(4ต.ค.) เวลา 09.00 น. พ.ต.ท.ภูเบศ เส้นขาว พนักงานสอบสวนสบ.3 สน.นางเลิ้ง พร้อมกำลังตำรวจอีก 30 นายได้คุมตัว นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อายุ 59 ปี แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาเลขที่ 2527/2551 ลงวันที่ 27 ส.ค. 51 ในคดีสมคบกันเพื่อเป็นกบฏและเป็นกบฏ ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง มายื่นคำร้องฝากขังศาลครั้งแรกโดยตามคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 51 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ร่วมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาที่ 2 , นายพิภพ ธงไชย ผู้ต้องหาที่ 3 , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 4 , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้ต้องหาที่ 5 แกนนำกลุ่มพันมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน ผู้ต้องหาที่ 6, นายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้ต้องหาที่ 8, นายเทิดภูมิ ใจดี ผู้ต้องหาที่ 9 และผู้ต้องหานี้ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ 7 ได้ร่วมกันชุมนุมที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. จนถึงวันที่ 29 ส.ค. 51 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน โดยร่วมกันชุมนุมกล่าวโจมตีขับไล่รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
ต่อมาวันที่ 27 มิ.ย. 51 นางวรรธนันท์ พรวนต้นไทรกับพวกรวม 10 คน ครูโรงเรียนราชวินิตมัธยม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 1 - 6 ต่อศาลแพ่ง ข้อหาละเมิดขับไล่ให้รื้อถอนเวทีการปราศรัยออกไป ตามคดีหมายเลขดำที่ 3604/2551 และขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งต่อมาศาลแพ่งไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งให้ผู้ต้องหาที่ 1- 6 และกลุ่มผู้ชุมนุมเปิดพื้นที่การจราจรบนพื้น ถ.พระราม 5และ ถ.พิษณุโลกเพื่อให้โจทก์ทั้ง10 รถยนต์สารธารณะ และ ประชาชนสามารถผ่านไปได้โดยสะดวก รวมทั้งไม่ให้ผู้ต้องหาที่ 1- 6 กับพวกใช้เครื่องขยายเสียงในลักษณะเป็นการรบกวนการเรียน การสอนของโรงเรียนราชวินิตมัธยมตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 07.30 น. -16.30 น.ไว้ เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ศาลได้วินิจฉัยบทบัญญัติมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ..2550 ไว้ในกระบวนพิจารณาตอนหนึ่งว่า การที่จำเลยทั้งหกกับพวกชุมนุมปิดถนนและตั้งเวทีปราศรัย ประท้วงขับไล่รัฐบาลดังกล่าว เห็นได้ชัดว่า แม้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเป็นการกระทำให้ประชาชนเดือดร้อน และขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กล่าวมา กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะนำวิธีการชั่วคราวมาใช้บังคับเพื่อคุ้มครองความสะดวกของโจทก์ทั้งสิบ รถยนต์โดยสารสาธารณะและประชาชนสามารถผ่านไปมาได้ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 63 วรรค 2
อย่างไรก็ตาม แม้ศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ต้องหาทั้งหกปฏิบัติ แต่ผู้ต้องหายังคงฝ่าฝืนคำสั่งของศาล จนโจทก์ต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ออกหมายบังคับคดีในวันที่ 7 ก.ค. 51 กลุ่มผู้ต้องหาเห็นว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งได้แล้ว จึงได้เคลื่อนย้ายเวทีเต็นท์ต่างๆไปปักหลักชุมนุมบน ถ.ราชดำเนินนอก โดยปิดการจราจรอย่างเด็ดขาดถาวรจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ไปถึงสี่แยกสวนมิสกวัน ผู้ต้องหากับพวกซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้กระทำการปราศรัยในลักษณะยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องต่อรัฐบาล สร้างความแตกแยกของคนในชาติ ใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่น นำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จต่อประชาชน โดยถ่ายทอดแพร่ออกอากาศการปราศรัยทางสถานีโทรทัศน์ เอเอสทีวี ( ASTV ) และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนับตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 51 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาวันที่ 26 ส.ค. 51 ผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันดำเนินการตามแผนการที่วางไว้ โดยแบ่งหน้าที่กันทำโดยให้นายอมร ผู้ต้องหาที่ 8 พากลุ่มผู้ชุมนุมพังประตูรั้วสถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีทีโดยมีอาวุธ บังคับข่มขืนใจให้พนักงานหยุดปฏิบัติหน้าที่ในการออกอากาศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุและจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ นักรบศรีวิชัย ได้รวม 85 คน พร้อมของกลางหลายรายการแจ้งข้อหาดำเนินคดี และถูกศาลอาญาออกหมายขัง
