พศ.ระบุพระรับตาลปัตรไม่รับร่าง รธน.50 ไม่ผิด แต่นำมาใช้ไม่เหมาะสมเตรียมส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยัง มส. ขอให้ช่วยกำชับให้พระวางตัวเป็นกลาง ช่วงใกล้ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เจิมศักดิ์ อัดอดีต ส.ส.ทรท. ยืมมือพระนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีมีอดีต ส.ส.พรรคการเมืองใหญ่ นำตาลปัตรติดข้อความ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 50 ถวายพระที่วัดบุปผาราม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า ถ้ามีผู้นำมาถวาย พระสามารถรับได้เพื่อไม่ให้ขัดศรัทธาของญาติโยม แต่การนำมาใช้ประกอบศาสนพิธีอยู่ในดุลพินิจของพระ แต่กรณีนี้ตีความได้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ฉะนั้น จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการนำมาใช้ ตามประกาศของมหาเถรสมาคม (มส.) ที่พระต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
นอกจากนี้ ผู้ที่นำของมาถวายพระ ควรพิจารณาด้วยว่าในฐานะชาวพุทธการนำสิ่งของใด ๆ มาถวาย จะต้องเป็นของที่ดีที่สุด หากเจตนาไม่บริสุทธิ์แล้วจะกลายเป็นการทำบาปได้ ทั้งนี้ กรณีพระกับเรื่องการเมืองนั้น ในการประชุมระดับพระสังฆาธิการจะย้ำอย่างสม่ำเสมอขอให้ช่วยกันดูแลพระในสังกัด แต่วัดมีมากกว่า 30,000 วัด พระกว่า 200,000 รูป
ฉะนั้น อาจจะมีบ้างที่ไม่ปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม พศ.จะส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยัง มส. อีกครั้ง เพื่อขอให้ช่วยกำชับให้พระวางตัวเป็นกลาง โดยเฉพาะในช่วงใกล้ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และใกล้การเลือกตั้ง
เจิมศักดิ์อัดอดีต ส.ส.ทรท. ยืมมือพระแจกตาลปัตรคว่ำร่างรธน.
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ส.ส.ร. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการปรับเปลี่ยนชื่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เป็นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งปรับลดโทษในการทำผิด พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า หากพูดเรื่องการทำประชามติ ซึ่งยึดตามหลักสากลแล้ว จะมีการเปิดให้แต่ละฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญส่วนใดบ้าง โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมของคณะกรรมาธิการทั้ง 76 จังหวัด โดยในการประชุมกรรมาธิการหลายส่วนก็มีความเป็นกังวลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ จนไม่กล้าดำเนินการในหลาย ๆ เรื่อง
เรื่องการเอาผิดนั้น ผมมองว่าเป็นเรื่องของเจตนา ซึ่งหาก ส.ส.ร. เคยจัดเลี้ยงกาแฟแล้ว อยู่ดี ๆ มาจัดโต๊ะจีนแบบนั้น อาจจะถือว่าเป็นความผิดก็ได้ ผมพยายามบอก ส.ส.ร. ทุกคนอยู่ตลอดเวลาว่าเคยทำอย่างไร ก็ขอให้ทำอย่างนั้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนชื่อและเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกันเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี นายเจิมศักดิ์ กล่าว
นายเจิมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีชาวบ้านออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีแกนนำจากชาวบ้านประมาณ 10 คน ในหลายจังหวัด อาทิ จ.ยโสธร จ.กาฬสินธุ์ จ.เลย เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อมารับเงินเคลื่อนไหวล้มร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งชาวบ้านเปิดเผยว่า บางครั้งจ่ายค่าหัวคิวไม่ครบ จึงทำให้ชาวบ้านบางส่วนออกมาโวยวาย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ที่นั่งฟังการสัมมนาด้วย ได้เข้าไปขอข้อมูลจากชาวบ้าน เพราะหากมีการดำเนินการแบบนั้นจริง ถือเป็นความผิด เรื่องนี้ตนอยากฝากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลให้ถี่ถ้วน
นายเจิมศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคไทยรักไทยออกมารณรงค์ให้ประชาชนไม่ไปลงเสียงประชามติ เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเดินสายแจกตาลปัตรที่พิมพ์คำว่า ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ให้กับพระสงฆ์ว่า คนที่จะแสดงความคิดเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นสิทธิของเขา แต่หากออกมารณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญโดยที่ไม่บอกเหตุผลกับประชาชน เสมือนเป็นการดูถูกประชาชน และเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ ส่วนกรณีที่มีสมาชิกบางส่วนในกลุ่มไทยรักไทยเดินสายแจกตาลปัตรกับพระสงฆ์นั้น มองว่าเป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์ เพราะปกติในตาลปัตรของพระสงฆ์จะเป็นข้อความที่เตือนอนุสติให้กับประชาชนที่อ่านข้อความในตาลปัตร เช่น ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น แต่การเขียนในตาลปัตรแบบนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่งดงาม คิดว่าพระสงฆ์ก็จะตัดสินใจเองได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้
ผมคิดว่า เขามุ่งหวังที่จะใช้พระสงฆ์ให้เป็นบิลบอร์ดเคลื่อนที่ เพราะ ส.ส.ร. ก็มีบิลบอร์ด และมีมนุษย์ไฟเขียวออกประชาสัมพันธ์ตามแยกไฟแดง เขาจึงต้องการใช้งานพระสงฆ์ให้เป็นมนุษย์ไฟเหลือง ถือป้ายประชาสัมพันธ์เหมือนมนุษย์ไฟเขียวของ ส.ส.ร.ก็เป็นได้ เรื่องนี้ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพระท่าน ว่าจะปฏิบัติตัวเช่นไร ผมคงไม่มีสิทธิที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์พระท่าน และชี้ถูกชี้ผิดได้ นายเจิมศักดิ์ กล่าว
พระมหาบุญถึงติงทรท.ใช้พระเป็นเครื่องมือ
พระมหาบุญถึง ชุตินธโร ประธานรัฐสภาวนาราม กล่าวถึงกรณีที่พรรคไทยรักไทยจัดทำตาลปัตรไม่รับร่างรัฐธรรมนูญออกแจกจ่ายแก่พระสงฆ์ ว่า ตามหลักของพระสงฆ์แล้วตาลปัตรที่ใช้ข้อความในนั้นจะต้องเตือนสติให้กับประชาชนว่าอย่าประมาทและยึดมั่นในหลักของความดี
ดังนั้นการกระทำของสมาชิกกลุ่มไทยรักไทยที่จัดพิมพ์ตาลปัตรไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นการกระทำในทางการเมือง พระจึงต้องระวังตัวอย่างหนักไม่ให้ตกไปเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะพระจะต้องมีหน้าที่ชี้ทางออกให้กับสังคม
--
พศ.ระบุพระรับตาลปัตรไม่รับร่าง รธน.50 ไม่ผิด แต่นำมาใช้ไม่เหมาะสมเตรียมส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยัง มส. ขอให้ช่วยกำชับให้พระวางตัวเป็นกลาง ช่วงใกล้ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เจิมศักดิ์ อัดอดีต ส.ส.ทรท. ยืมมือพระ
นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีมีอดีต ส.ส.พรรคการเมืองใหญ่ นำตาลปัตรติดข้อความ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 50 ถวายพระที่วัดบุปผาราม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า ถ้ามีผู้นำมาถวาย พระสามารถรับได้เพื่อไม่ให้ขัดศรัทธาของญาติโยม แต่การนำมาใช้ประกอบศาสนพิธีอยู่ในดุลพินิจของพระ แต่กรณีนี้ตีความได้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ฉะนั้น จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการนำมาใช้ ตามประกาศของมหาเถรสมาคม (มส.) ที่พระต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
นอกจากนี้ ผู้ที่นำของมาถวายพระ ควรพิจารณาด้วยว่าในฐานะชาวพุทธการนำสิ่งของใด ๆ มาถวาย จะต้องเป็นของที่ดีที่สุด หากเจตนาไม่บริสุทธิ์แล้วจะกลายเป็นการทำบาปได้ ทั้งนี้ กรณีพระกับเรื่องการเมืองนั้น ในการประชุมระดับพระสังฆาธิการจะย้ำอย่างสม่ำเสมอขอให้ช่วยกันดูแลพระในสังกัด แต่วัดมีมากกว่า 30,000 วัด พระกว่า 200,000 รูป
ฉะนั้น อาจจะมีบ้างที่ไม่ปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม พศ.จะส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยัง มส. อีกครั้ง เพื่อขอให้ช่วยกำชับให้พระวางตัวเป็นกลาง โดยเฉพาะในช่วงใกล้ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และใกล้การเลือกตั้ง
เจิมศักดิ์อัดอดีต ส.ส.ทรท. ยืมมือพระแจกตาลปัตรคว่ำร่างรธน.
