เสรีพิสุทธิ์ สั่งตำรวจทุกพื้นที่ใช้ข้อกฎหมายคุมม็อบให้อยู่ในกรอบกฏหมาย หากก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองคนนั้นไม่ใช่คนไทย ปัดคดีหลานแกนนำม็อบซุกระเบิดไม่เกี่ยวการเมือง(19พค.) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวช รักษาการผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวแกนนำกลุ่มพิราบขาวที่เคลื่อนไหวการชุมนุมในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ว่า สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่นั้นคงบอกไม่ได้ เพราะตำรวจไม่สามารถห้ามไม่ให้มีการชุมนุมเกิดขึ้นมาได้ แต่ตำรวจและเจ้าหน้าที่การปกครองสามารถจะทำห้น่าที่การรักษากฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดได้ เพื่อให้สังคมมีความเรียบร้อยสงบสุข โดยตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยนำข้อกฎหมายมาใช้กัยผู้ชุมนุมและกำชับให้ดูแลผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสงบัรียบร้อย
ต่อข้อถามว่า หากมีการตัดสินคดียุบพรรคการเมืองจะส่งผลให้สภาณการณ์การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุนรุนแรงขึ้นหรือไม่ และตำรวจจะควบคุมได้มากน้อยแค่ไหน พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ กล่าวว่า ตำรวจจะควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน เพราะถ้าเป็นคนไทยที่ดี ต้องเป็นคนที่สร้างสรรค์บ้านเมือง ไม่ใช่คนที่มาก่อกวนสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม ถ้าเป็นคนแบบนี้คงไม่ใช่คนไทยแน่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงต้องใช้ข้อกฎหมายในการดำเนินการเพื่อให้สังคมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ยังกล่าวถึง คดีที่พบระเบิดพาวเวอร์เจล ระเบิดน้อยหน่า และอุปกรณ์ในการประกอบวัตถุระเบิดในห้องเช่าที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 53 โดยมีนายสมพงษ์ อินทร์งาม หลานชายนายเพียร ยงหนู ประธานสมาพันธ์สหภาพแรงงงานเปิดผู้เช่าห้องดังกล่าว ซึ่งหลายฝ่ายออกมาวิจารณ์ว่า พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ด่วยสรุปเร็วเกินไปว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง ว่า ไม่ใช่เรื่องด่วนสรุปหรือด่วนตัดสินใจอะไร เพระอยู่ดี ๆ จะให้ตนไปบอกว่าระเบิดที่พบเกี่ยวข้องกับทางการเมืองคงไม่ใช่ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน ตอนนี้ ตำรวจนครบาลกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่า เหตุระเบิด 9 จุดในกทม.มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่เท่าที่ได้รับรายงานยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้
ต่อข้อถามว่าที่กรณีที่นายเพียรออกมาปฏิเสธว่าหลานชายม่เหกี่ยวข้องกับคดีซุกระเบิดในห้องเช่า และรู้ว่าขณะนี้หลานชายอยู่ที่ไหน แต่ไม่ยอมนำตัวมาพบพนักงานสอบสวนจะมีความผิดร่วมด้วยหรือไม่ โทษฐานรู้เห็นเป็นใจให้มีการหลบหนี พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ กล่าวว่า นายสมพงษ์ยังไม่มีความผิดอะไร เพราะศาลยังไม่อนุมัติหมายจับ ตำรวจก็ยังไม่สามารถออกหมายจับได้ การที่นายเพียรจะพาหลานไปไหนก็ทำได้ตามปกติ ไม่ความผิดอะไร หากศาลอนุมัติหมายจับออกมาเมื่อไหร่ และมีคนรู้เห็นเป็นใจให้ผู้ต้องหาหลบหนีก็มีความผิดร่วมด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
