่องถึงศาลแล้วจะไปพูดจาต่อรองอะไรกันอีกมันจะไม่เป็นเรื่องดีต่อรัฐบาลทั้งนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
