สนธิ เผย จำลอง ฝากฝังให้เป็นเสาหลักผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ระบุ จงรักษ์ อยู่เบื้องหลังการจับกุมแกนนำพันธมิตรฯ ขณะที่พธม. 17 จังหวัดภาคเหนือ ฉุนรัฐบาลหักหลังจับรถไฟ-เครื่องบิน-รถส่วนตัวระดมพลบุกกรุงชุมนุมครั้งใหญ่นายสนธิ ลิ้มทองกุล
(5ต.ค.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า เวลา 06.00 น. ก่อนที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่า ให้อยู่เป็นเสาหลักการชุมนุมพร้อมกับ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เมื่อได้ยินก็ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรแก่ พล.ต.จำลอง แต่บอกว่ามีความคิดเดียวกับ พล.ต.จำลอง เพราะไม่มีการต่อสู้ไหนที่ไม่มีผู้เสียสละแล้วชนะ เพราะฉะนั้นผู้ชุมนุมทุกคนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น
ขอให้เพียรต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย เพื่อที่การเสียสละของ พล.ต.จำลอง และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ จะไม่สูญเปล่า พร้อมระบุว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกหมายจับครั้งนี้คือ พล.ต.อ.จงรักษ์ จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ขอให้ทุกคนจำชื่อและตระกูลของตำรวจคนนี้เอาไว้
นายสนธิ กล่าวว่า พล.ต.จำลอง ยังฝากบอกผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้สบายดีไม่ต้องไปเยี่ยมให้ลำบาก เพราะระยะทางไกลจากทำเนียบรัฐบาล หากต้องการช่วยพล.ต.จำลองและนายไชยวัฒน์ให้ชุมนุมอยู่ในทำเนียบรัฐบาล และระดมพลมาจากทั่วประเทศ ไม่เช่นนั้นการเสียสละของทั้ง 2 คนจะสลายไปในอากาศ เพราะฉะนั้นต้องยืนหยัดต่อสู้จนกว่าจะไล่รัฐบาลออกไป และเมื่อมีโอกาศจะจัดการกับตำรวจชั่ว
โดยการจัดการกับตำรวจชั่วมี 2 วิธี คือ เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนขั้วหรือใช้พลังมหาชนมีญาติพี่น้องลูกหลานกี่คนบรรยายความชั่วของตำรวจนั้น เล่าให้ฟังว่าใครอยู่เบื้องหลังต่อไปเรื่อยๆ ถึงชั่วลูกชั่วหลาน เพื่อไม่ให้ตระกูลคนชั่วได้มีสิทธิ์เงยหน้าขึ้นมาอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เดินทางจากทำเนียบรัฐบาล เวลา 07.00 น. พร้อมการ์ดจำ นวนหนึ่ง เพื่อไปใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ กทม. บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 12 โรงเรียนเศรษฐเสถียร แขวงนครชัยศรี เขตดุสิต มีชื่ออยู่ในลำดับที่ 39 โดยไปถึงหน่วยเลือกตั้งเวลา 07.30 น.มีพ.ต.อ.สาระ ภูมิประดิษฐ์ ผกก.สน.สามเสน พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเข้าเจรจาเพื่อขอจับกุมตัวตามหมายจับ
โดย พล.ต.จำลอง ต่อรองว่าขอใช้สิทธิ์ก่อนเพราะครั้งนี้มาทำหน้าที่ เนื่องจากเคยเป็นผู้ว่าฯกทม. และเคยได้รับรางวัลแม็กไซไซ และจะไม่ขอประกันตัวหลังถูกจับกุม หลังจากนั้นไม่ทราบว่าสถานการณ์การชุม นุมจะเป็นอย่างไร ตำรวจต้องควบคุมไว้ให้ได้ แต่ถึงไม่มีแกนนำประชาชนสามารถดำเนินการชุมนุมต่อไปได้ และหลังจากใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ตำรวจก็เข้าคุมตัว พล.ต.จำลอง ส่งค่ายตชด. คลอง 5 จ.ปทุมธานี