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ส.ส.ร. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการปรับเปลี่ยนชื่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เป็นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งปรับลดโทษในการทำผิด พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า หากพูดเรื่องการทำประชามติ ซึ่งยึดตามหลักสากลแล้ว จะมีการเปิดให้แต่ละฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญส่วนใดบ้าง โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมของคณะกรรมาธิการทั้ง 76 จังหวัด โดยในการประชุมกรรมาธิการหลายส่วนก็มีความเป็นกังวลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ จนไม่กล้าดำเนินการในหลาย ๆ เรื่อง
เรื่องการเอาผิดนั้น ผมมองว่าเป็นเรื่องของเจตนา ซึ่งหาก ส.ส.ร. เคยจัดเลี้ยงกาแฟแล้ว อยู่ดี ๆ มาจัดโต๊ะจีนแบบนั้น อาจจะถือว่าเป็นความผิดก็ได้ ผมพยายามบอก ส.ส.ร. ทุกคนอยู่ตลอดเวลาว่าเคยทำอย่างไร ก็ขอให้ทำอย่างนั้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนชื่อและเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกันเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี นายเจิมศักดิ์ กล่าว
นายเจิมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีชาวบ้านออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีแกนนำจากชาวบ้านประมาณ 10 คน ในหลายจังหวัด อาทิ จ.ยโสธร จ.กาฬสินธุ์ จ.เลย เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อมารับเงินเคลื่อนไหวล้มร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งชาวบ้านเปิดเผยว่า บางครั้งจ่ายค่าหัวคิวไม่ครบ จึงทำให้ชาวบ้านบางส่วนออกมาโวยวาย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ที่นั่งฟังการสัมมนาด้วย ได้เข้าไปขอข้อมูลจากชาวบ้าน เพราะหากมีการดำเนินการแบบนั้นจริง ถือเป็นความผิด เรื่องนี้ตนอยากฝากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลให้ถี่ถ้วน
นายเจิมศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคไทยรักไทยออกมารณรงค์ให้ประชาชนไม่ไปลงเสียงประชามติ เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเดินสายแจกตาลปัตรที่พิมพ์คำว่า ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ให้กับพระสงฆ์ว่า คนที่จะแสดงความคิดเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นสิทธิของเขา แต่หากออกมารณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญโดยที่ไม่บอกเหตุผลกับประชาชน เสมือนเป็นการดูถูกประชาชน และเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ ส่วนกรณีที่มีสมาชิกบางส่วนในกลุ่มไทยรักไทยเดินสายแจกตาลปัตรกับพระสงฆ์นั้น มองว่าเป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์ เพราะปกติในตาลปัตรของพระสงฆ์จะเป็นข้อความที่เตือนอนุสติให้กับประชาชนที่อ่านข้อความในตาลปัตร เช่น ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น แต่การเขียนในตาลปัตรแบบนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่งดงาม คิดว่าพระสงฆ์ก็จะตัดสินใจเองได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้
ผมคิดว่า เขามุ่งหวังที่จะใช้พระสงฆ์ให้เป็นบิลบอร์ดเคลื่อนที่ เพราะ ส.ส.ร. ก็มีบิลบอร์ด และมีมนุษย์ไฟเขียวออกประชาสัมพันธ์ตามแยกไฟแดง เขาจึงต้องการใช้งานพระสงฆ์ให้เป็นมนุษย์ไฟเหลือง ถือป้ายประชาสัมพันธ์เหมือนมนุษย์ไฟเขียวของ ส.ส.ร.ก็เป็นได้ เรื่องนี้ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพระท่าน ว่าจะปฏิบัติตัวเช่นไร ผมคงไม่มีสิทธิที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์พระท่าน และชี้ถูกชี้ผิดได้ นายเจิมศักดิ์ กล่าว
พระมหาบุญถึงติงทรท.ใช้พระเป็นเครื่องมือ
พระมหาบุญถึง ชุตินธโร ประธานรัฐสภาวนาราม กล่าวถึงกรณีที่พรรคไทยรักไทยจัดทำตาลปัตรไม่รับร่างรัฐธรรมนูญออกแจกจ่ายแก่พระสงฆ์ ว่า ตามหลักของพระสงฆ์แล้วตาลปัตรที่ใช้ข้อความในนั้นจะต้องเตือนสติให้กับประชาชนว่าอย่าประมาทและยึดมั่นในหลักของความดี
ดังนั้นการกระทำของสมาชิกกลุ่มไทยรักไทยที่จัดพิมพ์ตาลปัตรไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นการกระทำในทางการเมือง พระจึงต้องระวังตัวอย่างหนักไม่ให้ตกไปเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะพระจะต้องมีหน้าที่ชี้ทางออกให้กับสังคม
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
