คมช.ยันไม่คิดล้างแค้น ‘แม้ว’ ‘ตร.’ตามปิดสถานีวิทยุชุมชนคมช.ยันไม่ได้คิดล้างแค้น “แม้ว” แค่รบตามหน้าที่ ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มั่นใจหลัง 30 พ.ค.ทกคนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ เผยเมืองไทยมี 75 ล้านคนที่พร้อมดูแลชาติไม่ใช่คนเพียงกลุ่มเดียว '''สนธิ''' มั่นใจจะพล่ามกี่หนก็ไม่กระทบการทำงานของ คมช. ยันไม่เคยมีอคติ ด้าน '''สพรั่ง''' พลิ้วไม่ตอบคำถามกลั่นแกล้งครอบครัว '''แม้ว''' เหน็บเล่นลิ้นพูดดีแต่วาจาชั่ว ตำรวจไล่ล่าปิดสถานีวิทยุชุมชนเป็นว่าเล่น นักสิทธิมนุษยชนโวยปิดสถานีวิทยุอ้างความมั่นคงฟังไม่ขึ้น เด็ก ทรท. ช่วยซ้ำแนะ คมช.ส่องกระจกจะเห็นเงาเผด็จการ ลั่นถ้าพรรคถูกยุบรอเสียงนกหวีดพร้อมยึดภาคอีสานทันที '''แอ้ด''' มั่นใจสันติวิธีและเลือกตั้งเร็วขึ้นจะสยบปัญหา ด้านรัฐธรรมนูญยกเถียงกันไม่เลิก เชื่อสัดส่วน ส.ส.จะเป็นชนวนในการคว่ำร่าง
'''แม้ว''' จ้อไม่กระทบ คมช.
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธาน คมช. กล่าวถึงแนวทางการควบคุมวิทยุชุมชนว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจและกรมประชาสัมพันธ์ที่จะควบคุมดูแลหน้าที่ ตนเคยพูดแล้วว่าภายในเดือน พ.ค. จะมีอะไรออกมาให้เห็นบ่อยครั้ง การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดไม่ได้ส่งผลอะไรเลย เรารู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้น ยิ่งมีเหตุการณ์อย่างนี้เราจะได้ลงไปดูแลวิทยุชุมชนมากขึ้น
เมื่อถามย้ำว่าหากพบว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกจำเป็นต้องสั่งปิดวิทยุชุมชนเลยหรือไม่ ประธาน คมช. กล่าวว่า การให้ความร่วมมือหรือไม่มันต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ต่อข้อถามว่าการออกมาพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการหวังผลทางการเมืองหรือหวังผลกับทางครอบครัวเขา พล.อ.สนธิกล่าวว่า ตนพูดไปหลายครั้งแล้วว่าเราให้ความสำคัญในระดับหนึ่งเท่านั้น คิดว่าประชาชนจะเป็นคนคอยฟังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเป็นผู้ตัดสิน แต่ไม่ว่าจะออกมากี่ครั้งก็ไม่กระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือ คมช.
สั่งสกัดทุกเส้นเข้ากรุง
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าความสมานฉันท์ในประเทศยังไม่เกิดขึ้น พล.อ.สนธิกล่าวว่า มันเกิดแล้วเราได้สร้างความสมานฉันท์ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นความตั้งใจจริงของรัฐบาล เมื่อถามว่าเราไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณอีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่ ประธาน คมช. กล่าวว่า ต้องว่าไปตามกฎหมาย ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าทาง คมช. รังแกเขาและครอบครัว พล.อ.สนธิกล่าวว่า อำนาจของ คมช. ไม่มี แต่กฎหมายเป็นผู้ดำเนินการเราไม่มีอคติไม่มีอะไรทั้งสิ้น เอาความถูกต้องของกฎหมายเป็นตัวกำหนด
พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง เราได้เรียกวิทยุชุมชนมาทำความเข้าใจแล้วว่าสิ่งไหนควรไม่ควร ส่วนความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้น คมช. เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทุกอย่างเริ่มชัดขึ้น คมช. เตรียมสกัดคนต่างจังหวัดที่จะเข้า กทม. ในช่วงสิ้นเดือน พร้อมทำความเข้าใจกับคน กทม. ไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหว รัฐบาลมั่นใจว่าคุมได้
ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. และรองประธาน คมช. กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พูดออกรายการวิทยุชุมชนว่า เป็นธรรมดาของคนที่กำลังถูกฟ้องร้องที่จะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำทุกอย่างต้องให้เกิดความยุติธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย คนไหนทำผิดก็ต้องดำเนินการตามวิถีทาง เข้าใจว่าหลังจาก 30 พ.ค.ไปแล้วทุกคนจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร
การแสดงออกของคนและกิจกรรมใด ๆ เป็นตัวบ่งบอกว่าใครคิดทำอย่างไร ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ทำดีก็ได้ดีทำชั่วก็ได้ชั่ว ถ้าคิดว่าทำดีแล้วกฎหมายคงทำอะไรไม่ได้''' ผบ.ทอ. กล่าว เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่ารัฐบาลและ คมช. พยายามล้างแค้น รองประธาน คมช. กล่าวว่า ตนยังมองไม่เห็นว่า คมช. และทหารถูกทำให้เกิดความแค้นอะไร เหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ทหารไม่ได้โกรธเกลียด แต่ที่ทหารต้องปฏิรูปเพราะต้องปรับประเทศให้เข้าสู่จุดที่ดีขึ้น เท่าที่มองจุดเริ่มต้นมาจากกฎหมายมีช่องโหว่จึงพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ เพราะจะเห็นได้ว่าใครทำผิดก็เป็นไปตามผิด ถ้าใครฆ่าคนตายก็ต้องถูกพิพากษา
กดดัน '''แอ้ด''' แค่กุศโลบาย
รองประธาน คมช. กล่าวต่อว่า บ้านเมืองต้องเดินต่อไปตามกฎหมาย ถ้ากลับไปพิจารณารัฐธรรมนูญปี 40 ใหม่ก็จะอยู่ในร่างเดิม ขณะนี้มีบางพรรคใช้จุดอ่อนจุดด้อยมาทำให้เกิดข้อขัดข้องในบ้านเมือง ถ้าไม่แก้ไขกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเหตุการณ์ก็จะเกิดขึ้นอีก และถ้าแก้แล้วต้องมองไกล ๆ กว้าง ๆ อย่าคิดถึงคนกลุ่มเดียวหรือคนไม่กี่กลุ่ม ส่วนเรื่องความแตกแยก ระหว่างรัฐบาลและ คมช. ไม่เคยมี มีแต่หารือช่วยเหลือกันตลอดเพื่อประคองแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประเทศในอนาคตเข้มแข็ง บางประเทศที่ปกครองด้วยรัฐบาลทหาร เป็นเพราะว่าไม่สามารถทำให้ประเทศเกิดประชาธิปไตยได้ ในขณะที่ คมช. และทหารพยายามเพื่อให้ภารกิจตรงนี้สำเร็จ
เมื่อถามว่ามีการกดดันให้นายกฯออกจากตำแหน่ง รองประธาน คมช.กล่าวว่า เป็นกุศโลบายให้เกิดการยั่วยุแตกแยก ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความพยายามเสี้ยมให้นายกฯและประธาน คมช.แตกแยก พล.อ.อ.ชลิตกล่าวว่า ทั้ง 2 ท่านคุยกันตลอด เมื่อถามว่ามีการประเมินสถาน การณ์ที่จะมีผู้มาชุมนุมอย่างไรบ้าง รองประธาน คมช. กล่าวว่า การชุมนุมคงไม่มีอะไรเพราะไม่มีประเด็น ขณะนี้คนไทยมองแต่ว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไร คงไม่มองว่าเอานายกฯท่านนี้หรือท่านไหน สิ่งที่ต้องทำคือการช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็เป็นการเลือกตั้ง เราก็จะได้พรรคการเมืองกลุ่มคนที่ตั้งใจจะเข้ามาพัฒนาประเทศ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
ผู้นำชาติไม่ได้มีคนเดียว
ต่อข้อถามว่าภายหลังการยุบพรรคจะมีการเพิ่มผู้ที่มาชุมนุม พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพื้นที่กับสื่อที่ไปสรุปข่าวไปในทางลบ หากช่วยกันนำเสนอในทางบวกคงไม่มีอะไร การชุมนุมไม่ใช่เรื่องที่ดี ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ เมื่อถามว่าเป็นที่แน่นอนว่า พ.ต.ท. ทักษิณ จะต้องกลับมาให้การในชั้นศาล พล.อ.อ. ชลิตกล่าวว่า อยู่ที่ศาลจะว่าอย่างไร เมื่อถามว่า คมช. เตรียมรับมือการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร รองประธาน คมช. กล่าวว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิกลับประเทศ แต่ว่าเป็นช่วงเวลาใดขึ้นศาล ส่วนเรื่องกองเชียร์ถ้าสื่อมวลชนไม่ช่วยขยายความบางทีก็ไม่มีคนมา
