ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่น โรงแรมเซนทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ย ชั้นที่ 22 ในเวทีดีเบตผู้สมัครชิงผู้ว่ากรุงเทพมหานครย ในหัวข้อ ประชันนโยบายเลือกผู้ว่าโค้งสุดท้ายเลือกผู้ว่ากทม. มีผู้สมัครผู้ว่าฯเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) หมายเลข 2 นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม. พรรคพลังประชาชน หมายเลข 10ย นางลีนา จังจรรจา ผู้สมัครฯ หมายเลข 7ย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องมีวิสัยทัศน์และการปฏิบัติที่ดีจริงเพื่อให้กทม.เป็นมาตรฐานโลกต้องมีทีมงานและการเตรียมอย่างครบวงจร ให้ผสมกัน สังคมไทยมีวิธีหลากหลายต้องทำให้สำเร็จ ผู้ดำเนินรายการถามว่ามีแนวคิดโอนเรือและรถเมล์มาเป็นของ กทม.ว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะโอนอะไรที่ไม่ควรโอนก็ไม่โอน แต่หนีของ ขมสก.ให้เก็บไว้ที่เดิมไม่เกี่ยวกับ กทม.
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า จะขอเวลารายการ ทีเอ็นเอ็นจะขอออกรายการผู้ว่าฯพบประชาชน
นางลีนา กล่าวว่า นโยบายที่นายเกรียงศักดิ์ บอกว่ามีตั้ง 300 นโยบายจะทำได้หรือไม่
นายชูวิทย์ กล่าวว่า สิ่งที่ นายเกรียงศักดิ์เสนอเป็นมุมของนักวิชาการบอกว่าปฏิบัติได้ทุกคนก็ปฏิบัติได้ย อยากให้นายเกรียงศักดิ์ประสบความสำเร็จ สิ่งที่นำเสนอสิ่งดีๆใหม่ๆ แต่ถามว่าระบบราชการแบบกทม.เราจะเปลี่ยนทันไหมใน 4 ปีย เมื่อยังมองเห็นปัญหาของภาพลักษณ์ที่ต้องแก้ไข ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะความหลากหลายของกทม.มีมากหมาย คงจะมีคนมาร่วมงาน หลายพันคน คาดหวังในสิ่งที่มีผลตอบเทนในเรื่องของการได้คะแนนสิ่งที่คนใกล้ชิดคิดว่าจะได้ ก็ต้องควบคุม การทำงานของกทม.ต้องครบรูปทุกอย่างทั้งบู๊และบุ๋น ต้องระวังคนที่แสวงหาผลประโยชน์มีมาก เรื่องการทุจริตก็ต้องใส่ไว้ในนโยบาย
นายประภัสร์ กล่าวว่า ต้องบอกตรงๆว่าในฐานะผู้มีประสบการณ์ทำงานในชีวิตจริง นายเกรียงศักดิ์ อาจจะมีมุมมองในนักวิชาการย ในการทำงานที่บอกว่าไม่ใช่กฎหมายคงไม่ได้ในระบบราชการของไทย และการทำงานไม่มีความเป็นอิสระจากทีมงานที่ร่วมต้องการผลประโยชน์ทั้งนั้น
นายเกรียงศักดิ์ ชี้แจงถึงกรณีที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม.วิพากษ์วิจารณ์ ว่า เรื่องความเป็นอิสระของผมนั้นดีกว่าที่มีใบสั่งจากนักเมืองแต่ผมได้รับใบสั่งจากประชาชน
