นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงวิธีคำนวณผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ขณะนี้มีการถกเถียงว่า จำนวนเสียงที่จะเห็นชอบประชามติคิดจากฐานจำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิหรือจำนวนผู้ออกเสียง ซึ่งในเรื่องนี้ ตนเห็นว่าตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 31 ใช้คำว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับ ซึ่งน่าจะหมายถึงการนับจำนวนเสียงของผู้ที่มาออกเสียงลงคะแนนในช่องเห็นชอบและไม่เห็นชอบเท่านั้นโดยเสียงช่องใดมากกว่ากันก็ให้ยึดเสียงนั้นเป็นหลัก แต่ถ้ามาใช้สิทธิรับบัตรแล้วไปฉีกบัตรหรือไปทำอย่างอื่นที่ให้เป็นบัตรเสีย ก็ไม่ควรนับรวมเป็นเป็นผู้มาออกเสียงประชามติเพราะเท่ากับว่า ผู้นั้นไม่ได้ใช้สิทธิในการออกเสียงแต่เป็นเพียงแค่มาแสดงตนจึงถือว่ายังไม่ได้มีการใช้สิทธิเกิดขึ้น ทั้งนี้ในการใช้สิทธิลงคะแนนกำหนดให้กากบาทในช่องเพียงแค่เห็นชอบ กับไม่เห็นชอบเท่านั้น ซึ่งต่างจากกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่มีช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนหรือโนโหวดให้ด้วยนายสมชัย กล่าวอีกว่า แนวคิดดังกล่าวไม่แน่ใจว่าส.ส.ร.และกกต.คนอื่นๆมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันนี้หรือไม่ ซึ่งตนก็อยากทราบความคิดเหมือนกันเพราะตามกฎหมายกกต.มีหน้าที่ในการจัดลงคะแนน และรวบรวมคะแนนจัดส่งให้ส.ส.ร.ประกาศ ซึ่งหากเป็นไปในแนวทางที่ตนคิด เมื่อเสร็จสิ้นการออกเสียง ผลรายงานที่กกต.จะส่งให้ส.ส.ร.ก็น่าจะแบ่งเป็นจำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิมีเท่าใด จำนวนผู้มาออกเสียงลงคะแนนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยมีเท่าใดและจำนวนบัตรเสียมีเท่าใด ซึ่งจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติทั้งหมดตนคิดว่าน่าจะคำนวณจากจำนวนผู้ที่ลงคะแนนในช่องเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่านั้น
“ที่รณรงค์กันอยู่ในขณะนี้ว่าถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ให้โนโหวดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนว่า ถึงวันออกเสียงไม่ต้องออกไปใช้สิทธิก็ได้ถ้าไม่เห็นด้วยแต่ในความเป็นจริงแล้ว ควรรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิให้มาก โดยถ้าไม่เห็นด้วยก็ให้ไปกาในช่องไม่เห็นชอบ แต่ถ้าเห็นด้วยก็ไปลงคะแนนในช่องที่เห็นชอบ เพราะกฎหมายจะนับเป็นคะแนนจากการกาใน 2 ช่องนี้เท่านั้น” นายสมชัย กล่าวและว่า จะนำเรื่องการทำสัญลักษณ์กากบาทลงคะแนนเข้าหารือว่า ลักษณะการกากบาทที่ถือเป็นบัตรเสียในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เช่น การกากบาททับกัน 2 รอย จุดตัดไม่อยู่ตรงกลางช่องน่าจะอนุโลมให้สามารถนับเป็นคะแนนได้เพราะถือว่าผู้มาออกเสียงได้แสดงเจตนาออกเสียงแล้ว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