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องบอกกับอดีตตัวนายกฯ หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ทางผู้รับผิดชอบอาจมีการพูดก็ได้ คิดว่าอดีตนายกฯก็รักชาติเหมือนกัน การจะเข้าประเทศหรือไม่อยู่ที่เวลา คนอาสาดูแลประเทศก็มีตั้งเยอะ เพราะประเทศไทยมีคนเกือบ 75 ล้านคน ที่จะดูแลประเทศได้เหมือนกันไม่ใช่คนกลุ่มเดียว ที่ผ่านมาเรามีนายกรัฐมนตรี 10 กว่าคนที่มาดูแลประเทศ ถ้าไม่ผิดจะกลับมาบริหารก็เป็นเรื่องปกติ
'''พรั่ง''' ชี้หวังผลการเมืองชัวร์
พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. กล่าวว่า การพูดออกสถานีวิทยุของ พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อผลทางการเมืองไม่มีเหตุผลอื่น การสมานฉันท์ต้องมาจากความจริงใจปฏิบัติอย่างเดียวไม่ต้องพูด ใครก็ตามที่เคลื่อนไหวถ้ารักบ้านเมืองต้องหยุด ไม่ใช่เรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลสงบและตัวเองฉวยโอกาสรุกเร้า เมื่อถามว่า คมช. และรัฐบาลกลั่นแกล้งครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.สพรั่งกล่าวว่า ขอไม่ตอบคำถามนี้ ต่อข้อถามว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณออกมาพูดเพื่อต้องการให้ประชา ชนลุกฮือหรือไม่ ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. กล่าวว่า ประโยชน์ทางการเมืองไม่ต้องถามถึงการลุกฮือ
ผู้สื่อข่าวถามว่าวิทยุชุมชนควรที่จะให้ความร่วมมือกับทางการหรือไม่ พล.อ.สพรั่งกล่าวว่า วิทยุชุมชนควรให้ความร่วมมือกับบ้านเมืองไม่ต้องทะเลาะผ่านสื่อ ทำให้บ้านเมืองเกิดความรู้สึกว่าผู้ใหญ่เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน หวังเอาชนะคะคานกันโดยที่ประชาชนไม่ได้อะไร ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าบ้านเมืองกำลังสับสนวุ่นวาย พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า คำว่าสับสนตนว่าใจสับสนมากกว่า บ้านเมืองไม่สับสนจิตใจคนสับสนว้าวุ่น ก็เลยออกมาในลักษณะใช้สื่อต่าง ๆ ประชาชนที่รักชาติรักบ้านเมืองย่อมแยกแยะได้ว่า ใครพูดเล่นลิ้นใครพูดเพื่อการเมือง เพื่อให้บ้านแยกออก เว้นแต่คนที่พูดไม่รู้เรื่องพูดดีแต่เป็นวาจาชั่ว
ปัดไม่ตอบเรื่องการแก้แค้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า คมช. จะดำเนินการอย่างไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.สพรั่งกล่าวว่า ไม่ตอบประโยคนี้ เราคงไม่ตอบหรือขัดกับสิ่งที่ศาลกำลังพิจารณา ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า คมช. หวังแก้แค้นครอบครัวเขา ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. กล่าวว่า คำถามนั้นตนถือว่าไม่ได้ยิน เรื่องแก้แค้นคงไม่ใช่วิสัยของพวกเราแน่นอน เราทำตามหน้าที่ไม่ควรมีแค้น เรารบตามหน้าที่เวลายิงศัตรูไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคู่แค้น แค่ปกป้องเอกราชอธิปไตยทำตามหน้าที่อย่ามาเล่นลิ้นกับพวกเรา
'''ต้องขอร้องสื่อสารมวลชนทุกประเภทอย่าทำอะไรที่ทำร้ายชาติ ถ้าเกิดกลียุคคุณต้องรับผิดชอบด้วย ใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดแอบแฝงทำร้ายบ้านเมืองท้ายที่สุดคุณรับกรรมแน่นอน ไม่ใช่ผมแต่เป็นพวกคุณที่ทำร้ายบ้านเมือง''' พล.อ.สพรั่งกล่าวและว่า การปล่อยข่าวความขัดแย้งระหว่างประธาน คมช. และนายกฯ เป็นวิธียุให้รำตำให้รั่วแต่เราไม่หลงกล รัฐบาลกับ คมช. ไม่มีปัญหากัน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลังคำตัดสินคำพิพากษายุบคดีคิดว่ากลุ่มต่าง ๆ คงไม่กล้าที่จะมาชุมนุม
