เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่ออำลาตำแหน่ง หลังไม่ปรากฏชื่อในโผแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล สมชาย 1 ว่า ไม่คิดน้อยใจแม้จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป แต่ก็จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และพร้อมช่วยผลักดันงานของกระทรวงศึกษาธิการในบางเรื่องที่ยังค้างอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติวิทยาลัยชุมชนพร้อมกันนี้ขอฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ช่วยผลักดันเรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เพราะขณะนี้มีหนังสือร้องเรียนจากนักศึกษาจำนวนมากว่ายังไม่สามารถกู้เงิน กรอ. และ กยศ. ได้ ขณะเดียวกันอยากฝากให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พิจารณาเรื่องการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา (แอดมิสชั่น) ประจำปีการศึกษา 2553 อย่างรอบคอบอีกครั้ง โดยรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ผลักดันการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนที่มีอยู่ 19 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเห็นว่าคนในชุมชนให้ความสนใจเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งช่วยแก้ปัญหาให้แก่คนในชุมชนได้มาก
นายบุญลือ กล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการ ควรมีตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเพื่อแบ่งเบาภาระ เพราะหากมีเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพียงคนเดียวคงรับภาระงานไม่ไหวแน่ และจะทำให้งานด้านการศึกษาล่าช้า ขณะที่ นายพงศกร อรรณนพพร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เก็บของไว้หมดแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก มติชน
