“เสธ.แดง” อ่วมหนัก เจอศาลออกหมายจับ 2 คดีรวด หลังดอดไปอเมริกา เบี้ยวไม่ไปฟังคำพิพากษา-สืบพยาน คดีหมิ่นประมาท '''เสรีพิศุทธ์''' จับบ่อนประตูน้ำ สร้างผลงานนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. หวังดันพี่เมียขึ้น ผบช.น. นัดตัดสินอีกครั้ง 19 มิ.ย.นี้ ด้าน '''รักษาการ ผบ.ตร.''' แย้มคู่กรณีกลับมาถึงไทยเมื่อไหร่ เป็นหน้าที่ตำรวจ ตม. ดำเนินการ ขณะที่ทนายความฝ่ายโจทก์ ขู่ทับ เตรียมฟ้องคดีหมิ่นสัปดาห์หน้า อีก 5 สำนวนที่ห้องพิจารณา 812 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 18 พ.ค. ศาลนัดพิพากษาคดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และนายวัชระ เพชรทอง บก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า (โจทก์ถอนฟ้องแล้วตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 20-21 ก.พ. 2549 พล.ต.ขัตติยะ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์แนวหน้า กล่าวถึง พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ว่าในการปฏิบัติหน้าที่จับบ่อนพนัน '''ประตูน้ำ''' เพื่อหวังสร้างผลงานให้ได้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. และพยายามสนับสนุนให้ พล.ต.ท. ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี ผบช.สนง.ผบ.ตร. พี่ชายของภรรยา ได้เป็น ผบช.น. แทน พล.ต.ท. วิโรจน์ จันทรังษี
โดยวันนี้ พล.ต.ขัตติยะ และทนายความ ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา แต่มอบอำนาจให้เสมียนทนายความ นำคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษามายื่นต่อศาล อ้างเหตุว่า จำเลยติดภารกิจต้องเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา กะทันหัน เนื่องจากต้องเดินทางไปรับบุตรที่สำเร็จการศึกษา ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของจำเลยไม่ได้ระบุวัน เวลา เที่ยวบิน สายการบินที่จำเลยเดินทางไป และกลับ รวมทั้งไม่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาของบุตรว่าศึกษาสถาบันใด ตั้งอยู่ที่ใด ประกอบกับการยื่นหนังสือลากิจของจำเลยต่อราชการที่นำมาแสดงต่อศาล พบว่าได้ยื่นหลังจากจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาแล้ว จึงเชื่อว่าจำเลยมีพฤติกรรมจงใจไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาต่อไป ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรค 2 โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 19 มิ.ย. นี้ เวลา 09.00 น.
ขณะเดียวกันที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ รักษาการ ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ หรือเสธ.แดง นายไพฑูรย์ สุนทร บก.หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และนายประชา เหตระกูล บก.หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2549 พล.ต.ขัตติยะ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กล่าวหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าในการบุกจับบ่อนพนัน '''ประตูน้ำ''' ได้บังคับผู้ต้องหาซึ่งเป็นนักพนันจำนวน 33 คน ให้การปรักปรำนายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ '''ปอ ประตูน้ำ''' รวมทั้งกล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดบ่อนลอยฟ้าด้วย
โดยวันนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ รักษาการ ผบ.ตร. เดินทางมาศาลเพื่อเตรียมขึ้นเบิกความเป็นพยานด้วยตัวเอง แต่ พล.ต.ขัตติยะ จำเลย และทนายความ ไม่ได้เดินทางมาศาล และไม่ยื่นคำร้องใด ๆ เพื่อขอเลื่อนการพิจารณา หรือขอสืบพยานลับหลังจำเลย ขณะที่จำเลยที่ 2-3 และทนายความเดินทางมาศาล พร้อมฟังการพิจารณาคดี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมที่จะประวิงเวลาพิจารณาคดี ซึ่งคดีนี้ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานต่อเนื่อง จำเลยทราบวันนัดแล้วไม่เดินทางมาฟังการพิจารณาคดี ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยเพื่อฟัง การพิจารณาคดีต่อไป โดยนัดสืบพยานโจทก์อีกครั้งวันที่ 26 มิ.ย. นี้ เวลา 09.00 น.
หลังออกจากห้องพิจารณาคดี พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อขณะนี้ ศาลมีคำสั่งออกหมายจับหลังจากที่ พล.ต.ขัตติยะ อ้างว่าเดินทางมาศาลไม่ได้วันนี้เพราะไปต่างประเทศ แล้ว ต่อไปจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งหาก พล.ต.ขัตติยะ เดินทางกลับเข้ามาประเทศเมื่อใด เจ้าหน้าที่ ตม. จะควบคุมตัว พล.ต.ขัตติยะ มาส่งมอบให้ศาลเพื่อฟังคำพิพากษา และดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องติดตามตัวจำเลยตามหมายจับเพื่อนำตัวส่งศาล ตนจะไม่สั่งการหรือเร่งรัดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตม. ดำเนินการ
ขณะที่ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้คดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ เป็นจำเลยต่อศาลในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ ที่พาดพิงการปฏิบัติหน้าที่จับบ่อนพนันมีมากถึง 29 คดี และยังมีสำนวนที่ยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้อีก 1 คดีด้วย โดยขณะนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตรียมยื่นฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ เป็นจำเลย คดีหมิ่นประมาทฯ เพิ่มอีก 4-5 สำนวนในกรณีที่ พล.ต.ขัตติยะ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกล่าวพาดพิงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ สตช. รวมทั้งองค์กรศาล ซึ่งตนจะยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาภายในสัปดาห์หน้า.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
