หลังจากก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายวิศาล ดิลกวณิช พิธีกรรายการข่าว เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จนกลายเป็นข่าวครึกโครมเพียงชั่วพริบตา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ก็เริ่มกิจกรรมแรกของวันด้วยการทำบุญทันทีนายชูวิทย์เดินทางไปที่วัดศรีบุญเรือง และทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วยการถวายสังฆทาน และปล่อยเต่า 19 ตัว โดยเขียนชื่อ-นามสกุล และอายุของตัวเองไว้ที่ท้องเต่าด้วย จากนั้นจึงปล่อยนก 7 ตัว ปลาไหล 7 ตัว และหอยขมอีก 600 ตัว
นายชูวิทย์กล่าวว่า การมาทำบุญครั้งนี้เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร และเพื่อความสบายใจของตัวเอง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ตนรู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และเยาวชนไม่ควรทำตาม
นายชูวิทย์กล่าวยอมรับว่า โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้คงจะต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์เท่านั้น แต่ผมจะสู้ต่อไปอย่างไม่ท้อถอย
ส่วนกรณี กกต.กทม. กำลังตรวจสอบป้ายประชาสัมพันธ์ กทม.ของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ และอาจทำให้โดนใบเหลือง นายชูวิทย์ ระบุว่า หากนายอภิรักษ์ ได้รับใบเหลือง ตนก็อาจลงสมัครอีกครั้ง
วิศาล ช้ำพิษศอก-เท้า ลาพัก 7 วัน
สำหรับอาการล่าสุดของนายวิศาล ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช เจ้าตัว ระบุว่า ขณะนี้ยังมีอาการปวดศีรษะ และท้ายทอยทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งหูซ้าย และหูขวา ปวดคอ มีอาการระบม โดยแพทย์ได้ให้ยา และบอกให้พักฟื้นรอดูอาการ 2 วัน เพราะมีภาวะโลกหมุน
เมื่อถามถึงการดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ นายวิศาลระบุว่า ได้เข้าให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งเทปโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของนายชูวิทย์ ที่กล่าวหาตนด้วยข้อความที่ไม่เป็นความจริงว่า ตนบอกว่า นายชูวิทย์ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ซึ่งตนไม่ได้พูด เป็นการอ้างคำพูดที่เป็นเท็จ ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ซึ่งตนจะรวบรวมพยานหลักฐานให้ทีมทนายฟ้องหมิ่นประมาทนายชูวิทย์ ส่วนคดีทางแพ่ง อาจจะปรึกษาทีมทนายอีกครั้งว่าจะเรียกค่าเสียหายเท่าไร โดยเงินที่ได้มาจะมอบให้การกุศล
ด้านนายสำราญ ฉัตรโท รองผู้จัดการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ระบุว่า เดิมวันที่ 3 ตุลาคม นายวิศาล จะต้องมาจัดรายการตามปกติในช่วงวิเคราะห์เลือกตั้งอเมริกา แต่นายวิศาลไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะสภาพร่างกายยังไม่เอื้ออำนวย ต้องพักฟื้นเป็นเวลา 7 วัน จึงให้ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล มาดำเนินรายการแทน โดยให้นายวิศาลพักรักษาร่างกายอยู่ที่บ้าน
ขณะที่ พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดแล้ว และจะสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ประมาณ 1-2 คน ซึ่งน่าจะเพียงพอ ขณะนี้เหลือเพียงผลวินิจฉัยทางการแพทย์ว่า นายวิศาลมีอาการบาดเจ็บแค่ไหนจึงจะสามารถแจ้งข้อหากับนายชูวิทย์ได้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งข้อหาทำร้ายร่างกายธรรมดา ซึ่งเป็นข้อหาลหุโทษ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากแพทย์ระบุว่าเป็นอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผกก.สน.ทองหล่อ ระบุว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ปรากฏ เพราะคดีนี้เป็นคดีธรรมดาไม่ซับซ้อน ส่วนการออกหมายเรียกนายชูวิทย์ เชื่อว่าน่าจะใช้เวลาไม่นาน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเมื่อไร ต้องรอวินิจฉัยจากแพทย์เป็นสำคัญ
สองหนวด รุมถล่ม ดร.แดน
ส่วนการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัครยังเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ณ โรงแรมเซนทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ได้จัดเวทีดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หัวข้อ ประชันนโยบายเลือกผู้ว่าโค้งสุดท้ายเลือกผู้ว่าฯ กทม. โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมได้แก่ นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน นางลีนา จังจรรจา ผู้สมัครหมายเลข 7 รวมทั้ง นายชูวิทย์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ซึ่งตอบรับเข้ามาประชันวิสัยทัศน์ด้วย
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.ต้องมีวิสัยทัศน์ และการปฏิบัติที่ดีจริงเพื่อให้ กทม. เป็นมาตรฐานโลก โดยต้องมีทีมงาน และการเตรียมการอย่างครบวงจร และมีแนวคิดที่จะขอเวลาจากสถานีโทรทัศน์ช่อง ทีเอ็นเอ็น เพื่อจัดรายการผู้ว่าฯ พบประชาชน