'''แม้ว''' เคลื่อนไหวส่งผลเสีย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา กล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุว่า เป็นสิทธิของท่านที่ต้องพยายามเคลื่อนไหว เพราะจากบ้านเมืองไปในสถาน การณ์ไม่ปกติ แต่ตนเป็นห่วงว่าการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้จะเกิดผลเสียมากกว่า เพราะสถานีวิทยุชุมชนทั้ง 3,000 สถานีทั่วประเทศที่ตั้งขึ้นอย่างผิดกฎหมาย อาจต้องถูกสั่งปิดการที่คิดเร็วทำเร็วพูดเร็วบางทีก็ไม่มีประโยชน์
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีเป้าหมายเพื่อปลุกระดมมวลชนและหวังผลต่อคดียุบพรรคหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า อาจเป็นไปได้ แม้พ.ต.ท.ทักษิณจะยืนยันว่าวางมือทางการเมือง แต่หากพูดบ่อย ๆ จะสร้างผลกระทบได้ ในส่วนของคดียุบพรรคตนกลับมองว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้ส่งผลเสียมากกว่าได้ ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลนั้น ถ้ากลับมาจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน จึงเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องจะพิจารณา
ตร.จับวิทยุชุมชนทันควัน
วันเดียวกัน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 549/6 ถนนวิภาวดี แขวงจอมพล เขตจตุจักร หลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ว่า บ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวดัดแปลงเป็นสำนักงานของบริษัท ชินวัตรเรดิโอ จำกัด และเป็นที่ออกอากาศของสถานีวิทยุคลื่น 92.75 สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ มีนายชินวัตร หาบุญพาด อายุ 52 ปี เป็นประธานบริษัท จากการตรวจค้นภายในห้องส่งออกอากาศพบว่าเป็นเพียงห้องว่างเปล่าไม่มีเครื่องส่งขยายเสียง
นายชินวัตรเปิดเผยว่า การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตนยังไม่ทราบว่าเข้าค้นในข้อหาอะไร สถานีของตนทำตามระเบียบของกรมประชาสัมพันธ์ทุกอย่างไม่ได้ตั้งขึ้นเอง และรายการได้งดออกอากาศตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. แล้ว ส่วนเครื่องรับส่งนั้นได้ส่งไปซ่อม แต่ขอไม่บอกว่าที่ใด ตนขอยืนยันว่า ทางเราไม่ได้โทรฯ ไปหาอดีตนายกฯ ตามระบบการทำงานเมื่อมีคนโทรฯ เข้ามาเราก็จะออกอากาศ รายการตนมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมเพื่อไม่ให้คำสัมภาษณ์กระทบความมั่นคงของชาติ อดีตนายกฯ ก็แค่ฝากความห่วงใยมายังคนไทย ตนเข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องการทำงานจึงอยากฝากไปยัง คมช. และรัฐบาลว่า อย่ากังวลอะไรเกินเหตุเราจัดรายการเพื่อความเป็นธรรม
ปิดวิทยุอ้างความมั่นคงฟังไม่ขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.อำนวยเปิดเผยว่า สน. บางซื่อได้รับแจ้งจากกรมประชาสัมพันธ์ว่า สถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นสถานีวิทยุชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการออกอากาศคำให้สัมภาษณ์ ของอดีตนายกฯแต่อย่างใด เบื้องต้นก็จะเชิญตัวนายชินวัตรไปรับทราบข้อกล่าวหาประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าพบว่ามีความผิดจริงก็จะส่งฟ้องศาล
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่กรมประชาสัมพันธ์สั่งปิดวิทยุชุมชนที่ออกอากาศคำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ไม่เห็นด้วยกับการปิดวิทยุชุมชน หากเห็นว่าคลื่นวิทยุทำผิดกฎหมายก็ควรไปฟ้องดำเนินคดี ถ้าปิดคลื่นวิทยุชุมชนโดยอ้างเหตุความมั่นคงก็ควรพิจารณาดำเนินการกับทุกคลื่น เพราะขณะนี้คลื่นวิทยุชุมชน 2 คลื่น คือ คลื่นที่ตึกทีพีไอ และถนนพระอาทิตย์ ซึ่งออกอากาศโจมตีรัฐบาลและ พล.อ.สุรยุทธ์ตลอด 24 ชั่วโมง แต่กลับไม่ถูกดำเนินการใด ๆ
แนะส่องกระจกดูเงาเผด็จการ