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า คนที่อาสามาช่วยเหลือผม 3,000 คน ที่มาช่วยผมนั่นตั้งใจมาช่วย ผมไม่ได้บอกว่าไม่ใช้กฎหมายแต่จะใช้ความคิดนอกกรอบ แต่การชนะนั้นคือทุกคนจะได้รับจุดหมายที่มีเป้าหมายเดียวกัน
นายชูวิทย์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ที่ชูเรื่องการเป็นนักตรวจสอบจะชนะใจคนกทม.ได้หรือไม่ ว่า พยายามสร้างความฝันให้กทม.แต่ไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน ผมบอกว่าคนเราต้องรู้ปัญหารู้วิธีแก้ก่อนจะมองไปที่อนาคต หากไม่แก้แบบล้มกระดานแก้ลำบาก ทั้งเดือนที่ผมออกมาพูดก็หาว่าโจมตี ทั้งเรื่องต่างๆที่พูดไปไมได้เกิดสมัยเดียวแต่รวมตัวกันมากขึ้น คนหิวข้าวต้องกินตอนนี้ไปกินในอนาคตไม่ได้ ผมไม่ได้บอกว่าจะตรวจสอบอย่างเดียวผมบอกว่าผมเป็นพ่อค้าผมจะหาเงินให้กทม. แล้วเงินภาษีที่ออกมาต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุดไม่เอาเงินสองพันล้านไปสร้างโรงฆ่าสัตว์จอดไว้เฉยๆ 2 ปี ผมไม่มีใครมาบังคับทั้งนั้น
นายชูวิทย์ กล่าวว่า นโยบายที่ผมพูดไปก็ไม่มีใครฟังตั้งนโยบายหลักคือเป็นเมืองท่องเที่ยวและติดตามเรื่องกายภาพเรื่องเงินทุกบาททุกสตางค์ว่าภาษีของคนกรุงเอาเงินไปที่ไหน มีเมืองไหนที่ป้ายโฆษณาไปอยู่กลางถนนได้
นางลีนา กล่าวว่า ชื่นชมที่ออกมาแฉเรื่องทุจริต ไปหลายเวทีดีเบตแต่ไม่เคยพูดถึงนโยบายเพื่อจะได้วิพากษ์วิจารณ์
นายประภัสร์ กล่าวว่า นายชูวิทย์พูดเป็นสิ่งที่ดีเพราะคนไทยมองแต่ภาพไม่ใช่นักการเมืองไม่ใช่ผู้สอนศาสนา ไม่ใช้วิจารณ์ภาพลบว่าไปกัดคนนั้นคนนี้ เป็นฐานที่จะใช้ในตัดสินใจ อาจจะเป็นเพราะความจริงเริ่มตามทันภาพ
ทางด้านนางลีนาขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ว่า จะจัดระบบของพ่อค้าแม่ค้าใหม่ขายได้ทุกวันทำความสะอาดเอง และขึ้นเงินเดือนให้ 2 เท่า ไม่ต้องไปรีดไถพ่อค้าแม่ค้า และเว้นทางเท้าใครทำผิดกฎยึดใบอนุญาต และรณรงค์ให้แต่งชุดไทยขายของโดยเฉพาะม็อบโบ๊เบ้และไปแนะนำทางกฎหมายจนปรับคนละ 5,000 บาท
นายประภัสร์ กล่าว่า จริงๆแล้วถ้าทำอย่างนั้นได้จะดีแต่จะเป็นสองมาตรฐานหรือเปล่า
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า นางลีนา อยากช่วยคนตกทุกข์และไม่ขอวิจารณ์มากอยากให้ทำสำเร็จและจัดระบบคิดให้ดี
ผู้ดำเนินรายการถามนางลีนาว่า มีผู้ชายครึ่งค่อนห้องว่า นางลีนากดขี่ทางเพศว่าคุณธรรมผู้หญิงมีคุณธรรมมากกว่าผู้ชายว่า เป็นความจริงจากประสบการณ์ชีวิตและนักวิชาการที่ทำวิจัยว่าผู้หญิงมีคุณธรรมมากกว่าผู้ชายย เมื่อถามว่าบัญหาโบ๊เบ๊ยังยืดเยื้ออยู่นางลีนา กล่าวว่า ใกล้เลือกตั้งตอนนี้เปิดให้ขายแล้ว
ข้อมูลจาก มติชน