นายประภัสร์ กล่าววิพากษ์นโยบายของนายเกรียงศักดิ์ว่า ในฐานะผู้มีประสบการณ์ทำงานในชีวิตจริง นายเกรียงศักดิ์ อาจจะมีมุมมองในนักวิชาการ แต่อาจจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ และในการทำงานที่บอกว่าไม่ใช้กฎหมายคงจะไม่ได้ในระบบราชการไทย ส่วนนโยบายการแก้ไขปัญหาจราจรจะให้มีระบบตั๋วร่วม และเห็นด้วยที่จะนำรถเมล์มาเป็นของกทม. และจะรณรงค์ให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน
นางลีนา ระบุว่า จะจัดระบบพ่อค้าแม่ค้าให้ขายของได้ทุกวัน และจะขึ้นเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่ กทม. 2 เท่า เพื่อแก้ปัญหาการรีดไถ และรณรงค์ให้แต่งชุดไทยขายของ โดยเฉพาะผู้ค้าในย่านโบ๊เบ๊
นายชูวิทย์ กล่าววิพากษ์นายเกรียงศักดิ์อีกว่า สิ่งที่นายเกรียงศักดิ์เสนอเป็นมุมของนักวิชาการ แต่ระบบราชการแบบ กทม. จะเปลี่ยนได้ทันหรือไม่ภายใน 4 ปีย ส่วนนโยบายของตนจะหาเงินให้กทม. จะสร้างเมืองท่องเที่ยว และจะนำภาษีไปใช้อย่างโปร่งใส และคุ้มค่าที่สุด
อภิรักษ์ เปิดเวที ชี้แจงข้อกล่าวหา
ขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 เปิดแถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาที่ถูกคู่แข่งนำมาโจมตีว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้สมัครบางคนได้กล่าวโจมตีความไม่โปร่งใสในการทำงานในเรื่องต่างๆ เช่น โครงการจัดซื้อรถเรือดับเพลิง กทม. การก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายตากสิน-วงเวียนใหญ่ ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร โดยเรื่องรถดับเพลิงเป็นโครงการที่รัฐบาลในสมัยนั้นผลักดัน และดำเนินการก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯ เมื่อปี 2547 ส่วนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ตนขอยืนยันว่า คนฝั่งธนบุรีจะได้ใช้บริการในต้นเดือนเมษายน 2552 แน่นอน สำหรับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง ชาว กทม.ในย่านบางนา ก็จะใช้ได้ในปี 2553 เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ถูกร้องเรียนว่า ป้ายประชาสัมพันธ์ กทม. อาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ และอาจได้รับใบเหลือง นายอภิรักษ์ ตอบว่า ตนไม่กังวล เพราะเป็นการร้องเรียนเรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ สมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม.ไม่เกี่ยวข้องกับการสมัครลงผู้ว่าฯ กทม.
กกต.กทม.ส่งสำนวนป้ายอภิรักษ์ 6 ต.ค.
นายพิงค์ รุ่งสมัย ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จะส่งสำนวนข้อร้องเรียนในกรณีป้ายประชาสัมพันธ์ กทม. เอื้อประโยชน์ให้นายอภิรักษ์ ไปยัง กกต.กลาง ในวันที่ 6 ตุลาคม จากเดิมที่คาดว่าจะส่งได้ภายในวันที่ 3 ตุลาคม เพราะกระบวนการธุรการยังไม่แล้วเสร็จ และ กกต.กลาง สามารถเรียกสอบพยานเพิ่มได้ หากเห็นว่าข้อมูลยังไม่ครบถ้วนเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
ส่วนกระแสข่าวที่นายอภิรักษ์อาจได้ใบเหลือง ประธาน กกต.กทม. กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบได้ว่าจริงหรือไม่ เพราะเป็นมารยาทที่จะไม่เปิดเผยผลสรุปในชั้นนี้ และได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องห้ามเปิดเผยข้อมูลด้วย เพราะอำนาจการพิจารณาอยู่ที่ กกต.กลาง
สำหรับการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งในวันที่ 5 ตุลาคม นี้ นายพิงค์ กล่าวว่า กกต.กทม.มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ และบุคลากร จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์ให้ได้ร้อยละ 70 ตามเป้าที่วางเอาไว้
นายประพันธ์ นัยโกวิท คณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต.พร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แม้จะห่วงเรื่องฝน แต่ก็เตรียมพร้อม โดยย้ายหน่วยเลือกตั้ง 9 หน่วย ซึ่งเสี่ยงน้ำท่วม แต่ไม่ไกลจากจุดเดิม โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิ์ได้รับทราบ
เมื่อถามถึงข้อร้องเรียนเรื่องป้ายประชาสัมพันธ์ กทม. และการแจกไว-ไฟ การ์ดของนายอภิรักษ์ นายประพันธ์ ระบุว่า กกต.คงวินิจฉัยไม่ทันก่อนเลือกตั้ง หากนายอภิรักษ์ ได้รับเลือกตั้งอาจประกาศรับรองไปก่อน และหากพบว่าผิดก็จะร้องให้ศาลเพิกถอนสิทธิ์ส่วนผู้สมัครคนอื่นก็ต้องระวัง หากนำเรื่องร้องเรียนไปโจมตีก็อาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 57 ของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสี
จับ ''''''ไชยวัฒน์'''''' การเมืองระอุ !?!
นับตั้งแต่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป่านกหวีดส่งสัญญาณนำผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวจากสะพานมัฆวานรังสรรค์เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมเป็นต้นมา การเมืองก็เริ่มร้อนระอุขึ้นเป็นเงาตามตัว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