นายอดิศร เพียงเกษ รักษาการกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลและ คมช. จะแตกตื่นไปทำไมกับการให้สัมภาษณ์แค่นี้ ถ้าอยากเป็นประชาธิปไตยก็ต้องให้คนอื่นได้แสดงความคิดเห็น ตนอยากให้ คมช.ส่องกระจกดูแล้วจะรู้ในกระจกมีแต่เงาของเผด็จการ แล้วจะรู้ตัวว่าต่างประเทศเขาคิดอย่างไรกับตัวเอง การไปสั่งปิดวิทยุชุมชนก็ไม่เป็นผลดี เพราะเท่ากับว่าไปประชาสัมพันธ์ข่าวให้พ.ต.ท.ทักษิณ
นายประชา ประสพดี อดีต ส.ส. สมุทรปราการ พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า จากที่ดูเนื้อหาไม่เห็นว่าจะเป็นพิษเป็นภัยเลวร้าย ตรงกันข้ามกลับเป็นความห่วงใยต่อปัญหาของประเทศ แต่ คมช.กลับแสดงธาตุแท้ของเผด็จการสั่งการให้ปิดสถานีวิทยุชุมชนทันที เสมือนว่าเป็นการกระทำความผิดร้ายแรง แต่กับสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวียังให้ดำเนินการอยู่ได้ทั้งที่ขัดต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 มิ.ย. กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการจะทำการแพร่ภาพออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทีไอทีวี เนื้อหารายการจะเป็นการเปิดโปงพฤติกรรม คมช. และยามเฝ้าแผ่นดิน ใครที่มีจานดาวเทียมของเอเอสทีวีก็สามารถจูนช่องดูได้
'''แอ้ด''' ย้ำใช้สันติแก้ปัญหา
วันเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก เรื่อง '''ผู้นำพอเพียง คุณธรรมเพียงพอ ทางรอดของประเทศไทย''' ในตอนหนึ่งว่า ตนถือเป็นคนหนึ่งที่มีความทุกข์ ส่วนหนึ่งเพราะอยากเห็นความก้าวหน้าในอนาคต แต่โชคดีที่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือประวัติของพระพุทธ องค์แล้วรู้สึกโดนใจในคำที่ว่า เมื่อพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่ได้รักก็เป็นทุกข์ เมื่อสิ่งใดที่ปรารถนาแล้วไม่ได้ก็เป็นทุกข์ แม้อาชีพของตนจะไม่ค่อยเหมาะสมกับการศึกษาพุทธศาสนาเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ตนนำไปใช้และเห็นได้ชัดเจนคือ การพยายามแก้ไขปัญหาโดยสันติ
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า คำสอนที่สำคัญของพระพุทธองค์คือการเน้นเรื่องปฏิบัติ บูชา ไม่ได้เน้นเรื่องอามิสบูชา พระพุทธศาสนาสอนให้เราเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เราทำอะไรไปก็ต้องรับสิ่งนั้น กรรมมีจริงถ้าเชื่อในกรรมก็ต้องเร่งทำความดีแล้วท่านจะมีโอกาสพ้นจากสิ่งไม่ดีไม่งาม หรือถ้าหนีไม่พ้นก็อาจเบาบางลงบ้าง
ยอมรับเศรษฐกิจชะลอตัว
พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวยอมรับว่า เศรษฐกิจชะลอตัวจริงตามที่หลายคนบอก เพราะมีหลายปัจจัย คือ 1.เป็นเพราะค่าเงินของสหรัฐอ่อนตัวส่งผลกระทบไปทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทยกระทรวงคลังยืนยันว่าทางผู้ว่าการ ธปท.ได้ให้ความมั่นใจว่าจะรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน 2.ความเชื่อมั่นทางการเมืองของไทย หากยังไม่นิ่ง นักลงทุนต่างประเทศก็ไม่เข้ามาลงทุน ตราบใดที่เราไม่เดินไปสู่การเลือกตั้งที่มีรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยก็คงยากที่ใครจะเข้ามาลงทุน ดังนั้นเราต้องร่วมมือร่วมใจกันให้ผ่านสถานการณ์กดดันไปให้ได้
'''หน้าที่ของผมคือทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ทุกคนกระวนกระวายและปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไปให้ได้ ผมมีหน้าที่ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นช่วงวิกฤติ ทำให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันผ่านวิกฤติของบ้านเมืองและนำพาพุทธศาสนาไปสู่สากลให้ได้ เรื่องเหล่านี้ไม่ยาก เราต้องทำให้ประเทศไทยเป็นตัวอย่างด้วยการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ทั่วโลกก็จะเห็นว่าเราแก้ปัญหาได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง''' นายกฯ กล่าว