นอกจากนี้ในวันที่ 26 ส.ค. 51 เวลา 09.00 น.เศษ กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 20,000 คนเศษได้ปิดล้อมและปีนรั้วเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลเพื่อขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จนต้องย้ายไปประชุมที่กองบัญชาการกองทัพไทยที่ ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จากนั้น พล.ต.จำลอง ผู้ต้องหาที่ 1 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาที่ 2 และนายเทิดภูมิ ใจดี ผู้ต้องหาที่ 9 ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล ส่วนนายสมศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 นำกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรฯ และนายไชยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 7 ได้พากลุ่มผู้ชุมนุมปิด ถ.มิตรภาพ จ.นครราชสีมา และในเวลา 11.30 น.วันที่ 26 ส.ค.นายสมเกียรติผู้ต้องหาที่ 4 นายพิภพ ผู้ต้องหาที่ 3 และนายสุริยะใส ผู้ต้องหาที่ 6 ได้พากลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคนบุกเข้าไปในกระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและประกาศว่าจะยึดพื้นที่อีก 3 วัน จนกว่ารัฐบาลจะลาออก
พนักงานสอบสวนระบุในคำร้องอีกว่า พฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ร่วมกันสะสมอาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏและเป็นกบฎ ,กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธโดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการและเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91,113,114,116,215,และ 216 ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 51 จนถึงปัจจุบัน
บัดนี้พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. และจะครบกำหนดอำนาจการควบคุม 48 ชั่วโมงในวันที่ 5 ต.ค.นี้ แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเพราะต้องสอบพยานสำคัญอีกจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถระบุจำนวนได้ , รอผลการตรวจสอบประวัติลายพิมพ์นิ้วมือ และรอผลการตรวจสอบเหตุการณ์เกี่ยวกับการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาและแนวร่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่าง ๆทั่วประเทศ จึงขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ระหว่างสอบสวนเป็นเวลา 12 วัน จนถึงวันที่ 15 ต.ค. นี้
ขณะเดียวกันนายสุวัตร อภัยภักดิ์และนายณฐพร โตประยูร ทนายความของนายไชยวัฒน์ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 90 โดยนายสุวัตร เปิดเผยว่า การพิจารณาเรื่องการเพิกถอนหมายจับอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตนจึงเห็นว่าการจับกุมนายไชวัฒน์ ครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง ที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรฯ ทำหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญ ไม่ให้รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีเจตนาล้มล้างรัฐธรรมนูญ แต่ใช้สิทธิเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ทั้งนี้ตนจะขอคัดค้านการฝากขังนายไชยวัฒน์ของพนักงานสอบสวน และขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัว ส่วนเรื่องการขอประกันตัวนั้นแม้ว่าทางพนักงานสอบสวนจะไม่คัดค้านการประกัน แต่ทางนายไชยวัฒน์ ประสงค์จะไม่ยื่นประกันตัว เพราะเห็นว่าข้อหาที่ถูกดำเนินคดีนั้นไม่ชอบ หากประกันตัวออกไปก็เท่ากับว่ายอมรับในข้อกล่าวหา
ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 804 ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์ ทำการไต่สวนการฝากขัง โดยศาลได้อ่านคำร้องฝากขังให้นายไชยวัฒน์ฟัง ก่อนที่นายไชยวัฒน์ จะให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอคัดค้านการฝากขัง โดยแถลงเหตุผลต่อศาลรวม 2 ประการ คือ 1. หมายจับในข้อหากบฏ ที่ร่วมกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับกับรวม 9 คน นั้นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เห็นว่าหมายจับดังกล่าวมีผลระงับไว้ชั่วคราว และ 2 . การฝากขังเป็นเวลา 12 วัน เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมนั้น ในวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมาหลังจากถูกจับกุม ตนได้ให้การกับพนักงานสอบสวนจนครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องกักขังตนเป็นเวลา 12 วัน
