คอลัมน์ รายงานพิเศษ19 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ถูกกำหนดให้เป็นวันทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550
มีบางมาตราที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยเฉพาะที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งกำหนดให้มาจากการเลือกตั้ง 76 คน และมาจากการสรรหา 74 คน จากทั้งหมด 150 คน ถึงแม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเปิดช่องให้อดีตส.ว.ทั้งจากปี 2543 และ 2549 ลงสมัครรับเลือกตั้งได้
อดีตส.ว.แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่มาของส.ว.และร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ไว้ดังนี้
-ไพบูลย์ ซำศิริพงษ์
อดีตส.ว.ปทุมธานี ประธานชมรมสมาชิกวุฒิสภาปี 2549
ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ การสรรหาจะมีข้อครหาถูกมองว่าเข้ามาเล่นพรรคเล่นพวกได้
เรื่องจำนวนส.ว.ก็ไม่มีเหตุผลรองรับว่าทำไมลดลงเหลือ 150 คน ไม่สอดคล้องกับจำนวนส.ส.ในสภาที่มี 480 คน (ระบบเขต 400 ระบบสัดส่วน 80 คน) จำนวนที่เหมาะสมที่สุดควรเท่ากับปี40 คือ 200 คน ส่วนการมีส.ว.จังหวัดละ 1 คนเกิดความเลื่อมล้ำระหว่างจังหวัดใหญ่กับจังหวัดเล็ก
ประเด็นส.ส.ก็ไม่เห็นด้วย ฉบับปี40 ดีอยู่แล้วเพราะเขตเล็ก ส.ส.ดูแลพื้นที่ทั่วถึง การหันมาเลือกแบบพวงใหญ่เขตใหญ่ เป็นการถอยหลังลงคลอง ย้อนยุคไปหลายสิบปี
ไม่สามารถรับร่างนี้ได้ แต่จะไม่รณรงค์ให้คนในพื้นที่คว่ำรัฐธรรมนูญด้วย เพราะไม่อยากเกิดความวุ่นวายในสังคม
ผมลงสมัครส.ว.ปทุมธานีแน่นอน แม้การแข่งขันจะสูงมาก จำนวนส.ว.ลดจาก 3 คนเหลือ 1 คน
แต่มั่นใจ เพราะทำงานมาอย่างต่อเนื่อง
-สดใส รุ่งโพธิ์ทอง
อดีตส.ว.ปทุมธานี
ส่วนหนึ่งของส.ว.ที่มาจากการสรรหา ทำให้ผมอึดอัด เข้ามาแล้วจะทำงานได้หรือไม่ ผมว่าทะเลาะกันแน่ๆ เพราะต่างฝ่ายต่างมีมุมมองต่างกัน พูดกันคนละภาษา
คนหนึ่งบอกมาจากประชาชน แต่อีกคนบอกคุณสมบัติพร้อม ทุกคนบอกตัวเองมีดีทั้งนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการทำงานจะเป็นเอกภาพได้อย่างไร แทนที่จะมี 2 สภา กลายเป็น 3 สภา
ปัญหาเกิดจากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่เคยลงสมัครหรือสัมผัสประชาชน จึงไม่รู้ว่าความภาคภูมิใจของนักการเมือง คือการเป็นตัวแทนของประชาชน
อีกเรื่องคือการมีส.ว.ได้จังหวัดละ 1 คน จะทำให้การซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงกว่าเดิม ผู้สมัครต่างทุ่มสุดชีวิต
ผมลงสมัครส.ว.ไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขคุณสมบัติที่ระบุว่า ผู้สมัครต้องปลอดจากการสังกัดพรรคการเมือง 5 ปี ผมเคยสังกัดพรรคไทยรักไทยและลาออกแล้วเมื่อปี47 ดังนั้นหมดสิทธิ์ จึงเบนเข็มมาลงสมัครส.ส.ปทุมธานีแทน
ประเด็นนี้ก็เหมือนกัน เจตนาของคนร่างไม่ต้องการให้ส.ว.มีสายสัมพันธ์กับนักการเมือง แต่ถามว่างานของส.ว.คืองานการเมือง
หากไม่รู้เรื่องการเมืองแล้วจะทำงานตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างไร
-สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์
อดีตส.ว.นครศรีธรรมราช
กลุ่มอดีตส.ว.ปี49 หารือเรื่องรัฐธรรมนูญหลายครั้ง มีมติไม่รับร่างเพราะไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น โดยเฉพาะที่มาของส.ว.จากการสรรหา 74 คน ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก ทำให้วุฒิสภาทำงานลำบากเพราะส.ว.กลุ่มนี้มักฟังเสียงผู้แต่งตั้งมากกว่าประชาชน เปรียบเป็นสภาฝักถั่ว
เราเคยมีส.ว.สรรหาแล้ว ได้ข้อสรุปว่าไม่เหมาะสมกับสังคมไทย เพราะโดยบทบาทและหน้าที่ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ส.ส.ร.เคยลงพื้นที่ถามประชาชนทั่วประเทศถึง 3 ครั้ง ได้รับคำตอบว่าไม่เห็นด้วย เขาต้องการส.ว.เลือกตั้งอย่างเดียว คนร่างไม่ฟังความเห็นประชาชนบ้างหรือ
