ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. ในฐานะ 1 ใน 12 องค์กรที่ต้องสรุปเสนอความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงสรุปความเห็นในส่วนของสตง.ว่า ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับยกร่างของคณะกรรมการ กำหนดไว้ในมาตรา 245 การตรวจเงินแผ่นดินให้กระทำโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)ที่อิสระและเป็นกลาง ทางสตง. ได้แก้ไขเพิ่มให้มีผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาร่วมพิจารณาประกอบด้วย และให้เพิ่มผู้เชี่ยวชาญสายนิติศาสตร์เข้าไปด้วย และให้สตง. เป็นหน่วยงานธุรการ ในการบริหารงานบุคคล งบประมาณ และอื่น ๆ พร้อมกับเสนอลดจำนวนคณะกรรมการคตง.ลงเหลือ 7 คน จากเดิม 10 คน โดยจะทำงานคู่ขนานไปกับผู้ว่าสตง. เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลตรวจสอบซึ่งกันและกันคุณหญิงจารุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการยกระดับคณะกรรมการวินิจฉัยวินัยงบประมาณการคลัง ตามระเบียบสตง.ว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลังข้อ 18-19 ของพ.ร.บ.สตง.ปี 2542 เป็นศาลพิจารณาคดีพิเศษหรือศาลวินัยงบประมาณการคลัง โดยให้พระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคณะผู้พิพากษาในศาลนี้ ด้วยการสรรหามาจากผู้มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดิน การบัญชีและนิติศาสตร์ ซึ่งศาลดังกล่าวมีอำนาจพิจารณาคดีที่มีข้อกล่าวหาตามรายงานผลการตรวจเงินแผ่นดินว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิดวินัยงบประมาณ และการคลัง และกำหนดโทษปรับตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยจะทำหน้าที่เหมือนศาลปกครองชั้นต้น และสามารถอุทรณ์ไปที่ศาลปกครองสูงสุดได้ ทั้งนี้การทำงานของสตง. คตง. และหน่วยงานดังกล่าว จะถือเป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ผู้ว่าสตง.กล่าวว่า การยกระดับคณะกรรมการวินัยงบประมาณและการคลัง เป็นศาลนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ตระหนักถึงการใช้งบประมาณของแผ่นดิน ซึ่งหากหน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจะมีโทษปรับในทางปกครอง โดยมีโทษคือตัดเงินเดือน โดยขั้นแรกตัดเงินเดือน 1-3 เดือน ขั้นที่สอง 4-6 เดือน ขั้นที่สาม 7-8 เดือน และขั้นที่สี่ 9-12 เดือน โดยจะมีการดำเนินคดีกับนักการเมืองและบอร์ดที่เป็นผู้เสนอโครงการด้วย ซึ่งหาก
นักการเมืองทำผิดจะต้องส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้สตง.ยังมีข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า เพื่อให้การทำงานของการตรวจเงินแผ่นดินมีประสิทธิภาพ จึงอยากเสนอให้หัวหน้าแผนกการคลัง และผู้ตรวจเงินภายในต้องเป็นบุคคลที่มาจากสตง.เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาบุคคลที่จ่ายเงินจะไม่กล้าตรวจสอบการใช้เงิน ดังนั้นต้องให้สตง.เข้ามาดูแลกำกับการใช้เงิน
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