ด้าน พ.ต.ท.ภูเบศ เส้นขาว พนักงานสอบสวน แถลงต่อศาลว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพการปราศรัยของผู้ต้องหาไว้จำนวนมาก รวมทั้งภาพ วีซีดี จึงต้องใช้เวลาในการถอดเทปมากถึง 200 แผ่น นอกจากนี้ยังต้องสอบปากคำพยานทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกจำนวนมาก โดยไม่สามารถระบุได้ว่าจำนวนกี่คนเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.51 จนถึงปัจจุบัน พนักงานสอบสวน จึงมีความจำเป็นขอฝากขังผู้ต้องหา
จากนั้นศาลได้ทำการไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง โดยนายสุวัตร นำพยานเข้าเบิกความรวม 4 ปาก คือ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายณฐพร โตประยูร และนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ขึ้นเบิกความ โดยนายสุวัตร เบิกความสรุปว่า หมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 ในคดีกบฏ อยู่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่าจะเพิกถอนหมายจับหรือไม่ และการจับกุมนายไชยวัฒน์ จับกุมในท้องที่ สน.ประเวศ แต่ไม่มี พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ร่วมสอบสวนด้วย รวมทั้งนำตัวนายไชยวัฒน์ ไปสอบปากคำที่ บก.ตชด.ภ.1จ.ปทุมธานี แทนที่จะไปสอบสวนที่ สน.นางเลิ้ง ซึ่งผู้ร้องขอหมายจับในคดีนี้ นายไชยวัฒน์ ไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา ขอให้ศาลเพิกถอนการจับกุมนายไชยวัฒน์
ส่วนนายไชวัฒน์ เบิกความว่า ตนเป็นสมาชิกสมัชชาประชาชน เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีเจตนารมณ์ช่วงชิงอำนาจของรัฐ แต่มีบทบาทในการคัดค้านกลุ่มบุคคลไม่ให้ใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง จึงเข้าเป็นแนวร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ส่วนการตั้งข้อหากบฏ ต่อผู้ที่ชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยนั้น ต่อไปจะไม่มีประชาชนมาร่วมปกป้องประชาธิปไตย หมายจับดังกล่าวจึงไม่ชอบ เพราะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศาลอุทธรณ์กำลังพิจารณาเรื่องเพิกถอนหมายจับอยู่ หลังถูกจับกุมพนักงานสอบสวนไม่ได้พาไปสอบสวนที่ สน.นางเลิ้ง แต่กลับเปลี่ยนเส้นทางบนทางด่วน ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ บก.ตชด.ภ.1 จึงขอความเมตตาศาลกรุณาระงับหมายจับและเพิกถอนหมาย เพราะการจับกุมซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสาระสำคัญในการออกหมายจับ เกิดจากเมื่อวันที่ 26 ส.ค.51 ที่มีการบุกทำเนียบรัฐบาล ขณะนั้นตนอยู่ที่จ.นครราชสีมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวในกรุงเทพฯเลย
ด้าน พ.ต.ท.ภูเบศ เบิกความว่า พนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานว่า นายไชยวัฒน์ ได้ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 51 ซึ่งทางคดีมีหลักฐานเป็นวีซีดีบันทึกการปราศรัยโจมตีรัฐบาล การเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อกดดันรัฐบาล ส่วนเหตุการณ์ในวันที่ 26 ส.ค.51 นั้น นายไชยวัฒน์ ได้พากลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา พร้อมกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ในกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอหมายจับกุม หลังจับกุมนายไชยวัฒน์ ได้นั้นเบื้องต้นชุดจับกุมจะนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สน.นางเลิ้ง แต่ผู้บังคับบัญชาเห็นว่า สน.นางเลิ้ง ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณที่กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมอยู่ เกรงว่าจะถูกปิดล้อม เพราะในอดีต สน.นางเลิ้ง เคยถูกเผามาแล้ว เพื่อความปลอดภัยจึงต้องนำตัวนายไชยวัฒน์ ไปสอบสอนที่ ตชด.ภ.1จ.ปทุมธานี ทั้งนี้ บช.น. ได้ตั้งชุดพนักงานสอบสวนขึ้นมาทำคดีนี้โดยเฉพาะ ฉะนั้นพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ จึงไม่มีความจำเป็นต้องร่วมทำการสอบสวน
ภายหลังทำการไต่สวนเสร็จศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตให้พนักงานสอบสวนฝากขังหรือไม่ในเวลา 14.00 น. ส่วนที่ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังนั้น ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 6 ต.ค.นี้
จับ ''''''ไชยวัฒน์'''''' การเมืองระอุ !?!
นับตั้งแต่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป่านกหวีดส่งสัญญาณนำผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวจากสะพานมัฆวานรังสรรค์เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมเป็นต้นมา การเมืองก็เริ่มร้อนระอุขึ้นเป็นเงาตามตัว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