ด้านนายสมโชค จันทร์ทอง ผู้ประสานงานองค์กรสัมพันธ์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง ในฐานะเลขาธิการแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือ กล่าวว่า หลังเจ้าหน้าที่บุกจับตัวพลตรีจำลอง ศรีเมือง ซึ่งถือเป็นแกนนำพันธมิตรฯคนสำคัญในระหว่างที่ศาลอุทธรณ์ได้รับคำร้องไตร่สวนเพิกถอนข้อหากบฎไว้แล้ว รวมทั้งอยู่ในขั้นของการเจรจา ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งกัน ส่งผลให้พันธมิตรฯภาคเหนือโกธรแค้นมาก เพราะรัฐบาลบิดพริ้วและหักหลัง
ดังนั้น ในส่วนของแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และพันธมิตร 17 จังหวัดภาคเหนือจึงต้องเดินทางมุ่งหน้าไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯกันแล้วตั้งแต่บ่ายวันนี้(5 ต.ค.51) ซึ่งเป็นการเดินทางโดยรถส่วนตัว เครื่องบิน รวมถึงจัดรถตู้มารับพันธมิตรฯที่ต้องการจะร่วมเดินทางเข้ากรุงเทพ โดยมีจุดนัดพบกันที่ห้างสรรพสินค้า เสรี จ.ลำปาง เบื้องต้นมีรถตู้ 4-5 คันชุดแรกจะออกเดินทางในเวลา 13.00น. และอีกรอบรถจะออกในช่วงค่ำ
นายสมโชค กล่าวว่า ส่วนที่ จ.เชียงใหม่นั้น จะเดินทางโดยรถไฟขบวนที่102 โบกี้ที่ 8-10รวม3 โบกี้ รถออกจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ในเวลาประมาณ 06.00 นเศษถึงจ.ลำปางจะมีพันธมิตรฯลำปางแวะขึ้นไปสมทบและจะแวะจอดรับพันธมิตรฯตากอีกครั้งที่ จ.ตาก คาดว่า1-2วันนี้จะมีพันธมิตรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือหลายพันคนเดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่กันอย่างหนาแน่น ขอให้ตำรวจ-ทหารได้ช่วยเปิดทางคุ้มครองไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามมาทำร้ายระหว่างเดินทางด้วย ซึ่งตนคาดว่าจะต้องมีแน่นอน
รศ.ไพรัช ตระการศิรินนท์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การจับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ รวมทั้งการจับกุมนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นแกนนำพันธมิตร ที่ตำรวจได้มีการออกหมายจับในข้อหากบฏไปแล้วก่อนหน้านี้ เรื่องนี้ยังไม่ต้องมองว่าการใช้วิธีการนี้ถูกหรือผิดอย่างไร แต่บอกได้เลยว่ารัฐบาลกำลังปิดช่องทาง และปิดโอกาสการแก้ไขปัญหาที่เริ่มจะคลี่คลายได้แล้วให้กลับมาสู่สถานการณ์ตึงเครียดอีกครั้ง
รศ.ไพรัช กล่าวอีกว่า ต่อจากนี้ไปความรุนแรงต่างๆจะต้องตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย การแก้ปัญหาก็จะยากมากขึ้น รวมทั้งการเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหานี้ ก็จะต้องมีอันหยุดชะงักลง และไม่น่าจะมีการเปิดการเจราจาอีกครั้งเป็นแน่ เพราะกลุ่มพันธมิตรก็คงจะไม่เชื่อมั่นในคำสัญญาของรัฐบาล อันเนื่องมาจากการเข้าจับกุม 2 แกนนำพันธมิตรไปอย่างไม่ค่อยจะถูกวิธีมากนัก และเชื่อเลยว่าสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้จะต้องมีทีท่าที่จะยืดเยื้อไปกว่าเดิมแน่นอน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