หวังเลื่อนเลือกตั้งเร็วขึ้น
ภายหลังการปาฐกถา พล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงความพยายามที่จะทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ ว่า เป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องดูแลและจัดการเรื่องการเลือกตั้ง วันเวลาที่ได้กำหนดไว้ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นก็ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งให้ใกล้เข้ามาอีก ส่วนจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ทุกคนว่าจะสร้างบรรยา กาศอย่างไรไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล
เมื่อถามถึง พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ระบุว่าหากยังมีการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะในช่วงการตัดสินคดียุบพรรคก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับ 19 ก.ย. ขึ้นมาอีก นายกฯกล่าวว่า ตนมองในแง่ดีคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็คงเข้าใจดีว่าเราควรจะไปทางไหนกัน บ้านเมืองไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของคนส่วนใหญ่ ถ้าเราร่วมกันเดินไปข้างหน้าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็มีมาก
รอเสียงนกหวีดยึดภาคอีสาน
นายสุทิน คลังแสง รองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.บุญรอด ระบุว่าหากมีการชุมนุมหลังคดียุบพรรควันที่ 30 พ.ค.อาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 19 ก.ย. ว่า รมว.กลาโหมท่านนี้มีวิธีคิดล้าหลังตามแบบทหารรุ่นเก่า มีวิธีพูดแบบไม่รู้จักกาลเทศะและเกินความจริง ชอบพูดให้เกิดภาพพจน์ไม่ดีต่อประเทศ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หลังวันที่ 30 พ.ค. หากประชาชนมาชุมนุม รัฐบาลและ คมช. ก็ต้องดูข้อเรียกร้องจากประชาชนเสียก่อน ถ้าสามารถตอบสนองได้ก็ควรกระทำ
ด้านนายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส. ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย กล่าว หากพรรคไทยรักไทยถูกตัดสินให้ยุบพรรค ก็เท่ากับเราไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคอีกต่อไป ก็จะใช้สิทธิในฐานะประชาชนคนหนึ่งขึ้นเวทีแสดงความเห็นและเรียกร้องประชาธิปไตย ตอนนี้อดีต ส.ส.อีสานของพรรคทุกคนเตรียมพร้อมหมดแล้ว รอเพียงสัญญาณเป่านกหวีดจะนำประชาชนไปชุมนุมโดยยึดศาลากลางจังหวัดทุกแห่งในภาคอีสานทันที
วอนผู้นำจูบปากเป็นตัวอย่าง
นายสุขุม วงประสิทธิ์ เลขาธิการสภาการวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (สวชพ.) กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความขัดแย้งสูง หลายฝ่ายเกรงว่าจะมีกลุ่มคนที่ใช้เงื่อนไขของเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 35 มาเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น สวชพ. ได้สอบถามความเห็นทั่วประเทศพบว่าประชาชนอยากเห็นความปรองดองไม่ใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตาม สวชพ. จะนำเสนอโครงการ '''ประชาระบือธรรม''' แก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นต่อนายกฯ เพื่อช่วยกันรณรงค์ให้เดือน พ.ค. เป็นเดือนแห่งการปรองดองสมานฉันท์ ล้างภาพความรุนแรงออกไปจากสังคมไทย
