สุริยะใส เปิดโปง แผน ทรท.คว่ำ รธน.50 หวังผลทวงอำนาจคืนให้นายใหญ่ ชี้เป็นการเปลี่ยนแผนสู้หลังม็อบ นปก.สะดุดความชอบธรรม แนะนักวิชาการรักษาระยะห่าง หวั่นตกเป็นเครื่องมือ ยันหาก คมช.เอา รธน. 2540 มาใช้แทนจะลดการเผชิญหน้าได้(3กค.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ตนคิดว่ามติของพรรคไทยรักไทยที่ประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นเป็นการขี่กระแสเครือข่ายนักวิชาการบางกลุ่มที่ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีวัตุประสงค์แอบแฝงเพื่อให้การล้มรัฐธรรมนูญมีความหมายเท่ากับการล้มกระดานอำนาจของ คมช. และหากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำอดีตสมาชิกไทยรักไทยก็จะลุกคืบกดดันให้คำวินิจฉัยยุบพรรค คำสั่งอายัดทรัพย์ และกระบวนการตรวจสอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทยเป็นโมฆะไปทั้งกระดานด้วย
นี่เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของของขั้วอำนาจเก่า ต่างจากการรณรงค์ของกลุ่มนักวิชาการที่ต้องการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อให้ คมช.ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 แทน ซึ่งกลุ่มนักวิชาการต้องระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มไทยรักไทยเพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของระบอบทักษิณและทำให้ประชาชนเข้าใจผิดโดยไม่รู้ตัว และถือเป็นยุทธศาสตร์การปรับแผนสู้ของขั้วอำนาจเก่าหลังจากที่การเคลื่อนไหวมวลชนในนามกลุ่มผู้ชุมนุม นปก.ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมและขยายแนวร่วมได้ ซึ่งการชุมนุมที่ผ่านมายิ่งเคลื่อนไหวยิ่งทำให้ คมช.มีความชอบธรรมมากขึ้น นายสุริยะใส กล่าว
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ในขณะนี้ทุกฝ่ายต้องหยุดกระแสการนำเอากระบวนการประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวชี้ถูกชี้ผิด พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว และอย่าเอาการเลือกตั้งมาขู่ประชาชนหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหาก คมช.มีมติที่ชัดเจนว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ผ่านจะนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาบังคับใช้โดยแก้ไขบางมาตราที่ไม่กระทบสาระสำคัญ ก็จะมีทางออกให้กับทุกฝ่ายและกระบวนการตรวจสอบเอาผิดคนในระบอบทักษิณและการเลือกตั้งก็เดินหน้าไปได้ตามปกติ ทำให้การลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคมเปลี่ยนจากระเบิดเวลาเป็นพลุทางการเมืองได้ในที่สุด