นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ว่า รัฐบาลเริ่มต้นจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จึงรับมรดกมา ซึ่งนายกฯก็ใช้สันติวิธีตลอด ปัญหาการเมืองบ้านเราซับซ้อนมาก ตอนนี้ขัดแย้งเรื่องร่างรัฐธรรมนูญว่าจะรับหรือไม่รับ ขณะเดียวกันมีการใช้วิธีการไม่ชอบธรรม ให้สินจ้าง ข้อมูลเป็นเท็จ ซึ่งไม่เหมาะสม เพราะสันติวีธี คือต้องมีความถูกต้อง ชอบธรรม ความเป็นจริงด้วย อย่างไรก็ตามหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบเป็นวิธีหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่ก็ยังไม่หมดไป และไม่รู้กี่ปีถึงแก้ได้“เรื่องการเมือง รัฐธรรมนูญ ซับซ้อนมาก รัฐบาลพยายามใช้สันติวิธีตลอด แต่ยังไม่เห็นว่าจะทำให้คลี่คลายหรือตกลงกันได้ ซึ่งผมเห็นว่าจะต้องพูดคุยกัน แต่การพูดคุยสำคัญที่สุด คือ คนที่อยู่ต่างประเทศ เท่าที่ทราบมีการ โทร.พูดคุย แต่ยังไม่พอ แม้แต่คนออกมาคัดค้านก็ยังไม่คุยกัน ผมก็พยายามให้มีการคุยกัน ซึ่งรัฐบาลเคยมอบหมายรัฐมนตรีคนหนึ่งติดต่อให้คุยกัน แต่ก็เกิดเหตุ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นช่วงอายัดทรัพย์หรือไม่ เลยทำให้ไม่ได้พูดคุยกัน การพูดคุยเรื่องยาก จะตั้งวงขนาดใหญ่คงไม่ได้ แต่ 2 คนที่จะคุยกัน ก็ยังไม่ได้คุย คงต้องพยายามต่อไป ยอมรับว่าความขัดแย้งขยายไปรวดเร็ว ปัญหาการเมืองที่ยังแก้ไม่ได้ เพราะยังมีทัศนคติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน”นายไพบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการนัดเจราจา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่านัด พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการปรึกษากันว่า จะมาพบปะพูดคุยกับคนที่ขัดแย้งกัน แต่ในที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ คงต้องมาร่วมพูดคุยเป็นคู่เจรจาด้วย เพราะเป็นคู่ขัดแย้งที่สำคัญ แต่ก่อนอื่นคงต้องเริ่มต้นกับกลุ่มคนที่อยู่ในประเทศไทยก่อน แล้วค่อยขยายวงต่อไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ได้มีการพูดคุยกันเหมือนกันระหว่างทักษิณ นายกรัฐมนตรี และประธาน คมช. เพียงแต่การพูดคุยยังไม่ได้นำไปสู่ข้อตกลง ทั้งนี้เรื่องซับซ้อนขึ้นมา เพราะมีกระบวนการดำเนินการกฎหมายที่กระทบ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งกระบวนการ แต่หากให้ พ.ต.ท.ทักษิณและผู้เกี่ยวข้องได้พูดคุยกันว่าสถานการณ์เป็นแบบนี้ จะทำอย่างไรให้เดินไปได้ก็น่าเป็นเรื่องที่ดี
ต่อข้อถามว่า แสดงว่าทางออกของการแก้ไขปัญหาขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ การเจราจาพูดคุยกันถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ใครขัดแย้งถ้าได้คุยกันดีถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพียงแต่ต้องเริ่มจากจุดเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายวงออกไป ส่วนการเจราจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ พอดีเหตุการณ์ผันแปรทำให้ไม่ได้คุย แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นช่วงยุบพรรคมากกว่า อย่างไรก็ตามเบื้องต้นน่าพูดคุยกับระดับผู้แทนก่อนทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายแกนนำไทยรักไทย ที่เป็นคนกลางประสานก่อน
เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าการเปิดเจราจาพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกระทบต่อภาพรัฐบาลขณะนี้ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยว่าในสถานการณ์นี้เรามองอย่างไร จะเดินไปอย่างไร ไม่ใช่การผูกมัด เพราะมองว่าทำอะไรแล้วดีก็ทุกฝ่ายย่อมเป็นสิ่งที่น่าทำ และการพูดคุยเป็นเพียงเส้นทางไม่ใช่เป้าหมาย หากเราไม่คุยกันก็ไม่สามารถไปถึงเป้าหมาย ที่เป็นสันติสุข ความสงบเรียบร้อยได้ แต่ปัจจุบันไปถึงจุดนั้นเป็นเส้นทางยาวไกลและคดเคี้ยว.
พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ กล่าวว่า กรณี พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าควรมีหรือไม่ และมีเมื่อไหร่ ตนไม่มั่นใจการออกกฎหมายในขณะนี้ เพราะวิธีการยังไม่สมบูรณ์ เป็นการออกกฎหมายโดยรัฐบาลเป็นหลัก อย่างไรก็ตามขณะนี้ดีกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะมีการรับฟังความเห็นมากขึ้น มีการเปิดเวที เป็นกฎหมายหนัก เพราะเกี่ยวกับความมั่นคง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ส่วนกรณีอดีต อ.ตร.และอดีต ตร.รวมตัวค้านปรับโครงสร้างตำรวจใหม่ เรื่องนี้น่าสนใจ แต่ไม่ยุ่งยากอะไร เพราะหากไม่เห็นด้วยก็แก้ไขได้ ซึ่งการดำเนินการก็มุ่งพัฒนาให้ตำรวจดีขึ้น.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