'''ผมคิดว่าภาพความสมานฉันท์จะต้องเริ่มที่ตัว พล.อ.สนธิกับ พล.อ.สุรยุทธ์ก่อน เพราะภาพความขัดแย้งของบุคคลทั้ง 2 มีมาก ข่าวการปลดนายกฯ ที่แพร่ออกไปทำให้การบริหารประเทศไม่เกิดผล นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ หากผู้นำทั้ง 2 ยังไม่สามารถปรองดองสมานฉันท์ สถานการณ์บ้านเมืองจะยิ่งย่ำแย่ไปกว่านี้''' นายสุขุมกล่าว
ทหารลากพิราบขาวเข้าค่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงใหม่ว่า กลุ่มพิราบขาว 2006 ประมาณ 30 คน ได้รวมตัวกันที่ประตูท่าแพเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยพร้อมปราศรัยโจมตี คมช.ทำให้บ้านเมืองเสียหาย และแจกเอกสาร ทำให้ทหารจาก มทบ.33 โดยการนำของ พ.ท.ปะตินัน สายหัสดี รอง ผบ. มทบ.33 นำกำลังทหารประมาณ 20 คนเข้าควบคุมพร้อมนำตัวแกนนำ 5 คน พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน และรถปิกอัพอีก 1 คันไปควบคุมไว้ที่ค่าย มทบ.33
นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล หัวหน้ากลุ่มพิราบขาว 2006 กล่าวว่า การมาตั้งเวทีได้มีการยื่นหนังสือขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้ว ทั้งปลัดเทศบาล และผู้ว่าราชการจังหวัด แต่พอถึงวัน กลับปรากฏว่ามีกลุ่มทหารจาก มทบ.33 มาจัดเวทีเพื่อเล่นดนตรี เป็นการแย่งสถานที่อย่างน่าเกลียด ตนทราบว่ามีการทำหนังสือว่าด่วนมากเพื่อแย่งพื้นที่ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้พวกตนจะเดินทางไป จ.ขอนแก่น และภูเก็ตด้วย
พร้อมตัดมาตรา 68 วรรค 2
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณี สนช. ทักท้วงร่างหลายประเด็นว่า ถือเป็นความเห็นที่ผู้ร่างต้องรับฟัง หากเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ต้องมาปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่องใน 3 ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปการเมือง บอกเราก็รับฟัง เพราะเรื่องหลักคิดหลักภาษาและสารัตถะเป็นหลักการใหญ่ในการร่างกฎหมาย
ด้าน นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะอนุ กมธ.ยกร่างฯกรอบ 3 ว่าด้วยองค์กรอิสระตรวจสอบและศาล กล่าวว่า ถึงวันนี้มาตรา 68 วรรค 2 ไม่ว่าจะตัดออกหรือคงอยู่ก็ไม่ติดใจ เพราะเมื่อฟังเหตุผลจากองค์กรต่าง ๆ ก็มีเหตุผลเพียงพอ เจตนาที่ กมธ. ยกร่างฯ เสนอไว้เพื่อคลี่คลายบรรยากาศทางการเมือง ป้องกันไม่ให้สถานการณ์เข้าสู่วิกฤติ โดยให้เรียกประชุมประมุของค์กรต่าง ๆ เพื่อหาทางออก
ต้านเขียนนิรโทษกรรม
นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธาน ส.ส.ร.คนที่ 1 กล่าวถึงการพิจารณาแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ. ยกร่างฯ ว่า ถ้าเขาขอแก้แล้วเป็นไปได้ไม่ขัดหลักการก็ควรปรับแก้ตามเขาไป กมธ.ยกร่างฯ ต้องไม่ทำตัวเป็นงูหวงไข่ ส่วนสิ่งที่ สนช.ท้วงติงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง การใช้ถ้อยคำเป็นสิ่งสำคัญ รัฐธรรมนูญปี 40 มีปัญหาเรื่องถ้อยคำ ทำให้มีการถกเถียงตีความหลายครั้ง เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง
นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ส.ส.ร. กล่าวถึงการคงการนิรโทษกรรมในร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญที่ดีจะไม่เขียนเรื่องนิรโทษกรรมการรัฐประหารไว้ หากมีไว้จะเป็นตัวอย่าง หากใครไม่พอใจก็ทำรัฐประหารไม่มีสิ้นสุด การเขียนมาตรานี้ยังไม่ได้ประณามการรัฐประหารแต่ดูเหมือนสนับสนุน ถ้าจะอ้างว่า ป้องกันการทำงานของ คตส. และ ส.ส.ร. ก็สามารถออกเป็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้ดูดีกว่าตั้งเยอะ มาตรานี้มาตราเดียวจะทำให้รัฐธรรมนูญมัวหมองไปทั้งฉบับ เพราะไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตย
เชื่อคว่ำร่างเพราะสัดส่วน ส.ส.
