เป็นพฤติกรรมท้าทายการไล่ล่าอายัดทรัพย์อย่างโจ๋งครึ่มกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ควักเงินจากกระเป๋าลับ 80 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5.7 พันล้านบาท เข้าเทกโอเวอร์สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
ถึงจะยังเหลือขั้นตอนสุดท้ายในการเช็กคุณสมบัติจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ มั่นใจว่าตัวเองจะได้เข้าถือหุ้นใหญ่ 75 เปอร์เซ็นต์ เป็นเจ้าของทีมโดยสมบูรณ์แน่นอน
ข่าวคราวการฮุบแมนฯซิตี้ ลอยมาเข้าหูคนไทยตั้งแต่เดือนเม.ย. แต่ตอนนั้นคนก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ก่อนหน้านี้ ทางสโมสรแมนฯซิตี้ ตกลงใจรับข้อเสนอซื้อของพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ครึ่งที่ไม่เชื่อก็เลยต้องเชื่อ
สิ่งที่ทำให้การซื้อขายทีมฟุตบอลในลีกดังครั้งนี้ เป็นเรื่องที่คนในแวดวงกีฬา นักการเมืองและสื่อทั่วโลกให้ความสนใจก็เพราะการเข้าเทกโอเวอร์ของพ.ต.ท.ทักษิณ เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับคำสั่งอายัดทรัพย์สินมากกว่า 6 หมื่นล้านบาทของ คตส.
ปฏิกิริยาของคนไทยต่อเรื่องนี้มีความแตกต่างกันไปตามมุมมองแต่ละคน
บางคนคิดอย่างภาคภูมิใจแทนพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะคนไทยที่มีโอกาสเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลดังระดับอินเตอร์ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสอื่นๆ อีกมากมายที่จะทำให้โลกรู้จักประเทศไทยมากขึ้น
ซึ่งเป็นแง่มุมเดียวกับที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามพูดกรอกหูให้ได้ยินบ่อยๆ
การซื้อแมนฯซิตี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนไทยในเวทีโลก และสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยที่จะก้าวเข้าไปสู่สโมสรฟุตบอลระดับโลกและลงเล่นในพรีเมียร์ลีก
ขณะที่สังคมบางส่วนเห็นคล้อยตาม แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้เคลิบเคลิ้มไปด้วย แถมยังตั้งข้อสงสัยอย่างไม่อ้อมค้อมถึงที่มาที่ไปของเงินลงทุน และจำนวนทรัพย์สินที่แท้จริงของอดีตนายกฯ
มีการวิเคราะห์ในเชิงจิตวิทยาว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการโชว์ให้เห็นว่า ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำสั่งอายัดทรัพย์ของ คตส. ถึงจะโดนอายัดเงินไปกว่า 6 หมื่นล้านบาท แต่ก็ยังมีเหลือเฟือพอจะซื้อทีมฟุตบอลราคาเฉียดๆ 6 พันล้านบาทได้อย่างหน้าตาเฉย
หนำซ้ำการที่สื่อต่างประเทศรวมถึงสื่อกีฬาทั่วโลกให้ความสนใจความเคลื่อนไหวในวงการพรีเมียร์ลีก ทางหนึ่งยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้พ.ต.ท.ทักษิณได้มีโอกาสอาศัยสื่อเหล่านั้นเป็นกระบอกเสียงช่วยเคลียร์ตัวเองอีกด้วย
ในไทยพ.ต.ท.ทักษิณ มีนายนพดล ปัทมะ ทำหน้าที่เป็นกุนซือฝ่ายกฎหมายและโฆษกประจำตัวชั้นยอด ในประเทศอังกฤษก็มีนายคีธ แฮร์ริส เป็นโฆษกชั้นเยี่ยม
นายแฮร์ริส คือประธานบริหารซีมัวร์ เพียร์ซ อินเวสต์เมนต์ แบงก์ ตัวแทนเจรจาการเทกโอเวอร์แมนฯซิตี้ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ
การตั้งข้อกล่าวหาต่อเขาเกิดจากปัจจัยกระตุ้นทางการเมือง จากรัฐบาลทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยเขาเคยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยและได้รับความนิยมอย่างมาก เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน
บัญชีธนาคารหลายบัญชีในไทย บางบัญชีเป็นบัญชีส่วนตัวและบางบัญชีเป็นบัญชีบริษัท ได้ถูกอายัด แต่เงินที่ใช้ในการเสนอซื้อและจะใช้เพื่อลงทุนในสโมสรต่อไป ขณะนี้ได้อยู่ในบัญชีธนาคารในอังกฤษแล้ว และอยู่นอกเหนือการดำเนินการของรัฐบาลไทย
ในขณะที่ คตส. หลังจากตั้งสติได้ก็พยายามจับมือกับปปง. เพื่อหาทางตรวจสอบแหล่งที่มาเงินทุนของพ.ต.ท.ทักษิณในการซื้อหุ้นแมนฯซิตี้ว่าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ถูกสั่งอายัดไปก่อนหน้านี้หรือไม่
ในทางกลับกันสังคมก็ตั้งข้อสงสัยเอากับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติว่า อาจจะหลับตาข้างหนึ่งให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ในการนำเงินออกนอกประเทศ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทางแบงก์ชาติต้องหาทางเคลียร์ตัวเองต่อไป
นอกจากเรื่องที่มาของเงินลงทุนที่ยังไม่เคลียร์แล้ว หลายคนยังไม่รีรอที่จะฟันธงลงไปว่าการซื้อทีมแมนฯซิตี้ของพ.ต.ท.ทักษิณ มีเจตนาทางการเมืองแอบแฝงแน่นอนพันเปอร์เซ็นต์
เพราะตั้งแต่หลัง 19 ก.ย. 2549 เป็นต้นมา พ.ต.ท.ทักษิณ ในสายตาของคนไทยไม่ต่างจากบุคคลล้มละลายทางการเมือง และถึงตอนนี้ก็ยังใกล้เคียงกับบุคคลล้มละลายทางธุรกิจเข้าไปทุกที
การเข้าเทกโอเวอร์แมนฯซิตี้ ด้วยเงิน 5.7 พันล้านบาท จึงถือเป็นการทุ่มเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อที่จะกอบกู้เครดิตทางการเมืองและเครดิตทางธุรกิจ สองอย่างพร้อมกันกลับคืนมา
ถ้าหากว่าการเทกโอเวอร์ประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ ก็เท่ากับว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้รับการฟอกตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เพราะการซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลของอังกฤษจะต้องมีการตรวจสอบที่มาของเงินทุน
หากการซื้อขายลุล่วง พ.ต.ท.ทักษิณก็จะนำมาเป็นเครื่องการันตีถึงความบริสุทธิ์ด้านการเงิน และนั่นย่อมเป็นผลดีในการหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้ทางการเมืองด้วย โดยอาจนำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อขออาศัยอยู่ในอังกฤษต่อ หากต้องคดีหรือถูกหมายจับในไทย
อย่างไรก็ตาม การเข้าฮุบแมนฯซิตี้ของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ถือว่าราบรื่นซะทีเดียว เพราะนอกจากกระแสการไล่บี้ตรวจสอบในประเทศไทยแล้ว ก็ยังมีนักการเมืองและสื่อมวลชนบางส่วนของอังกฤษ ที่ตั้งข้อสงสัยถึงเจตนาและที่มาของเงินลงทุน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาตรวจสอบอย่างเข้มข้น
เพราะถึงแม้ในที่สุดพ.ต.ท.ทักษิณจะผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติความเหมาะสมของทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ตลอดจนก.ล.ต. รวมทั้งสำนักงานการค้าและอุตสาหกรรมของรัฐบาลอังกฤษไปได้
แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นแค่มาตรการตรวจสอบในเชิงธุรกิจการเงินมากกว่า
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ในเชิงคุณธรรมจริยธรรมในทางการเมืองแต่อย่างใด
หน้า 3
ข้อมูลจาก ข่าวสด
