คอลัมน์ เกาะติดคดีประวัติศาสตร์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิมที่มี นายอุระ หวังอ้อมกลาง เป็นประธาน ได้สิ้นสภาพไปพร้อมกับศาลรัฐธรรมนูญ ภายหลังคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ออกประกาศ ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2549
รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2549 มาตรา 35 กำหนดมีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นรองประธาน ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอีก 5 คน และตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่ได้รับการเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดอีก 2 คนร่วมเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ
โดยให้อรรถคดีที่ค้างอยู่ในการดำเนินการของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้โอนมาอยู่ในอำนาจและความรับผิดชอบของตุลาการรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น คณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ได้ดำเนินการไต่สวนคดีและกำลังจะลงมติวินิจฉัยยุบหรือไม่ยุบ 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย 1.นายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกา
จบนิติศาสตร์ เกียรตินิยมดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ปี 2513 เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาในปี 2516 ออกไปเป็นผู้พิพากษาครั้งแรกที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าศาลที่ จ.น่าน เป็นรองอธิบดีศาลแพ่ง รองประธานศาลฎีกา
จะเกษียณราชการในปี 2550 ได้รับการยอมรับในหมู่นักกฎหมายและผู้พิพากษาในเรื่องการซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา
ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัลนักกฎหมายดีเด่น รางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2550
ชีวิตราชการส่วนใหญ่ของผมคือผู้พิพากษา ซึ่งมีหน้าที่สำคัญคือต้องพิจารณาพิพากษาคดีให้เสร็จไปโดยเร็ว ถูกต้องเป็นธรรม จึงต้องทำงานโดยปราศจากอคติ 4 ในเวลาเดียวกันก็พยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตัวเองเพื่อนำมาใช้งาน สามารถใช้ดุลพินิจถูกต้องและเป็นคนที่ก้าวทันโลก
...นักกฎหมายที่ดีต้องกล้า กล้าที่จะปฏิบัติการไปในความถูกต้องเที่ยงตรง ทั้งตามกฎหมายและศีลธรรม ไม่ปล่อยให้ภยาคติ คือความเอนไปด้วยความหวาดกลัวในอิทธิพลต่างๆ เข้าครอบงำ
นี่คือส่วนหนึ่งปรัชญาการทำงานที่นายปัญญาให้สติกับทุกคนเอาไว้ในวันที่ขึ้นรับรางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์
2.นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด
จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มธ. นักเรียนทุนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปริญญาเอกกฎหมาย มหาวิทยาลัยโรม อิตาลี รางวัลนักกฎหมายดีเด่น รางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2549 คงการันตีความเป็นไม้บรรทัดของนายอักขราทรได้ดี
3.นายสมชาย พงษธา ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา
เคยเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดทุ่งสง ศาลจังหวัดสมุทรปราการ รองอธิบดีกรมบังคับคดี รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผู้พิพากษาศาลฎีกา และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
4.ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ รองประธานศาลฎีกา
เป็นรองประธานศาลฎีกา คนที่ 1 เป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่สะเรียง ศาลจังหวัดลำปาง อธิบดีกรมคุมประพฤติ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)
5.นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา
เคยเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อัยการผู้ช่วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลภาษีอากรกลาง ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เลขานุการศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
6.นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
เคยเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา ศาลแขวงสงขลา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา
7.นายนุรักษ์ มาประณีต ผู้พิพากษาศาลฎีกา
เคยเป็นอัยการผู้ช่วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดไชยา ศาลจังหวัดภูเก็ต รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ภาค 7
8.นายจรัญ หัตถกรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด
เจ้าของสำนวนคดีการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จนนำไปสู่คำสั่งของศาลปกครอง ให้ยกเลิกการแปรรูป กฟผ.
9.นายวิชัย ชื่นชมพูนุท ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
เจ้าของสำนวน ที่มีคำสั่งให้ศาลรับฟ้องคดีที่นายศาสตรา โตอ่อน อาจารย์นิติศาสตร์ ม.รังสิต ยื่นฟ้อง กระทรวงไอซีที กระทรวงคมนาคม และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในความผิดเรื่องสัญญาสัมปทาน ที่ละเลยต่อหน้าที่ในการตรวจสอบการถ่ายโอนหุ้นของกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่น ให้กับกองทุนเทมาเส็ก
เปิดโฉมหน้า 9 ตุลาการรัฐธรรมนูญคร่าวๆ คงจะพอมองเห็นเค้าลางมติยุบ-ไม่ยุบพรรคได้บ้างไม่มากก็น้อย..?
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