นายพิเชียรกล่าวอีกว่า ประเด็น ส.ส. และ ส.ว. มีแนวโน้มอยากจะให้กลับไปแบบปี 40 มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนการไปตัด ส.ส.เขตออกไป 80 คนเพื่อใช้เป็น ส.ส.ระบบสัดส่วน ตนคิดว่าพรรคการเมืองจะคว่ำร่างก็เพราะเรื่องนี้ ถึง ส.ส.สัดส่วนดูเหมือนดีแต่ประชาชนไม่เข้าใจ ส่วน ส.ว.สรรหาก็ไม่พ้นการวิ่งเต้น ถ้ากลับไปใช้แบบของปี 40 แล้วเพิ่มบทบัญญัติเข้มงวด ป้องกันนายทุนจาก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วน ส.ว.ก็มีบทบัญญัติห้ามเครือญาตินักการเมือง ก็น่าจะดีและเป็นประชาธิปไตย
นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ และกรรมการบริหารศาลยุติธรรม พร้อมคณะได้เข้ายื่นข้อเสนอในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ต่อนายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญคนที่หนึ่ง โดยเรียกร้องประเด็นที่มาของคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ มีความเห็นในเรื่องการให้ศาลเข้าไปมีส่วนร่วมในองค์กรแก้ไขวิกฤติ การให้ตุลาการเข้าไปมีส่วนร่วมในการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ และการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการตุลาการ (กต.) ซึ่งทั้งหมดเป็นการดึงศาลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองมากเกินไป
รุกแหลกบรรจุศาสนาพุทธ
อีกด้านหนึ่งที่หอประชุมใหญ่ มหา วิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้มีการจัดเสวนาเรื่อง '''สมควรบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ....''' จัดโดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ร่วมกับองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดย พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กล่าวว่า ขอสนับสนุนให้บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เพราะจะทำให้มีการบรรจุการสอนศีลธรรมจริยธรรม และแผ่นดินนี้เป็นของชาวพุทธ ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่คนส่วนใหญ่นับถือแต่กลับถูกบ่อนทำลายไม่ได้รับการดูแล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ณพลได้แสดงภาพผู้เสียชีวิตจากการก่อความไม่สงบในภาคใต้มาแสดงประกอบการเสวนา ส่งผลให้ผู้ที่ร่วมรับฟังแสดงความฮึกเหิมในการเรียกร้องให้บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
ด้าน พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล ประธานอำนวยการองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย ฝ่ายคฤหัสถ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ คมช. ออกหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งต่อ ส.ส.ร. ว่าสนับสนุนการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติลงในรัฐธรรมนูญ และขอให้นายกรัฐมนตรีกล้าประกาศว่าเห็นด้วยกับเรื่องนี้เพื่อให้ ครม.สนับสนุนด้วย หาก ส.ส.ร. คนใดไม่เห็นด้วยให้นำชื่อมาทำเป็นบัญชีผู้ที่พระสงฆ์จะไม่รับกิจนิมนต์หรือทำกิจกรรมร่วมด้วย ซึ่งเป็นมาตรการที่เราต้องทำต่อเขาบ้าง
บอร์ดสั่งย้ายผู้บริหาร ทีโอที
ผู้สื่อข่าวรายงานผลการประชุมคณะกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยมีพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด บมจ. ทีโอทีเป็นประธาน ซึ่งผลการประชุมมีมติให้นายสมควร บรูมินเหนทร์ และนายวาสุกรี กล้าไพรี พ้นจากทุกตำแหน่งในการบริหารงานภายใน บมจ.ทีโอที และบริษัทไทยโมบายตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และให้ไปช่วยราชการที่กระทรวงไอซีทีเป็นการชั่วคราว ส่วนการเหตุของการสั่งย้ายครั้งนี้ เนื่องจากคณะกรรมการ บมจ.พิจารณาเห็นว่าที่ผ่านมามีการทำสัญญาที่ส่อให้เห็นว่าเป็นสัญญาที่เสียเปรียบส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท และขณะนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงในการดำเนินงานดังกล่าว ดังนั้นเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสจึงต้องย้ายผู้บริหารทั้ง 2 คนออกไป.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