กรณีที่มีส.ว.จังหวัดละ 1 คน ไม่เข้าใจว่าใช้เกณฑ์ไหน นครศรีธรรมราชใหญ่กว่าแม่ฮ่องสอน เคยมีส.ว. 5 คน เหลือเพียง 1 คนเท่ากัน ตรงนี้รับไม่ได้ แต่จะไม่รณรงค์ให้คนในพื้นที่คว่ำร่างด้วย
เพราะประชาชนตัดสินใจเองได้
- อภิชาติ ดำดี
อดีตส.ว.กระบี่ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงสมัครส.ว.หรือไม่ ต้องให้ภารกิจเรื่องส.ส.ร.ลุล่วงไปก่อน และตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มไหนมาทาบทามผมเลย
ผมอยู่ในกลุ่มแปรญัติที่ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และอภิปรายคัดค้านระบบผสม เพราะเห็นว่าจุดอ่อนของส.ว.ที่มาจากการสรรหาไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่ฝ่ายที่สนับสนุนให้มีส.ว.ที่มาจากการสรรหาก็ให้เหตุผลว่า ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งอิงกับฝ่ายการเมือง มีเหตุผลกันคนละแบบ
เหตุผลของผมที่มองส.ว.มาจากการเลือกตั้ง เพราะผมเชื่อในประชาธิปไตย และมีประสบการณ์ตรง สังเกตจากการเลือกตั้งส.ว.ที่ผ่านมา 2 ครั้ง พื้นที่ไหนประชาชนรู้และเข้าใจในบทบาทของส.ว. ก็จะแยกระหว่างคนที่เป็นอิสระและคนที่เป็นคนของพรรคการเมือง
อย่างที่จ.กระบี่ คนเข้าใจบทบาทของส.ว. จึงเลือกผมโดยที่ไม่อิงกับการเมือง ผมถึงชนะน้องชายส.ส. แต่หลายคนมองว่าเป็นวัฒนธรรมการเมืองของภาคใต้ แต่ให้มองภาพรวม อีสาน เหนือก็หนีไม่พ้นคนของการเมือง เราต้องฟังเสียงข้างมาก
บทบาทของส.ส.กับส.ว. เป็นนักการเมืองทั้งคู่ ส.ส.เป็นฝ่ายนิติบัญญัติกับบริหาร ส.ว.เป็นงานตรวจสอบกลั่นกรองกฎหมาย
-ไพโรจน์ วงศ์พรหม
อดีตส.ว.ศรีสะเกษ
ถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญปี40 ฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยแน่นอน เพราะปี40 ส.ว.ทั้ง 200 คน มาจากการเลือกตั้ง เท่ากับมาจากประชาชนโดยตรง กรณีที่มาจากการสรรหา 74 คน ซึ่งคือการแต่งตั้ง การทำงานมีปัญหาตามมาแน่ เพราะที่มาต่างกัน เหมือนปลาคนละน้ำ จะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร
ที่ถูกต้องที่สุดควรมาจากการเลือกตั้ง และควรมี 200 คน เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น สัดส่วนส.ว.จึงควรเพิ่มขึ้นตาม ไม่ใช่ลดลงอย่างนี้
ผมคงไม่ได้ลงสมัครส.ว.อีก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุไว้ว่าต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ต่ำกว่า 5 ปี แต่ผมเคยเป็นสมาชิกพรรคมหาชนและลาออกเมื่อปี47 ดังนั้นไม่ทันแน่นอน ซึ่งไม่ใช่ผมคนเดียว กลุ่มส.ว.ปี49 เกือบครึ่งจะไม่ได้ลงสมัครด้วย เพราะส่วนใหญ่สังกัดพรรคการเมืองแทบทั้งสิ้น
ยอมรับว่าน้อยใจ เพราะอุตส่าห์ชนะเลือกตั้ง แต่ยังไม่ทันได้เข้าทำหน้าที่ ก็โดนปฏิวัติยึดอำนาจ ไม่มีโอกาสแม้แต่ประชุมวุฒิสภานัดแรก มาคราวนี้ก็โดนเขียนกติกากีดกันอีก
เมื่อผมไม่รับร่างก็จะรณรงค์คนในพื้นที่ด้วย
-สมบัติ เมทะนี
อดีตส.ว.กทม. และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 มีทั้งส่วนดีและส่วนที่ต้องแก้ไข ส่วนดีที่เห็นชัดคือการรับฟังความคิดเห็น แต่ส่วนที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างยิ่ง คือที่มาของส.ว.ที่มาจาก 2 ระบบ
ส.ว.น่าจะมาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว เพราะเป็นตัวแทนของประชาชนโดยแท้จริง คนเป็นส.ว.เกิดความภาคภูมิใจ ต่างจากส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง อาจมีข้อครหาในเรื่องการเล่นพรรคเล่นพวก
เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดคนละอย่าง จะทำให้ส.ว.ทั้งสองกลุ่มทำงานเข้ากันไม่ได้
สำหรับผมจะลงสมัครส.ว.แน่นอน เพราะมีหลายเรื่องที่มุ่งมั่นอยากทำ เช่น การตั้งสภาการภาพยนตร์ หรือเข้าไปผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการบันเทิง
อยากให้เมืองไทยของเรา เหมือนประเทศเกาหลี ที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือวงการบันเทิง
เพราะเห็นถึงความสำคัญว่า เป็นสิ่งที่สร้างชื่อเสียงและรายได้เข้าประเทศ
หน้า 6
ข้อมูลจาก ข่าวสด
